อุทาหรณ์ คนประหยัดจนเกินไป

เรื่องนี้ ให้ความรู้สึกว่า อะไรที่ตึงเกินไป ล้วนแต่ไม่ดี
เพื่อนส่งมาในไลน์ และระบุที่มาด้วยค่ะ


อุทาหรณ์วัยเกษียณ คู่รักญี่ปุ่นเก็บเงิน ไม่กิน ไม่เที่ยว จนเกษียณสุดสบาย มีเงินใช้ระดับเฟิร์สตคลาส แต่แก่จนไม่มีแรงเที่ยว เสียดายตอนสาวๆ ไม่ใช้เงิน
.
เว็บไซต์ japandaily รายงานบทความที่เผยแพร่ใน Gentosha-go สื่อด้านการเงินของญี่ปุ่น ที่กลายเป็นไวรัล ถกเถียงกันอย่างร้อนแรงในสังคมญี่ปุ่น ผ่านกรณีศึกษาคู่สามีภรรยาวัยเกษียณนามสมมติว่า นายมาซาชิ (76 ปี) และนางฮิซาโกะ (74 ปี) ซึ่งถือเป็นคู่ที่มีความมั่นคงทางการเงินสูง มีเงินเก็บสะสมถึง 42 ล้านเยน (ประมาณ 9 ล้านบาท) และยังมีเงินบำนาญรวมกันอีกเดือนละ 250,000 เยน หรือเดือนละ 5 หมื่นกว่าบาท
.
แม้ตัวเลขดังกล่าวจะเพียงพอให้ทั้งคู่ใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบายระดับลักชูในวัยเกษียณ แต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม ทั้งสองเปิดเผยว่า พวกเขากำลังรู้สึก “เสียใจ” กับการตัดสินใจในอดีต
.
📌ประหยัดเกิน จนไม่ได้ใช้ชีวิต
.
ตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมา ทั้งคู่ยึดถือคติประจำใจว่า การไม่ใช้จ่ายคือสิ่งที่ประเสริฐที่สุด พวกเขาเลือกใช้ชีวิตแบบสมถะขั้นสุด ปฏิเสธการเดินทางท่องเที่ยว ไม่ซื้อเสื้อผ้าใหม่ ไม่รับประทานอาหารนอกบ้าน และที่สำคัญคือการหลีกเลี่ยงกิจกรรมทางสังคมทุกรูปแบบเพื่อลดค่าใช้จ่าย
.
ผลจากการกระทำดังกล่าว ไม่เพียงทำให้ชีวิตขาดสีสัน แต่ยังส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์รอบด้าน พวกเขาค่อยๆ ห่างเหินจากเพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง หรือแม้กระทั่งหลานๆ ของตัวเอง เพียงเพราะไม่อยากเสียเงินไปกับค่าเข้าสังคม
.
📌รวย แต่ร่างกายไม่อำนวย
.
ในปัจจุบัน กิจวัตรของนายมาซาชิมีเพียงการนั่งดูโทรทัศน์ ในขณะที่นางฮิซาโกะยอมรับว่า บ่อยครั้งที่เธอผ่านวันเวลาไปโดยไม่ได้พูดคุยกับใครเลยติดต่อกันหลายวัน
.
สิ่งที่น่าเศร้าที่สุดคือ เมื่อพวกเขาตระหนักได้ว่าควรใช้เงินเพื่อซื้อความสุข สังขารกลับไม่เอื้ออำนวย เรี่ยวแรงที่ถดถอยและปัญหาสุขภาพตามวัย ทำให้เงินหลายสิบล้านเยนที่มีอยู่ไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวหรือความทรงจำที่งดงามได้อีกต่อไป
.
เรื่องราวของครอบครัวนี้ ได้กลายเป็นข้อถกเถียงในสังคมออนไลน์แดนปลาดิบ โดยเฉพาะเรื่อง “วัฒนธรรมการออม” ที่เข้มข้นของชาวญี่ปุ่นซึ่งมักกังวลกับอนาคตมากจนเกินไป จนลืมหรือมองข้ามการใช้ชีวิตใน “ปัจจุบัน” เพราะหัวใจสำคัญของการวางแผนเกษียณ ไม่ใช่แค่การมี "เงิน" ในบั้นปลายชีวิต แต่ยังต้องหมายถึง การมี "คุณภาพชีวิต" และ “สังคม” ที่จะได้ร่วมแบ่งปันความสุขระหว่างทางด้วย
.
เผยแพร่ครั้งแรก วันที่ 12 ธันวาคม 2568
.
#กรุงเทพธุรกิจ #InsightForOpportunities #กรุงเทพธุรกิจLifestyle
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 41
เรื่องนี้สะท้อนหลายมุมมองเลยค่ะ การใช้ชีวิตให้สมดุลสำคัญที่สุด
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่