อย่าหนี ให้เสพความทุกข์(ยาขมแต่ดี) คุณอาจตกใจแต่ผมมาเพื่อทางสายกลางที่ถูกบิดเบือน..

การ เสพความทุกข์ คุณอาจตกใจแต่ผมมาเพื่อทางสายกลางที่ถูกบิดเบือน..
ความเพียร สติ สมาธิ....
1.การเจริญสมาธิ เป็นสุข เป็น1ในมรรค
2.การเจริญสติ กำจัดอภิชชาและโทมนัส ก็เป็น1ในมรรค
3.แต่ถ้าคุณลืมหรือกลัวที่จะทุกข์เพราะความเพียร คุณก็จะละเลย 1ในมรรค
คือความเพียร
4.ทำไม การเสพความทุกข์จึงกลายเป็นความเพียร เป็น มรรค
ดังที่พระพุทธเจ้า สอน เพราะ การ ปรารภความเพียร เป็นปัจจัย...
จึงเกิดเวทนา
(มีขันธิ์อยู่แม้พระอรหันต์ก็มีโทมนัส..
จึงเกิดความต่าง ของพระอรหันต์ที่ดับขันธิ์เองด้วยตั้งใจบ้างเช่นพระโมคคัลลานะ
พระอานนท์
และพระอรหันต์ที่ปล่อยขันธิ์แตกดับ
เช่น พระพุทธเจ้า ปลงอายุสังขาร เกิดแผ่นดินไหว ไม่ต่ออายุขัยด้วยอิทธิบาท4 )......
4.การการ ปรารภความเพียร เพราะตั้งเป้า อนุตตรวิโมกข์ นิพพานที่ยังไม่บรรลุ
นิพพานมี2 คือ นิพพานยังมีขันธิ์ กับนิพพานที่ไม่มีขันธิ์
พระอรหันต์ ที่ยังมีขันธิ์จึงยังมี`
การ ปรารภความเพียร เพราะตั้งเป้า
อนุตตรวิโมกข์ นิพพานที่ยังไม่บรรลุ
.แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็จะไม่ลืม สติ สมาธิ มรรค8 ทางสายกลาง
อย่ากลัวเวทนาทุกข์
อย่าหนีเวทนาทุกข์
แต่รู้เหตุเกิด และการดับทุกข์

ยามีรสหวานและบางครั้งก็มีรสขม
..............................
“อย่ากลัวทุกข์…ถ้าคุณอยากหลุดพ้น — เสพทุกข์อย่างมีปัญญา คือทางสายกลาง”
สวัสดีครับ
ผมอยากชวนทุกคน กลับมาเข้าใจทางสายกลางแบบที่พระพุทธเจ้าสอนจริงๆ
ไม่ใช่เวอร์ชันที่ถูกบิดเบือนว่า “ต้องมีแต่ความสุขเท่านั้น”
หลายคนเข้าใจคำว่า ปล่อยวาง – มีความสุข – ไม่ทุกข์
แต่กลับ กลัวการเผชิญทุกข์ เห็นทุกข์แล้วหนี
พอหนีทุกข์ = หนีการฝึกจิต = หนีมรรคข้อสำคัญ

✅ มรรคมีองค์ 8 ไม่ได้บอกให้ปฏิเสธความทุกข์
1️⃣ สมาธิ – เป็นสุข
→ จริง นี่คือสุขในทางธรรม
2️⃣ สติ – กำจัดอภิชฌาและโทมนัส
→ จริง ก็เพื่อลดทุกข์ที่ฟุ้งซ่าน
แต่ถ้าคุณลืมข้อหนึ่งไป
จะไปไม่ถึงไหน คือ…
3️⃣ ความเพียร (สัมมาวายามะ)
→ ต้อง “กล้าฝึก กล้าเจอทุกข์”
เพราะเพียร = ปรารภความเพียร = ยอมรับเวทนาที่เกิดขึ้น
ไม่ใช่ความสบายจ๋าอย่างเดียว

☑️ ทำไม “การเสพความทุกข์อย่างมีสติ” จึงเป็น มรรค?
เพราะ…
แม้พระอรหันต์ยังมีเวทนา (สุข ทุกข์ เฉยๆ)
ความต่างมีเพียง ไม่ทุกข์ซ้ำเพราะการปรุงแต่ง
พระโมคคัลลานะเคยถูกทรมาน
พระอานนท์ก็ยังมีปวดเมื่อย อ่อนล้า
แต่ท่าน ไม่หนีทุกข์
เพียงเฝ้ารู้มันให้ดับไปตามเหตุปัจจัย
นี่คือ เพียรที่แท้จริง
เพียรเพื่อ “อนุตตรวิโมกข์” – ความหลุดพ้นสูงสุด

🔥 นิพพานมี 2 ระดับ
ยังมีขันธ์ → ยังมีเวทนาอยู่ เช่นพระอรหันต์ที่ยังมีชีวิต
ปรินิพพาน → หมดขันธ์ ทุกเวทนาดับสิ้น
ดังนั้นขณะยังมีขันธ์
ต้องเพียร ต้องสู้ ต้องฝึก
ไม่ใช่สบายอย่างเดียวแล้วหวังพ้น

✔️ วิธีปฏิบัติจริง
มีทุกข์ → รู้ว่ามันคือ “ความจริง”
ไม่วิ่งหนี → ฝึกเห็นการเกิด–ดับของมัน
ใช้สติ–สมาธิพยุงใจ
เพียรต่อเนื่อง → คือเดินบน มรรคมีองค์ 8

สรุปสั้นๆ
อยากพ้นทุกข์ ต้องไม่กลัวทุกข์
เสพทุกข์อย่างมีสติ คือทางสายกลาง
หนีทุกข์ = หนีมรรค
สุดท้ายนี้
ผมไม่ได้มาบอกให้เราหาความเจ็บปวดใส่ตัวนะครับ
แต่บอกว่า…
ถ้าทุกข์มันมาถึงเราแล้ว
จงใช้มันเป็นครู … ไม่ใช่ศัตรู
ขอให้ทุกคนมีกำลังใจบนเส้นทางนี้ครับ 🙏✨
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่