GDP ไทย" โตแค่ไหน? เมื่อเทียบกับภูมิภาคเอเชีย

"GDP ไทย" โตแค่ไหน? เมื่อเทียบกับภูมิภาคเอเชีย
.
GDP ไทยปี 68 โต 2.4% รั้งท้ายเอเชีย ไต้หวัน–เวียดนามแรงสุด
เศรษฐกิจไทยปี 2568 ขยายตัว 2.4% ตามรายงานของ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แม้ไตรมาส 4 จะเร่งขึ้นมาโต 2.5% จากไตรมาส 3 ที่ขยายตัวเพียง 1.2% แต่ภาพรวมทั้งปีถือว่ายังเติบโตต่ำเมื่อเทียบกับประเทศในเอเชีย สะท้อนการฟื้นตัวที่ยังเปราะบาง
.
เมื่อเทียบในภูมิภาค ไต้หวันเติบโตสูงสุด 8.7% ตามด้วยเวียดนาม 8% มาเลเซีย 5.2% ขณะที่อินโดนีเซีย 5.1% จีนและสิงคโปร์ 5% ฟิลิปปินส์ 4.4% และฮ่องกง 3.5%
ส่วนไทยที่ 2.4% อยู่เหนือญี่ปุ่น 1.1% และเกาหลีใต้ 1% แต่ยังรั้งกลุ่มล่างของเอเชีย
.
จีดีพีไทย ปี 68 เหตุผล อะไรหนุน จีดีพีไทย ปี 68 ขยายตัว 2.4% ได้แรงหนุนจาก ไตรมาส 4 โต 2.5% จาก 1.2% ในไตรมาส 3 ดันภาพรวมทั้งปีให้ขยายตัวดีขึ้น
การลงทุนรวมฟื้นตัวแรง โต 4.9% จากปีก่อนที่หดตัว โดยเฉพาะลงทุนภาครัฐโต 8.9% เอกชนกลับมาขยายตัว 3.5%
ส่งออกสินค้าขยายตัวสูง โต 11.9% แรงขับเคลื่อนสำคัญ แม้ส่งออกบริการหดตัวเล็กน้อย
การบริโภคเอกชนโต 2.7% ภาครัฐ 0.6% หนุนกิจกรรมเศรษฐกิจต่อเนื่อง
ภาคการผลิต–ค้าปลีก–เกษตรฟื้นตัว – หลายสาขากลับมาเร่งตัว ทั้งค้าส่งค้าปลีก เกษตร ก่อสร้าง ขณะที่อุตสาหกรรมพลิกกลับมาบวก
.
เสถียรภาพเศรษฐกิจแข็งแรง ว่างงานต่ำ 0.81% เงินเฟ้อเฉลี่ย -0.1% และดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 3.1% ของ GDP สร้างฐานความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
.
ปี 2569 สศช.คาด GDP ไทยจะเติบโต 1.5–2.5% ส่งออกโต 2% เงินเฟ้อเฉลี่ย -0.3 ถึง 0.7% โดยมีปัจจัยสนับสนุน ประกอบด้วย การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของการอุปโภคบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน , การเพิ่มขึ้นของกรอบงบประมาณภาครัฐทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุน , การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวเนื่อง , ปริมาณน้ำที่เอื้ออำนวยต่อ การขยายตัวของการผลิตภาคการเกษตร
.
ด้านหอการค้าไทยระบุว่า ตัวเลขไตรมาส 4 ที่ขยายตัว 2.5% ทำให้ทั้งปีออกมาสูงกว่ากรอบคาดการณ์เดิม แรงหนุนจากการบริโภคเอกชน การลงทุนที่กลับมาฟื้นตัว ส่งออกสินค้าที่เติบโตในระดับสูง
.
ขณะที่เสถียรภาพเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี ดุลบัญชีเกินดุล และเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ
.
หอการค้าไทยเห็นว่า โมเมนตัมเชิงบวกที่เกิดขึ้นควรได้รับการต่อยอดอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการประชุม คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) ร่วมกับภาคเอกชน อย่างสม่ำเสมอทุกสัปดาห์ เพื่อกำหนดทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ ติดตามตัวชี้วัดสำคัญแบบชัดเจน และเร่งรัดการตัดสินใจเชิงนโยบายให้ทันต่อสถานการณ์โลกที่ผันผวน
.
สำหรับแนวโน้มปี 2569 ที่ สภาพัฒน์ปรับเพิ่มประมาณการมาอยู่ที่ ร้อยละ 2.0 แม้ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์การค้า ค่าเงินบาท แต่หากรัฐบาลสามารถรักษาแรงส่งจากการบริโภค การลงทุน และการบริหารงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยมีศักยภาพขยายตัวได้ต่อเนื่อง ในระยะต่อไป
.
ภาคเอกชนเห็นความสำคัญของ ประเด็นยุทธศาสตร์ เช่น การรักษาเสถียรภาพทางการคลังและวินัยการเงินการคลังควบคู่กับการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงการเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและดึงดูดการลงทุนคุณภาพสูง ซึ่งทางหอการค้าฯ ได้มีการเตรียมหารือกับ BOI เพื่อสนับสนุนในส่วนนี้
.
นอกจากนั้น การยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของ SME และภาคการส่งออก เพื่อให้มีความสามารถในการแข่งขันกลับมา และสุดท้ายการเสริมสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศผ่านความชัดเจนเชิงนโยบายที่จะออกมาเมื่อจัดตั้งรัฐบาลเรียบร้อย ซึ่งประเทศไทยยังมีโจทย์ที่ต้องร่วมมือกันอีกเยอะเพื่อให้เศรษฐกิจฟื้นตัวรับมือเศรษฐกิจโลกที่ปรับเปลี่ยนตลอด
.
หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมทำงานร่วมกับรัฐบาลใหม่ภายหลังการเลือกตั้งอย่างใกล้ชิดในกรอบความร่วมมือรัฐ–เอกชน เพื่อผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง แข่งขันได้ และยั่งยืนในระยะยาว

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่