เขมรยังเสริมกำลังเข้า 3 พื้นที่ต่อเนื่อง กองกำลังบูรพา ยิงปะทะต่อเนื่อง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5515799
.

.
เขมรยังเสริมกำลังเข้า 3 พื้นที่ต่อเนื่อง กองกำลังบูรพา ยิงปะทะต่อเนื่อง
.
เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 21 ธันวาคม ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 สรุปสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา พื้นที่ จ.สระแก้ว กกล.บูรพา ปฏิบัติภารกิจปกป้องอธิปไตยในสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา เป็นวันที่ 14 โดยมีการรบปะทะ เพื่อยึดครองพื้นที่ ใน 3 พื้นที่
.
1. พื้นที่บ้านคลองแผง อ.ตาพระยา ฝ่ายกัมพูชายังคงเสริมความแข็งแรงของที่มั่น มีการยิงปืนใหญ่และเครื่องยิงลูกระเบิดมายังฝ่ายเราอย่างต่อเนื่อง และตรวจพบการนำรถถังเข้ามาประจำการในพื้นที่
.
2. พื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง ฝ่ายกัมพูชายังคงเสริมความแข็งแรงของที่มั่น และได้ใช้อาวุธยิง RPG, ปืนใหญ่และเครื่องยิงลูกระเบิดเข้ามายังที่มั่นของฝ่ายเราเป็นระยะๆ
.
3. พื้นที่บ้านหนองจาน อ.โคกสูง : ฝ่ายกัมพูชาเสริมความแข็งแรงของที่มั่น และมีการยิงปืนใหญ่และเครื่องยิงลูกระเบิด มายังฝ่ายเราอย่างต่อเนื่อง
.
โดยในวันนี้ กกล.บูรพา ได้ปฏิบัติการทางทหารต่อที่หมายทางทหารของฝ่ายกัมพูชา ในพื้นที่ฝั่งตรงข้าม อ.ตาพระยา อ.โคกสูง อ.อรัญประเทศ และ อ.คลองหาด จ.สระแก้ว
.
จึงประสานส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน 4 อำเภอชายแดน จ. สระแก้ว งดเข้าพื้นที่พักอาศัยของตนและให้อพยพไปยังศูนย์ฯ ตามที่ทางราชการจัดให้จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ทั้งนี้ ขอให้รับฟังข่าวสารและติดตามการแจ้งประกาศจากส่วนราชการในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อความปลอดภัยเป็นสำคัญ
.
.
เขมรใช้พื้นที่กาสิโนทมอดา เป็นคลังอาวุธ ประณามละเมิดกม. ต้นเหตุทหารไทยสูญเสียขา 8 นาย
https://www.matichon.co.th/politics/news_5515744
.
โฆษกกองทัพเรือ ประณามกัมพูชา ฝ่าฝืนกฎหมายมนุษยธรรมอย่างร้ายแรง ใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ล่อทหารไทยเข้าสู่ทุ่งสังหาร ละเมิดอนุสัญญาออตตาวาอย่างโจ่งแจ้ง
.
เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ออกแถลงประณามอย่างรุนแรงต่อการกระทำของกองทัพกัมพูชา ซึ่งเป็นการละเมิดพันธกรณีตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และอนุสัญญาว่าด้วยการห้ามใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (อนุสัญญาออตตาวา) อย่างชัดเจน
.
ภายหลังจากกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ได้เข้าควบคุมและตรวจสอบพื้นที่ บ้านหนองรี และบ้านท่าเส้น ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ฝ่ายกัมพูชาเคยเข้ายึดครองและใช้เป็นฐานที่มั่นทางทหาร ได้ตรวจพบวัตถุพยานจำนวนมากที่ไม่อาจปฏิเสธได้ อันแสดงถึงการวางแผนและการกระทำโดยเจตนาในการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ได้แก่ การตรวจพบแผนผังแสดงตำแหน่งการฝังทุ่นระเบิดสังหารบุคคลและทุ่นระเบิดดัดแปลง ในพื้นที่บ้านหนองรี ซึ่งสะท้อนถึงการเตรียมการล่วงหน้าเพื่อประสงค์ต่อชีวิตทหารไทย
.
การตรวจพบคลังอาวุธและทุ่นระเบิดสังหารบุคคลแบบดัดแปลงจำนวนมากในพื้นที่บ้านท่าเส้น (กาสิโนทมอดา) ซึ่งยืนยันถึงการที่ฝ่ายทหารกัมพูชาได้เข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ที่มีพลเรือนอาศัยอยู่ โดยมีครอบครองและการใช้อาวุธต้องห้ามดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม
.
การกระทำดังกล่าวส่งผลให้กำลังพลทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิดสังหารบุคคลเป็นรายที่ 8 ซึ่งถือเป็นผลโดยตรงจากการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง และเป็นการคุกคามต่อชีวิตมนุษย์โดยไม่เลือกเป้าหมาย ทั้งต่อทหารและประชาชนผู้บริสุทธิ์
.
สำนักงานโฆษกกองทัพเรือขอยืนยันว่า การใช้ การวาง และการคงไว้ซึ่งทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในลักษณะดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนอนุสัญญาออตตาวาอย่างชัดเจน และเป็นพฤติการณ์ที่ไม่อาจยอมรับได้ในประชาคมระหว่างประเทศ กองทัพเรือจะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดอย่างเป็นระบบ เพื่อใช้ประกอบการดำเนินการในระดับรัฐต่อไป รวมถึงการแจ้งต่อประชาคมระหว่างประเทศและองค์กรที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้รับทราบถึงการละเมิดอย่างต่อเนื่องของฝ่ายกัมพูชา
.
ทั้งนี้ กองทัพเรือขอยืนยันจุดยืนในการปกป้องอธิปไตย ความปลอดภัยของกำลังพล และความมั่นคงของประชาชนไทยอย่างถึงที่สุด และจะไม่ยอมให้การกระทำอันไร้มนุษยธรรมเช่นนี้ถูกเพิกเฉยหรือบิดเบือนจากข้อเท็จจริงโดยเด็ดขาด
.
สำหรับกำลังพลไทยที่สูญเสียขาจากเหตุระเบิด ปี 2568 จำนวน 8 นาย ประกอบด้วย
.
1. พลทหาร
ธนพัฒน์ หุยวัน (เหยียบระเบิดบริเวณเนิน 481 ช่องบก จ.อุบลราชธานี)
2. จ่าสิบเอก
พิชิต บุญโคราช (เหยียบระเบิดบริเวณช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี)
3. ร้อยตรี
เกียรติวงศ์ สถาวร (เหยียบระเบิดบริเวณปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์)
4. จ่าสิบเอก
ธานี พาหา (เหยียบระเบิดบริเวณช่องโดนเอาว์ จ.ศรีสะเกษ)
5. สิบเอก
ธีรพล เพียขันที (เหยียบระเบิดบริเวณปราสาทตาเมือนธม จ.สุรินทร์)
6. พลทหาร
อดิศร ป้อมกลาง (เหยียบระเบิดบริเวณเนิน 350 จ.สุรินทร์)
7. จ่าสิบเอก
เทิดศักดิ์ สมาพงษ์ (เหยียบระเบิดบริเวณห้วยตามาเรีย จ.ศรีสะเกษ)
และ 8. จ่าเอก
เทอดพงศ์ ผมนะรา (เหยียบระเบิดบริเวณบ้านสามหลัง จ.ตราด-รายล่าสุด 21 ธ.ค.68)
.
.
กต. ประกาศจุดยืนเดิม รอดูท่าทีกัมพูชา ตอบรับ 3 เงื่อนไข 22 ธ.ค. ลั่น หยุดยิงต้องเกิดขึ้นจริง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5515612
.
กต. ประกาศจุดยืนเดิม รอดูท่าทีกัมพูชา ตอบรับ 3 เงื่อนไข 22 ธ.ค. ลั่น หยุดยิงต้องเกิดขึ้นจริง เปิดทางทหาร 2 ฝ่ายเจรจา
.
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 21 ธันวาคม ที่ศูนย์แถลงข่าวร่วม สถานการณ์ไทย-กัมพูชา ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึง การประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอาเซียน วาระพิเศษ ที่มาเลเซีย วันที่ 22 ธ.ค. โดยองค์ประกอบคณะผู้แทนไทยมีความสําคัญ สะท้อนถึงความพร้อมของฝ่ายไทยที่จะไปพูดคุยหารือกับฝ่ายกัมพูชาและชี้แจงข้อมูลข้อเท็จจริงหลักฐานจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ต่อเพื่อนประเทศอาเซียนอื่นที่เข้าร่วมการประชุม
.
พร้อมย้ำว่า ไทยปรารถนาต้องการให้เกิดสันติภาพมาโดยตลอด แต่ไม่สามารถที่จะปฏิเสธรูปแบบของการกระทําของฝ่ายกัมพูชา ที่เป็นปฏิปักษ์ต่อไทยที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าและทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ เช่น ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดวันนี้ สูญเสีนขาที่ 8 หรือโจมตีเป้าหมายพลเรือน ขอยืนยันใน 3 ปัจจัยที่ฝ่ายไทยรอฟังจากกัมพูชา
.
1. กัมพูชาต้องเป็นฝ่ายประกาศหยุดยิงก่อนในฐานะที่เป็นประเทศโจมตีอีกประเทศ
.
2. การหยุดยิงจะต้องเกิดขึ้นจริงและต่อเนื่อง
.
3. กัมพูชาจะต้องแสดงความจริงใจในการร่วมมือกับฝ่ายไทย เก็บกู้ทุนระเบิด เป็นสิ่งที่ฝ่ายไทยรับไม่ได้และต้องแก้ไขปัญหาร่วมกัน
.
นาง
มาระตี ระบุอีกว่า ข้อ 2 มีความสําคัญกว่าข้ออื่นการหยุดยิงจะต้องเกิดขึ้นจริง เพื่อให้ฝ่ายทหารทั้ง 2 ประเทศได้มาพูดคุยกันในขั้นตอนต่อไป ที่จะลดความตึงเครียดจะมีความสําคัญต่อคณะผู้แทนไทยที่จะเข้าร่วมการประชุมวันที่ 22 ธ.ค. จะเป็นโอกาสสําคัญยิ่งและย้ําว่าจะเป็นโอกาสที่ดีไทยมีท่าทีที่ชัดเจนมาโดยตลอด และเราพร้อมรอดูท่าทีของฝ่ายกัมพูชา.
.
.
ส.อ.ท. ชี้รัฐบาลใหม่ควรวางคนเก่งเข้าทีมศก. ย้ำแทรงแซงค่าแรงขั้นต่ำ-แจกเงินไม่ใช่ทางออก
https://www.matichon.co.th/economy/news_5515813
.
ส.อ.ท. ชี้รัฐบาลใหม่ควรวางคนเก่งเข้าทีมศก. ย้ำแทรงแซงค่าแรงขั้นต่ำ-แจกเงินไม่ใช่ทางออก
.
นาย
นาคาญ์ ทวิชาวัฒน์ ประธานคลัสเตอร์อุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ความคาดหวังในการจัดตั้งรัฐบาลปี 2569 อยากเห็นทีมเศรษฐกิจที่จะเข้ามาบริหารประเทศในลักษณะ “เทคโนแครต” (Technocrat) หรือผู้ที่เคยอยู่ในแวดวงเศรษฐกิจมาก่อน อาทิ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ โดยมีข้อเสนอแนะสำหรับทีมเศรษฐกิจชุดหน้าว่า ควรให้ความสำคัญกับการจัดการภายในประเทศ อาทิ การสร้างบุคลากรให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการรองรับเทคโนโลยีและหุ่นยนต์ (Robot) หากคนรุ่นใหม่ไม่ได้สร้างหรือใช้สิ่งเหล่านี้ไม่ถนัด อาจทำให้คนตกงานสูงขึ้น และหากพึ่งพาต่างประเทศมากขึ้นก็จะเกิดปัญหาตามมา และการบริหารจัดการต้นทุนต่างๆ ที่ขณะนี้ไทยถือว่ามีต้นทุนที่แพง โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ อาทิ ไฟฟ้า เพราะมูลค่าของพลังงานที่ถูกหรือแพงจะเป็นองค์ประกอบหลักในการตัดสินใจของต่างประเทศที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย
.
นาย
นาคาญ์ กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยในช่วงสุญญากาศการเมืองนี้ ต้องยอมรับว่าเป็นช่วงที่เหนื่อย เศรษฐกิจมาถึงจุดที่เรียกว่าหมดบุญเก่า คือสิ่งที่ประเทศสั่งสมมาเริ่มหมดและขาดแคลน ขณะที่ก่อนหน้าก็ไม่ได้มีการเติมสิ่งที่ขาดให้เต็ม ตอนนี้เลยเหมือนกับคนเราเงินหมดตอนตกงานพอดี ส่งผลให้มีปัญหาหลายด้านรุมล้อม และมองว่าการแก้ปัญหาแบบการแจกเงินไม่ได้ผล และในระยะยาวก็ไม่ดีขึ้น รวมทั้งเรื่องค่าแรงที่ควรปล่อยให้ไหลไปตามกลไกที่ควรจะเป็น อย่าเอามาเป็นเงื่อนไขของการหาเสียง เพราะหากเราไปแทรกแซง ต้องการให้ปรับขึ้นมากกว่านี้โดยไม่ตรงตามกลไกตลาดและธุรกิจ สุดท้ายแล้วถึงขึ้นค่าแรงไปคนก็ไม่มาลงทุน และไม่สามารถสร้างประโยชน์ได้จริง
.
นาย
นาคาญ์ กล่าวว่า สำหรับกรณีที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อเนื่อง ทำให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ลงมาอยู่ที่ 1.25% จากก่อนหน้าอยู่ที่ 1.50% ต่อปี ถือเป็นทิศทางที่ดี เพราะตอนนี้ภาครัฐมองเห็นแล้วว่าสถานการณ์เศรษฐกิจมีแนวโน้มลำบาก และอาจเกิดปัญหาแน่นอน การปรับลดอัตราดอกเบี้ยถือเป็นภาพบวกที่ทางภาครัฐเสริมเข้ามาให้กับทางเอกชน ช่วยให้มีความพร้อม หรือมีการเตรียมตัวได้มากขึ้น.
JJNY : 5in1 เขมรยังเสริมกำลัง│เขมรใช้ทมอดาเป็นคลัง│กต.รอดูท่าทีกัมพูชา│ส.อ.ท.ชี้รัฐบาลใหม่│ถึงเวลา ‘เขมร’ ถอย‘F-16-F-35’
https://www.matichon.co.th/politics/news_5515799
.
.
เขมรยังเสริมกำลังเข้า 3 พื้นที่ต่อเนื่อง กองกำลังบูรพา ยิงปะทะต่อเนื่อง
.
เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 21 ธันวาคม ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 สรุปสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา พื้นที่ จ.สระแก้ว กกล.บูรพา ปฏิบัติภารกิจปกป้องอธิปไตยในสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา เป็นวันที่ 14 โดยมีการรบปะทะ เพื่อยึดครองพื้นที่ ใน 3 พื้นที่
.
1. พื้นที่บ้านคลองแผง อ.ตาพระยา ฝ่ายกัมพูชายังคงเสริมความแข็งแรงของที่มั่น มีการยิงปืนใหญ่และเครื่องยิงลูกระเบิดมายังฝ่ายเราอย่างต่อเนื่อง และตรวจพบการนำรถถังเข้ามาประจำการในพื้นที่
.
2. พื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง ฝ่ายกัมพูชายังคงเสริมความแข็งแรงของที่มั่น และได้ใช้อาวุธยิง RPG, ปืนใหญ่และเครื่องยิงลูกระเบิดเข้ามายังที่มั่นของฝ่ายเราเป็นระยะๆ
.
3. พื้นที่บ้านหนองจาน อ.โคกสูง : ฝ่ายกัมพูชาเสริมความแข็งแรงของที่มั่น และมีการยิงปืนใหญ่และเครื่องยิงลูกระเบิด มายังฝ่ายเราอย่างต่อเนื่อง
.
โดยในวันนี้ กกล.บูรพา ได้ปฏิบัติการทางทหารต่อที่หมายทางทหารของฝ่ายกัมพูชา ในพื้นที่ฝั่งตรงข้าม อ.ตาพระยา อ.โคกสูง อ.อรัญประเทศ และ อ.คลองหาด จ.สระแก้ว
.
จึงประสานส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน 4 อำเภอชายแดน จ. สระแก้ว งดเข้าพื้นที่พักอาศัยของตนและให้อพยพไปยังศูนย์ฯ ตามที่ทางราชการจัดให้จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ทั้งนี้ ขอให้รับฟังข่าวสารและติดตามการแจ้งประกาศจากส่วนราชการในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อความปลอดภัยเป็นสำคัญ
.
.
เขมรใช้พื้นที่กาสิโนทมอดา เป็นคลังอาวุธ ประณามละเมิดกม. ต้นเหตุทหารไทยสูญเสียขา 8 นาย
https://www.matichon.co.th/politics/news_5515744
.
โฆษกกองทัพเรือ ประณามกัมพูชา ฝ่าฝืนกฎหมายมนุษยธรรมอย่างร้ายแรง ใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ล่อทหารไทยเข้าสู่ทุ่งสังหาร ละเมิดอนุสัญญาออตตาวาอย่างโจ่งแจ้ง
.
เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ออกแถลงประณามอย่างรุนแรงต่อการกระทำของกองทัพกัมพูชา ซึ่งเป็นการละเมิดพันธกรณีตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และอนุสัญญาว่าด้วยการห้ามใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (อนุสัญญาออตตาวา) อย่างชัดเจน
.
ภายหลังจากกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ได้เข้าควบคุมและตรวจสอบพื้นที่ บ้านหนองรี และบ้านท่าเส้น ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ฝ่ายกัมพูชาเคยเข้ายึดครองและใช้เป็นฐานที่มั่นทางทหาร ได้ตรวจพบวัตถุพยานจำนวนมากที่ไม่อาจปฏิเสธได้ อันแสดงถึงการวางแผนและการกระทำโดยเจตนาในการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ได้แก่ การตรวจพบแผนผังแสดงตำแหน่งการฝังทุ่นระเบิดสังหารบุคคลและทุ่นระเบิดดัดแปลง ในพื้นที่บ้านหนองรี ซึ่งสะท้อนถึงการเตรียมการล่วงหน้าเพื่อประสงค์ต่อชีวิตทหารไทย
.
การตรวจพบคลังอาวุธและทุ่นระเบิดสังหารบุคคลแบบดัดแปลงจำนวนมากในพื้นที่บ้านท่าเส้น (กาสิโนทมอดา) ซึ่งยืนยันถึงการที่ฝ่ายทหารกัมพูชาได้เข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ที่มีพลเรือนอาศัยอยู่ โดยมีครอบครองและการใช้อาวุธต้องห้ามดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม
.
การกระทำดังกล่าวส่งผลให้กำลังพลทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิดสังหารบุคคลเป็นรายที่ 8 ซึ่งถือเป็นผลโดยตรงจากการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง และเป็นการคุกคามต่อชีวิตมนุษย์โดยไม่เลือกเป้าหมาย ทั้งต่อทหารและประชาชนผู้บริสุทธิ์
.
สำนักงานโฆษกกองทัพเรือขอยืนยันว่า การใช้ การวาง และการคงไว้ซึ่งทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในลักษณะดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนอนุสัญญาออตตาวาอย่างชัดเจน และเป็นพฤติการณ์ที่ไม่อาจยอมรับได้ในประชาคมระหว่างประเทศ กองทัพเรือจะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดอย่างเป็นระบบ เพื่อใช้ประกอบการดำเนินการในระดับรัฐต่อไป รวมถึงการแจ้งต่อประชาคมระหว่างประเทศและองค์กรที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้รับทราบถึงการละเมิดอย่างต่อเนื่องของฝ่ายกัมพูชา
.
ทั้งนี้ กองทัพเรือขอยืนยันจุดยืนในการปกป้องอธิปไตย ความปลอดภัยของกำลังพล และความมั่นคงของประชาชนไทยอย่างถึงที่สุด และจะไม่ยอมให้การกระทำอันไร้มนุษยธรรมเช่นนี้ถูกเพิกเฉยหรือบิดเบือนจากข้อเท็จจริงโดยเด็ดขาด
.
สำหรับกำลังพลไทยที่สูญเสียขาจากเหตุระเบิด ปี 2568 จำนวน 8 นาย ประกอบด้วย
.
1. พลทหาร ธนพัฒน์ หุยวัน (เหยียบระเบิดบริเวณเนิน 481 ช่องบก จ.อุบลราชธานี)
2. จ่าสิบเอก พิชิต บุญโคราช (เหยียบระเบิดบริเวณช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี)
3. ร้อยตรี เกียรติวงศ์ สถาวร (เหยียบระเบิดบริเวณปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์)
4. จ่าสิบเอก ธานี พาหา (เหยียบระเบิดบริเวณช่องโดนเอาว์ จ.ศรีสะเกษ)
5. สิบเอก ธีรพล เพียขันที (เหยียบระเบิดบริเวณปราสาทตาเมือนธม จ.สุรินทร์)
6. พลทหาร อดิศร ป้อมกลาง (เหยียบระเบิดบริเวณเนิน 350 จ.สุรินทร์)
7. จ่าสิบเอก เทิดศักดิ์ สมาพงษ์ (เหยียบระเบิดบริเวณห้วยตามาเรีย จ.ศรีสะเกษ)
และ 8. จ่าเอก เทอดพงศ์ ผมนะรา (เหยียบระเบิดบริเวณบ้านสามหลัง จ.ตราด-รายล่าสุด 21 ธ.ค.68)
.
.
กต. ประกาศจุดยืนเดิม รอดูท่าทีกัมพูชา ตอบรับ 3 เงื่อนไข 22 ธ.ค. ลั่น หยุดยิงต้องเกิดขึ้นจริง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5515612
.
กต. ประกาศจุดยืนเดิม รอดูท่าทีกัมพูชา ตอบรับ 3 เงื่อนไข 22 ธ.ค. ลั่น หยุดยิงต้องเกิดขึ้นจริง เปิดทางทหาร 2 ฝ่ายเจรจา
.
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 21 ธันวาคม ที่ศูนย์แถลงข่าวร่วม สถานการณ์ไทย-กัมพูชา ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึง การประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอาเซียน วาระพิเศษ ที่มาเลเซีย วันที่ 22 ธ.ค. โดยองค์ประกอบคณะผู้แทนไทยมีความสําคัญ สะท้อนถึงความพร้อมของฝ่ายไทยที่จะไปพูดคุยหารือกับฝ่ายกัมพูชาและชี้แจงข้อมูลข้อเท็จจริงหลักฐานจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ต่อเพื่อนประเทศอาเซียนอื่นที่เข้าร่วมการประชุม
.
พร้อมย้ำว่า ไทยปรารถนาต้องการให้เกิดสันติภาพมาโดยตลอด แต่ไม่สามารถที่จะปฏิเสธรูปแบบของการกระทําของฝ่ายกัมพูชา ที่เป็นปฏิปักษ์ต่อไทยที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าและทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ เช่น ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดวันนี้ สูญเสีนขาที่ 8 หรือโจมตีเป้าหมายพลเรือน ขอยืนยันใน 3 ปัจจัยที่ฝ่ายไทยรอฟังจากกัมพูชา
.
1. กัมพูชาต้องเป็นฝ่ายประกาศหยุดยิงก่อนในฐานะที่เป็นประเทศโจมตีอีกประเทศ
.
2. การหยุดยิงจะต้องเกิดขึ้นจริงและต่อเนื่อง
.
3. กัมพูชาจะต้องแสดงความจริงใจในการร่วมมือกับฝ่ายไทย เก็บกู้ทุนระเบิด เป็นสิ่งที่ฝ่ายไทยรับไม่ได้และต้องแก้ไขปัญหาร่วมกัน
.
นางมาระตี ระบุอีกว่า ข้อ 2 มีความสําคัญกว่าข้ออื่นการหยุดยิงจะต้องเกิดขึ้นจริง เพื่อให้ฝ่ายทหารทั้ง 2 ประเทศได้มาพูดคุยกันในขั้นตอนต่อไป ที่จะลดความตึงเครียดจะมีความสําคัญต่อคณะผู้แทนไทยที่จะเข้าร่วมการประชุมวันที่ 22 ธ.ค. จะเป็นโอกาสสําคัญยิ่งและย้ําว่าจะเป็นโอกาสที่ดีไทยมีท่าทีที่ชัดเจนมาโดยตลอด และเราพร้อมรอดูท่าทีของฝ่ายกัมพูชา.
.
.
ส.อ.ท. ชี้รัฐบาลใหม่ควรวางคนเก่งเข้าทีมศก. ย้ำแทรงแซงค่าแรงขั้นต่ำ-แจกเงินไม่ใช่ทางออก
https://www.matichon.co.th/economy/news_5515813
.
ส.อ.ท. ชี้รัฐบาลใหม่ควรวางคนเก่งเข้าทีมศก. ย้ำแทรงแซงค่าแรงขั้นต่ำ-แจกเงินไม่ใช่ทางออก
.
นายนาคาญ์ ทวิชาวัฒน์ ประธานคลัสเตอร์อุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ความคาดหวังในการจัดตั้งรัฐบาลปี 2569 อยากเห็นทีมเศรษฐกิจที่จะเข้ามาบริหารประเทศในลักษณะ “เทคโนแครต” (Technocrat) หรือผู้ที่เคยอยู่ในแวดวงเศรษฐกิจมาก่อน อาทิ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ โดยมีข้อเสนอแนะสำหรับทีมเศรษฐกิจชุดหน้าว่า ควรให้ความสำคัญกับการจัดการภายในประเทศ อาทิ การสร้างบุคลากรให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการรองรับเทคโนโลยีและหุ่นยนต์ (Robot) หากคนรุ่นใหม่ไม่ได้สร้างหรือใช้สิ่งเหล่านี้ไม่ถนัด อาจทำให้คนตกงานสูงขึ้น และหากพึ่งพาต่างประเทศมากขึ้นก็จะเกิดปัญหาตามมา และการบริหารจัดการต้นทุนต่างๆ ที่ขณะนี้ไทยถือว่ามีต้นทุนที่แพง โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ อาทิ ไฟฟ้า เพราะมูลค่าของพลังงานที่ถูกหรือแพงจะเป็นองค์ประกอบหลักในการตัดสินใจของต่างประเทศที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย
.
นายนาคาญ์ กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยในช่วงสุญญากาศการเมืองนี้ ต้องยอมรับว่าเป็นช่วงที่เหนื่อย เศรษฐกิจมาถึงจุดที่เรียกว่าหมดบุญเก่า คือสิ่งที่ประเทศสั่งสมมาเริ่มหมดและขาดแคลน ขณะที่ก่อนหน้าก็ไม่ได้มีการเติมสิ่งที่ขาดให้เต็ม ตอนนี้เลยเหมือนกับคนเราเงินหมดตอนตกงานพอดี ส่งผลให้มีปัญหาหลายด้านรุมล้อม และมองว่าการแก้ปัญหาแบบการแจกเงินไม่ได้ผล และในระยะยาวก็ไม่ดีขึ้น รวมทั้งเรื่องค่าแรงที่ควรปล่อยให้ไหลไปตามกลไกที่ควรจะเป็น อย่าเอามาเป็นเงื่อนไขของการหาเสียง เพราะหากเราไปแทรกแซง ต้องการให้ปรับขึ้นมากกว่านี้โดยไม่ตรงตามกลไกตลาดและธุรกิจ สุดท้ายแล้วถึงขึ้นค่าแรงไปคนก็ไม่มาลงทุน และไม่สามารถสร้างประโยชน์ได้จริง
.
นายนาคาญ์ กล่าวว่า สำหรับกรณีที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อเนื่อง ทำให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ลงมาอยู่ที่ 1.25% จากก่อนหน้าอยู่ที่ 1.50% ต่อปี ถือเป็นทิศทางที่ดี เพราะตอนนี้ภาครัฐมองเห็นแล้วว่าสถานการณ์เศรษฐกิจมีแนวโน้มลำบาก และอาจเกิดปัญหาแน่นอน การปรับลดอัตราดอกเบี้ยถือเป็นภาพบวกที่ทางภาครัฐเสริมเข้ามาให้กับทางเอกชน ช่วยให้มีความพร้อม หรือมีการเตรียมตัวได้มากขึ้น.