https://thunhoon.com/ktc091225
KTC บล.ฟินันเซีย ไซรัส แนะนำ ”ซื้อ” เป้า 35 บาท
#ทันหุ้น #SET #KTC บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
Modest growth could raise dividend payout
คาดกำไรสุทธิของ KTC ปี พ.ศ. 2569 เติบโตเพียง 2.1% จากอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ที่สูงขึ้น และการเติบโตของสินเชื่อที่ราว 2.8% เรามองว่าสถานการณ์ของ KTC คล้ายกับธนาคารพาณิชย์ไทยโดยรวม ซึ่งยังคงมีอัพไซด์ในด้านอัตราการจ่ายเงินปันผล คงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ KTC และราคาเป้าหมาย 35 บาท
แรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้นและรายได้จากการติดตามหนี้ที่ยังไม่แน่นอน
มุมมองที่ได้จากการประชุมนักวิเคราะห์ของ KTC มีน้ำหนักเชิงลบเล็กน้อย โดยหลักมาจากความเสี่ยงด้านลบของรายได้จากการติดตามหนี้ภายใต้กรอบ ‘Quick Clear Debt’ และอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ที่คาดว่าจะปรับขึ้น (+2.14 จุด y-y) ในปี พ.ศ. 2569 ระหว่างที่ KTC อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านไปใช้ระบบ Core IT ใหม่ ขณะเดียวกัน เรายังมองว่าปัจจัยบวกของ KTC ยังมีอยู่ ได้แก่ ความเป็นไปได้ที่มาตรการชำระคืนขั้นต่ำบัตรเครดิตที่ 8% จะขยายไปตลอดปี พ.ศ. 2569 และโอกาสที่อัตราการจ่ายเงินปันผลจะเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับมุมมองการเติบโตแบบระมัดระวังของผู้บริหารในปี 2569E
อยู่ในสถานะที่เอื้อต่อการเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผล
ผู้บริหารให้แผนธุรกิจปี พ.ศ. 2569 แบบระมัดระวัง โดยคาดว่าสินเชื่อจะเติบโตระดับเลขตัวเดียวต่ำ และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย สะท้อนความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจและการเมืองที่กดดันกำลังซื้อผู้บริโภค เรามองว่าสถานการณ์นี้คล้ายกับธนาคารพาณิชย์ไทยโดยรวม และยังมีอัพไซด์ต่ออัตราการจ่ายเงินปันผลจากสมมติฐานพื้นฐานที่เราคาดไว้ที่ 45% ปัจจุบัน KTB ซึ่งเป็นธนาคารแม่ของ KTC อยู่ในฐานะที่พร้อมบริหารเงินทุนเชิงรุกมากขึ้น ด้วยอัตราการจ่ายปันผลอย่างน้อย 50% (จากเดิม 35–40%) เราจึงคาดว่า KTC จะมีแนวโน้มเดินตามเพื่อยกระดับ ROE จากประมาณการของเรา หากอัตราการจ่ายปันผลเพิ่มเป็น 50% และ 60% อัตราผลตอบแทนเงินปันผลของ KTC อาจอยู่ที่ 5.3% และ 6.4% เทียบกับกรณีพื้นฐานของเราที่ 4.8% ที่อัตราการจ่าย 45%
ปรับประมาณการ; คงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมาย 35 บาท
เราปรับลดประมาณการกำไรปี พ.ศ. 2568–2569 ลงราว 1% จาก 1) อัตราภาษีที่มีผลจริงสูงขึ้นเป็น 23% จากการตั้งด้อยค่าภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีของบริษัทย่อย KTB Leasing (ซึ่งไม่มีการดำเนินธุรกิจ) และ 2) การเติบโตสินเชื่อที่ลดลงในปี พ.ศ. 2569 ตามภาวะการบริโภคที่อ่อนตัวและการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่ฟื้นตัวเพียงเล็กน้อย ในด้านคุณภาพสินทรัพย์ เรามองเชิงบวก โดยคาดต้นทุนความเสี่ยงลดลงมาอยู่ที่ 5.4–5.7% จาก 6.0% และอัตรา NPL จะยังอยู่ต่ำกว่า 2% ในปี พ.ศ. 2568–2570E
ด้วยการปรับประมาณการเพียงเล็กน้อย เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” KTC พร้อมราคาเป้าหมาย 35 บาท โดยอิงมูลค่า 1.86 เท่าของ 2026E P/BV (COE 10%, ROE 16%) สนับสนุนโดยการเติบโตของสินเชื่อที่ค่อยเป็นค่อยไป คุณภาพสินทรัพย์ที่แข็งแกร่ง และต้นทุนเงินทุนที่ลดลง
KTC บล.ฟินันเซีย ไซรัส แนะนำ ”ซื้อ” เป้า 35 บาท
https://thunhoon.com/ktc091225
KTC บล.ฟินันเซีย ไซรัส แนะนำ ”ซื้อ” เป้า 35 บาท
#ทันหุ้น #SET #KTC บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
Modest growth could raise dividend payout
คาดกำไรสุทธิของ KTC ปี พ.ศ. 2569 เติบโตเพียง 2.1% จากอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ที่สูงขึ้น และการเติบโตของสินเชื่อที่ราว 2.8% เรามองว่าสถานการณ์ของ KTC คล้ายกับธนาคารพาณิชย์ไทยโดยรวม ซึ่งยังคงมีอัพไซด์ในด้านอัตราการจ่ายเงินปันผล คงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ KTC และราคาเป้าหมาย 35 บาท
แรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้นและรายได้จากการติดตามหนี้ที่ยังไม่แน่นอน
มุมมองที่ได้จากการประชุมนักวิเคราะห์ของ KTC มีน้ำหนักเชิงลบเล็กน้อย โดยหลักมาจากความเสี่ยงด้านลบของรายได้จากการติดตามหนี้ภายใต้กรอบ ‘Quick Clear Debt’ และอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ที่คาดว่าจะปรับขึ้น (+2.14 จุด y-y) ในปี พ.ศ. 2569 ระหว่างที่ KTC อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านไปใช้ระบบ Core IT ใหม่ ขณะเดียวกัน เรายังมองว่าปัจจัยบวกของ KTC ยังมีอยู่ ได้แก่ ความเป็นไปได้ที่มาตรการชำระคืนขั้นต่ำบัตรเครดิตที่ 8% จะขยายไปตลอดปี พ.ศ. 2569 และโอกาสที่อัตราการจ่ายเงินปันผลจะเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับมุมมองการเติบโตแบบระมัดระวังของผู้บริหารในปี 2569E
อยู่ในสถานะที่เอื้อต่อการเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผล
ผู้บริหารให้แผนธุรกิจปี พ.ศ. 2569 แบบระมัดระวัง โดยคาดว่าสินเชื่อจะเติบโตระดับเลขตัวเดียวต่ำ และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย สะท้อนความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจและการเมืองที่กดดันกำลังซื้อผู้บริโภค เรามองว่าสถานการณ์นี้คล้ายกับธนาคารพาณิชย์ไทยโดยรวม และยังมีอัพไซด์ต่ออัตราการจ่ายเงินปันผลจากสมมติฐานพื้นฐานที่เราคาดไว้ที่ 45% ปัจจุบัน KTB ซึ่งเป็นธนาคารแม่ของ KTC อยู่ในฐานะที่พร้อมบริหารเงินทุนเชิงรุกมากขึ้น ด้วยอัตราการจ่ายปันผลอย่างน้อย 50% (จากเดิม 35–40%) เราจึงคาดว่า KTC จะมีแนวโน้มเดินตามเพื่อยกระดับ ROE จากประมาณการของเรา หากอัตราการจ่ายปันผลเพิ่มเป็น 50% และ 60% อัตราผลตอบแทนเงินปันผลของ KTC อาจอยู่ที่ 5.3% และ 6.4% เทียบกับกรณีพื้นฐานของเราที่ 4.8% ที่อัตราการจ่าย 45%
ปรับประมาณการ; คงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมาย 35 บาท
เราปรับลดประมาณการกำไรปี พ.ศ. 2568–2569 ลงราว 1% จาก 1) อัตราภาษีที่มีผลจริงสูงขึ้นเป็น 23% จากการตั้งด้อยค่าภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีของบริษัทย่อย KTB Leasing (ซึ่งไม่มีการดำเนินธุรกิจ) และ 2) การเติบโตสินเชื่อที่ลดลงในปี พ.ศ. 2569 ตามภาวะการบริโภคที่อ่อนตัวและการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่ฟื้นตัวเพียงเล็กน้อย ในด้านคุณภาพสินทรัพย์ เรามองเชิงบวก โดยคาดต้นทุนความเสี่ยงลดลงมาอยู่ที่ 5.4–5.7% จาก 6.0% และอัตรา NPL จะยังอยู่ต่ำกว่า 2% ในปี พ.ศ. 2568–2570E
ด้วยการปรับประมาณการเพียงเล็กน้อย เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” KTC พร้อมราคาเป้าหมาย 35 บาท โดยอิงมูลค่า 1.86 เท่าของ 2026E P/BV (COE 10%, ROE 16%) สนับสนุนโดยการเติบโตของสินเชื่อที่ค่อยเป็นค่อยไป คุณภาพสินทรัพย์ที่แข็งแกร่ง และต้นทุนเงินทุนที่ลดลง