#ปันผล #ทันหุ้น – จับตา “กลุ่มแบงก์” ทยอยประกาศจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งปีหลัง 2568 สัปดาห์นี้ คาด เชื่อยิลด์สูง 4-6% มีลุ้น KTB จ่ายปันผลสูงกว่าที่คาดไว้ ที่ 1.28 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Yield 4.2% มองปีนี้กำไรปรับตัวลง เน้นเลือกลงทุนเป็นรายตัว ชู KTB เด่นมีลุ้นปันผลพิเศษ-ซื้อหุ้นคืน เคาะราคาเหมาะสมปีนี้ 32 บาทต่อหุ้น
กลุ่มธนาคารพาณิชย์ (แบงก์) คาดจะเริ่มทยอยประกาศปันผลสัปดาห์นี้ 16-2ก.พ.69) เป็นต้นไป ที่มีลุ้นประกาศปันผลสูงกว่าประมาณการคือ KTB จากฐานะการเงินแข็งแกร่ง ส่วนกรณีที่ ADVANC ประกาศปันผลสูงคาดว่าเป็น One Time ส่วนแบงก์เน้นความสม่ำเสมอ ก็น่าจะเป็นการปันผลสูงในระดับที่เหมาะสม
นายตฤณ สิทธิสวัสดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัดเปิดเผยว่า ฝ่ายวิจัยประเมินแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งหลังปี 2568 ของ 7 ธนาคารพาณิชย์ (ที่ผ่านวิจัยทำบทวิเคราะห์) โดย SCB คาดจ่าย 9.19 บาทต่อหุ้น คิดเป็นเป็นผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) ราว 6.5% รวมปันผลทั้งปี 11.19 บาทต่อหุ้น ขณะที่ KBANK คาดจ่าย 10.30 บาท ต่อหุ้นคิดเป็น Dividend Yield 5.2% รวมปันผลทั้งปี 12.30 บาทต่อหุ้น
@กำไรปีนี้ทรงตัว
ด้าน KTB คาดจ่ายปันผลงวดครึ่งหลังของปี 2568 ที่ 1.28 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Yield 4.2% รวมปันผลทั้งปี 1.71 บาทต่อหุ้น, BBL คาดจ่าย 7.30 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield 4.2% รวมปันผลทั้งปี 9.30 บาทต่อหุ้น, TTB คาดจ่าย 0.07 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield 3.5% รวมปันผลทั้งปี 0.14 บาทต่อหุ้น, TISCO คาดจ่าย 5.11 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield 4.5% รวมปันผลทั้งปี 7.11 บาทต่อหุ้น และ KKP คาดจ่าย 3.04 บาทต่อหุ้นคิดเป็น Dividend Yield 4.3% รวมปันผลทั้งปี 4.54 บาทต่อหุ้น
สำหรับแนวโน้มกำไรสุทธิทั้งปี 2569 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ มีแนวโน้มปรับตัวลดลงเล็กน้อย 0.2% YoY จากแรงกดดันรายได้ดอกเบี้ยและรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย โดยกำไรจากเงินลงทุนจะลดลงจากฐานสูง ขณะที่ NIM เผชิญแรงกดดันจากการลดดอกเบี้ยและการปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวัง แม้จะมีการลดต้นทุนเงินฝากช่วยพยุง ส่วน Credit Cost มีแนวโน้มผ่อนคลายหลังตั้ง Management Overlay ไว้สูงในปี 2568
อย่างไรก็ตามยังคงน้ำหนักลงทุนกลุ่ม “เท่ากับตลาด” โดยให้เป็นหุ้นปันผลสูง มีเงินกองทุนแข็งแกร่ง และมีโอกาสเห็นปันผลพิเศษหรือซื้อหุ้นคืนเพิ่มเติม โดยเลือก KTB เป็น Top Pick ราคาเหมาะสม 32 บาท
@กำไรเงินลงทุนลด
นายกรกช เสวตร์ครุตมัต ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ปี 2569 กลุ่มธนาคารพาณิชย์ จะไม่มีแรงหนุนจากกำไรจากเงินลงทุนและกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน (FVTPL) และการขายเงินลงทุนเหมือนปี 2568 ซึ่งสัดส่วนกำไรดังกล่าวคิดเป็น 25–31% ของกำไรรายไตรมาส สูงกว่าค่าเฉลี่ย 8–20% ในช่วงปี 2565-2567 โดยแรงหนุนที่ผ่านมาเกิดจากบอนด์ยิลด์ที่ปรับลดลง แต่ทิศทางผลตอบแทนพันธบัตรไทยเริ่มกลับทิศตั้งแต่ไตรมาส 4/2568 และโอกาสลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมมีจำกัด ทำให้กำไรจากการลงทุนปี 2569 มีโอกาสจำกัด
ในเบื้องต้นคาดกำไรกลุ่มปี 2569 จะลดลงราว 4% YoY แม้สินเชื่อเติบโต 0-3% กดดันจาก NIM ที่ลดลงราว 12bps, รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยหดตัว 7-8% และ CIR เพิ่มขึ้นเป็น 44.7% ท่ามกลางรายได้อ่อนตัว แม้ Credit Cost มีแนวโน้มลดลงเล็กน้อยจากการทยอยคลาย Overlay ที่ตั้งไว้ 2-3% ของสินเชื่อรวม แต่ถือเป็นปัจจัยพยุงเพียงด้านเดียว ขณะที่ ROE มีแนวโน้มทรงตัวแถว 8.5% ต่ำกว่าจุดสูงสุดในปี 2568
อย่างไรก็ตาม กลุ่มธนาคารพาณิชย์ยังมีเงินกองทุนแข็งแกร่ง โดย CET1 อยู่ราว 14-20% สูงกว่าขั้นต่ำ ธปท. ที่ 8.5% และมีเงินกองทุนส่วนเกินเกือบ 1.4 ล้านล้านบาท รองรับการจ่ายปันผลระดับสูงได้ต่อเนื่อง แต่บล.กสิกรไทย มองว่าความน่าสนใจด้านปันผลและการซื้อหุ้นคืนสะท้อนไปในราคาแล้ว หลัง P/BV กลุ่มปรับขึ้นจาก 0.57 เท่า เป็นราว 0.7 เท่า จึงปรับลดมุมมองกลุ่มเป็น “ลบ” จาก “เป็นกลาง”
@แนะลงทุนรายตัว
พร้อมกันนี้แนะนำนักลงทุนเลือกลงทุนหุ้นที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะ โดยเลือก KTB และ KKP เป็นหุ้นเด่น พร้อมปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย KTB เป็น 33 บาทต่อหุ้น สะท้อนโอกาสเติบโตจากโครงการภาครัฐและพอร์ตสินเชื่อเชิงรับ ขณะที่ KKP เด่นจากค่าธรรมเนียม Bancassurance และ Wealth Management ราคาเหมาะสม 77 บาทต่อหุ้น ส่วน TTB ถูกปรับลดคำแนะนำเป็น “ถือ” ราคาเป้าหมาย 2.00 บาทต่อหุ้น จากแนวโน้มกำไรอ่อนตัวหลังสิทธิประโยชน์ภาษีสิ้นสุด แม้ยังให้ Dividend Yield สูง

เก็ง‘แบงก์’จัดหนักปันผล จับตาKTBจ่ายสูงกว่าคาด
#ปันผล #ทันหุ้น – จับตา “กลุ่มแบงก์” ทยอยประกาศจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งปีหลัง 2568 สัปดาห์นี้ คาด เชื่อยิลด์สูง 4-6% มีลุ้น KTB จ่ายปันผลสูงกว่าที่คาดไว้ ที่ 1.28 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Yield 4.2% มองปีนี้กำไรปรับตัวลง เน้นเลือกลงทุนเป็นรายตัว ชู KTB เด่นมีลุ้นปันผลพิเศษ-ซื้อหุ้นคืน เคาะราคาเหมาะสมปีนี้ 32 บาทต่อหุ้น
กลุ่มธนาคารพาณิชย์ (แบงก์) คาดจะเริ่มทยอยประกาศปันผลสัปดาห์นี้ 16-2ก.พ.69) เป็นต้นไป ที่มีลุ้นประกาศปันผลสูงกว่าประมาณการคือ KTB จากฐานะการเงินแข็งแกร่ง ส่วนกรณีที่ ADVANC ประกาศปันผลสูงคาดว่าเป็น One Time ส่วนแบงก์เน้นความสม่ำเสมอ ก็น่าจะเป็นการปันผลสูงในระดับที่เหมาะสม
นายตฤณ สิทธิสวัสดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัดเปิดเผยว่า ฝ่ายวิจัยประเมินแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งหลังปี 2568 ของ 7 ธนาคารพาณิชย์ (ที่ผ่านวิจัยทำบทวิเคราะห์) โดย SCB คาดจ่าย 9.19 บาทต่อหุ้น คิดเป็นเป็นผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) ราว 6.5% รวมปันผลทั้งปี 11.19 บาทต่อหุ้น ขณะที่ KBANK คาดจ่าย 10.30 บาท ต่อหุ้นคิดเป็น Dividend Yield 5.2% รวมปันผลทั้งปี 12.30 บาทต่อหุ้น
@กำไรปีนี้ทรงตัว
ด้าน KTB คาดจ่ายปันผลงวดครึ่งหลังของปี 2568 ที่ 1.28 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Yield 4.2% รวมปันผลทั้งปี 1.71 บาทต่อหุ้น, BBL คาดจ่าย 7.30 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield 4.2% รวมปันผลทั้งปี 9.30 บาทต่อหุ้น, TTB คาดจ่าย 0.07 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield 3.5% รวมปันผลทั้งปี 0.14 บาทต่อหุ้น, TISCO คาดจ่าย 5.11 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield 4.5% รวมปันผลทั้งปี 7.11 บาทต่อหุ้น และ KKP คาดจ่าย 3.04 บาทต่อหุ้นคิดเป็น Dividend Yield 4.3% รวมปันผลทั้งปี 4.54 บาทต่อหุ้น
สำหรับแนวโน้มกำไรสุทธิทั้งปี 2569 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ มีแนวโน้มปรับตัวลดลงเล็กน้อย 0.2% YoY จากแรงกดดันรายได้ดอกเบี้ยและรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย โดยกำไรจากเงินลงทุนจะลดลงจากฐานสูง ขณะที่ NIM เผชิญแรงกดดันจากการลดดอกเบี้ยและการปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวัง แม้จะมีการลดต้นทุนเงินฝากช่วยพยุง ส่วน Credit Cost มีแนวโน้มผ่อนคลายหลังตั้ง Management Overlay ไว้สูงในปี 2568
อย่างไรก็ตามยังคงน้ำหนักลงทุนกลุ่ม “เท่ากับตลาด” โดยให้เป็นหุ้นปันผลสูง มีเงินกองทุนแข็งแกร่ง และมีโอกาสเห็นปันผลพิเศษหรือซื้อหุ้นคืนเพิ่มเติม โดยเลือก KTB เป็น Top Pick ราคาเหมาะสม 32 บาท
@กำไรเงินลงทุนลด
นายกรกช เสวตร์ครุตมัต ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ปี 2569 กลุ่มธนาคารพาณิชย์ จะไม่มีแรงหนุนจากกำไรจากเงินลงทุนและกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน (FVTPL) และการขายเงินลงทุนเหมือนปี 2568 ซึ่งสัดส่วนกำไรดังกล่าวคิดเป็น 25–31% ของกำไรรายไตรมาส สูงกว่าค่าเฉลี่ย 8–20% ในช่วงปี 2565-2567 โดยแรงหนุนที่ผ่านมาเกิดจากบอนด์ยิลด์ที่ปรับลดลง แต่ทิศทางผลตอบแทนพันธบัตรไทยเริ่มกลับทิศตั้งแต่ไตรมาส 4/2568 และโอกาสลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมมีจำกัด ทำให้กำไรจากการลงทุนปี 2569 มีโอกาสจำกัด
ในเบื้องต้นคาดกำไรกลุ่มปี 2569 จะลดลงราว 4% YoY แม้สินเชื่อเติบโต 0-3% กดดันจาก NIM ที่ลดลงราว 12bps, รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยหดตัว 7-8% และ CIR เพิ่มขึ้นเป็น 44.7% ท่ามกลางรายได้อ่อนตัว แม้ Credit Cost มีแนวโน้มลดลงเล็กน้อยจากการทยอยคลาย Overlay ที่ตั้งไว้ 2-3% ของสินเชื่อรวม แต่ถือเป็นปัจจัยพยุงเพียงด้านเดียว ขณะที่ ROE มีแนวโน้มทรงตัวแถว 8.5% ต่ำกว่าจุดสูงสุดในปี 2568
อย่างไรก็ตาม กลุ่มธนาคารพาณิชย์ยังมีเงินกองทุนแข็งแกร่ง โดย CET1 อยู่ราว 14-20% สูงกว่าขั้นต่ำ ธปท. ที่ 8.5% และมีเงินกองทุนส่วนเกินเกือบ 1.4 ล้านล้านบาท รองรับการจ่ายปันผลระดับสูงได้ต่อเนื่อง แต่บล.กสิกรไทย มองว่าความน่าสนใจด้านปันผลและการซื้อหุ้นคืนสะท้อนไปในราคาแล้ว หลัง P/BV กลุ่มปรับขึ้นจาก 0.57 เท่า เป็นราว 0.7 เท่า จึงปรับลดมุมมองกลุ่มเป็น “ลบ” จาก “เป็นกลาง”
@แนะลงทุนรายตัว
พร้อมกันนี้แนะนำนักลงทุนเลือกลงทุนหุ้นที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะ โดยเลือก KTB และ KKP เป็นหุ้นเด่น พร้อมปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย KTB เป็น 33 บาทต่อหุ้น สะท้อนโอกาสเติบโตจากโครงการภาครัฐและพอร์ตสินเชื่อเชิงรับ ขณะที่ KKP เด่นจากค่าธรรมเนียม Bancassurance และ Wealth Management ราคาเหมาะสม 77 บาทต่อหุ้น ส่วน TTB ถูกปรับลดคำแนะนำเป็น “ถือ” ราคาเป้าหมาย 2.00 บาทต่อหุ้น จากแนวโน้มกำไรอ่อนตัวหลังสิทธิประโยชน์ภาษีสิ้นสุด แม้ยังให้ Dividend Yield สูง