จัดลำดับใหม่ทั้งหมด โดยเรียงลำดับตาม "ปริมาณและผลกระทบของการจัดซื้อ/จัดหา" (ซึ่งรวมทั้งการสั่งซื้อใหม่, การรับมอบล็อตใหญ่, และการรื้อฟื้นโครงการใหญ่) ในช่วงปี 2023-2025 ครับ
1. อินโดนีเซีย (ผู้จัดซื้อรายใหญ่ที่สุด - สั่งซื้อใหม่)
อินโดนีเซียยังคงเป็นผู้จัดซื้อยุทโธปกรณ์รายใหญ่ที่สุดในภูมิภาค โดยมีการสั่งซื้อเครื่องบินรบใหม่รวมกัน ประมาณ 114 ลำ
* กองทัพอากาศ (รวม 114 ลำ):
* Rafale (ฝรั่งเศส): สั่งซื้อรวม 42 ลำ (ทยอยรับมอบ)
* Kaan (ตุรกี): ลงนาม 48 ลำ (2025)
* F-15EX (สหรัฐฯ): บรรลุข้อตกลง 24 ลำ (2023)
* กองทัพเรือ:
* จัดซื้อเรือฟริเกตใหม่ หลายลำ จากหลายแหล่ง (Arrowhead 140, PPA-class, Istif-class)
2. กัมพูชา (ผู้รับมอบรายใหญ่ที่สุด - รับความช่วยเหลือ)
ตามที่คุณระบุ กัมพูชาได้รับความช่วยเหลือทางทหารล็อตใหญ่ที่สุด (ในแง่ปริมาณ) จากจีน ซึ่งเปลี่ยนสมดุลทางยุทธศาสตร์อย่างมาก
* การรับมอบ (จากจีน 2023-2024):
* PHL-03 (หรือ AR2): ระบบจรวดหลายลำกล้องพิสัยไกล (จำนวนไม่เปิดเผย แต่เป็นระดับกองพัน)
* SH1: ปืนใหญ่อัตตาจร 155 มม. (จำนวนไม่เปิดเผย)
* ยานเกราะ/ปืนใหญ่/ระบบ ПВО: รับมอบ "จำนวนมาก"
3. มาเลเซีย (รื้อฟื้นโครงการใหญ่ + สั่งซื้อใหม่)
เมื่อรวมโครงการ LCS เข้าไป ทำให้มาเลเซียกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่มีกิจกรรมการจัดหาอาวุธมากที่สุดในช่วงเวลานี้
* กองทัพเรือ:
* LCS (Maharaja Lela-class): ลงนามสัญญารื้อฟื้นโครงการเรือฟริเกตสเตลธ์ 6 ลำ (พ.ค. 2023)
* LMS Batch 2 (ตุรกี): สั่งซื้อเรือตรวจการณ์ 3 ลำ (2023)
* กองทัพอากาศ:
* FA-50M (เกาหลีใต้): สั่งซื้อ 18 ลำ (2023)
* Anka-S UAV (ตุรกี): สั่งซื้อ 3 ลำ (2023)
4. เวียดนาม (การเปลี่ยนแปลงเชิงยุทธศาสตร์)
เวียดนามมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยลดการพึ่งพารัสเซีย และหันไปซื้ออาวุธจากแหล่งใหม่ๆ ที่สำคัญมาก:
* เกาหลีใต้ (ดีลประวัติศาสตร์):
* K9 Thunder: ลงนามสั่งซื้อปืนใหญ่อัตตาจร 20 กระบอก (ส.ค.-ต.ค. 2025)
* สหรัฐอเมริกา (ยกระดับความสัมพันธ์):
* T-6 Texan II: รับมอบเครื่องบินฝึก 12 ลำ (ทยอยส่งมอบ 2024-2025)
* เรือตรวจการณ์: รับมอบเรือตรวจการณ์มือสอง 2 ลำ (จาก U.S. Coast Guard) และจัดซื้อเรือ MetalShark
* อินเดีย (เจรจาดีลใหญ่):
* BrahMos: อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการเจรจาจัดซื้อระบบขีปนาวุธต่อต้านเรือ (ยังไม่ลงนาม)
5. สิงคโปร์ (ผู้นำด้านเทคโนโลยี)
สิงคโปร์จัดซื้อยุทโธปกรณ์ที่ล้ำสมัยและมีมูลค่าสูงที่สุด โดยเน้นการรับมอบอาวุธยุคหน้า
* กองทัพอากาศ:
* F-35B (สหรัฐฯ): สั่งซื้อเพิ่ม 8 ลำ (2023) ทำให้ยอดรวมเป็น 12 ลำ
* กองทัพเรือ:
* เรือดำน้ำ Type 218SG: รับมอบ/ปล่อยลงน้ำ ลำที่ 2 และ 3 (รวม 2 ลำ)
* MRCV: เริ่มโครงการสร้างเรือรบอเนกประสงค์ 6 ลำ
6. พม่า (รับมอบเครื่องบินรบหลัก)
ตามที่คุณชี้ พม่าได้รับการส่งมอบเครื่องบินรบสมรรถนะสูง ซึ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ภายในประเทศ
* การรับมอบ (จากรัสเซีย/จีน):
* Su-30MKE (รัสเซีย): รับมอบ 6 ลำ (ครบถ้วนในช่วง 2023-2024)
* Mi-17 / Mi-35 (รัสเซีย): เฮลิคอปเตอร์ (ไม่ทราบจำนวนแน่ชัด)
* เครื่องบินฝึก/โจมตีเบา (จีน): (ไม่ทราบจำนวนแน่ชัด)
7. ฟิลิปปินส์ (รับมอบอาวุธยุทธศาสตร์)
ฟิลิปปินส์ประสบความสำเร็จในการรับมอบระบบอาวุธยุทธศาสตร์ใหม่ และได้รับความช่วยเหลือจำนวนมากจากสหรัฐฯ
* การจัดซื้อ (รับมอบแล้ว):
* BrahMos (อินเดีย): ระบบขีปนาวุธต่อต้านเรือ 2 แบตเตอรี (ส่งมอบ 2024)
* ความช่วยเหลือ ("ของฟรี"):
* งบประมาณ (FMF): สหรัฐฯ อนุมัติงบช่วยเหลือทางทหารก้อนใหญ่ (ราว 500 ล้านดอลลาร์ ในปี 2024)
8. ไทย (อนุมัติโครงการใหม่)
ไทยอยู่ในช่วง "อนุมัติโครงการ" เพื่อจัดซื้อของใหม่ทดแทน (ตัดรายการเรือดำน้ำ S26T ออกตามคำขอ)
* การอนุมัติ (ยังไม่จัดซื้อ/ส่งมอบ):
* Gripen E/F (สวีเดน): ครม. อนุมัติเฟส 1 จำนวน 4 ลำ (ส.ค. 2025)
* เรือฟริเกต: อนุมัติโครงการจัดหา 2 ลำ (2024-2025)
การซื้ออาวุธของชาติต่างๆรอบๆเรา ในช่วงไม่กีปีที่ผ่านมา
จัดลำดับใหม่ทั้งหมด โดยเรียงลำดับตาม "ปริมาณและผลกระทบของการจัดซื้อ/จัดหา" (ซึ่งรวมทั้งการสั่งซื้อใหม่, การรับมอบล็อตใหญ่, และการรื้อฟื้นโครงการใหญ่) ในช่วงปี 2023-2025 ครับ
1. อินโดนีเซีย (ผู้จัดซื้อรายใหญ่ที่สุด - สั่งซื้อใหม่)
อินโดนีเซียยังคงเป็นผู้จัดซื้อยุทโธปกรณ์รายใหญ่ที่สุดในภูมิภาค โดยมีการสั่งซื้อเครื่องบินรบใหม่รวมกัน ประมาณ 114 ลำ
* กองทัพอากาศ (รวม 114 ลำ):
* Rafale (ฝรั่งเศส): สั่งซื้อรวม 42 ลำ (ทยอยรับมอบ)
* Kaan (ตุรกี): ลงนาม 48 ลำ (2025)
* F-15EX (สหรัฐฯ): บรรลุข้อตกลง 24 ลำ (2023)
* กองทัพเรือ:
* จัดซื้อเรือฟริเกตใหม่ หลายลำ จากหลายแหล่ง (Arrowhead 140, PPA-class, Istif-class)
2. กัมพูชา (ผู้รับมอบรายใหญ่ที่สุด - รับความช่วยเหลือ)
ตามที่คุณระบุ กัมพูชาได้รับความช่วยเหลือทางทหารล็อตใหญ่ที่สุด (ในแง่ปริมาณ) จากจีน ซึ่งเปลี่ยนสมดุลทางยุทธศาสตร์อย่างมาก
* การรับมอบ (จากจีน 2023-2024):
* PHL-03 (หรือ AR2): ระบบจรวดหลายลำกล้องพิสัยไกล (จำนวนไม่เปิดเผย แต่เป็นระดับกองพัน)
* SH1: ปืนใหญ่อัตตาจร 155 มม. (จำนวนไม่เปิดเผย)
* ยานเกราะ/ปืนใหญ่/ระบบ ПВО: รับมอบ "จำนวนมาก"
3. มาเลเซีย (รื้อฟื้นโครงการใหญ่ + สั่งซื้อใหม่)
เมื่อรวมโครงการ LCS เข้าไป ทำให้มาเลเซียกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่มีกิจกรรมการจัดหาอาวุธมากที่สุดในช่วงเวลานี้
* กองทัพเรือ:
* LCS (Maharaja Lela-class): ลงนามสัญญารื้อฟื้นโครงการเรือฟริเกตสเตลธ์ 6 ลำ (พ.ค. 2023)
* LMS Batch 2 (ตุรกี): สั่งซื้อเรือตรวจการณ์ 3 ลำ (2023)
* กองทัพอากาศ:
* FA-50M (เกาหลีใต้): สั่งซื้อ 18 ลำ (2023)
* Anka-S UAV (ตุรกี): สั่งซื้อ 3 ลำ (2023)
4. เวียดนาม (การเปลี่ยนแปลงเชิงยุทธศาสตร์)
เวียดนามมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยลดการพึ่งพารัสเซีย และหันไปซื้ออาวุธจากแหล่งใหม่ๆ ที่สำคัญมาก:
* เกาหลีใต้ (ดีลประวัติศาสตร์):
* K9 Thunder: ลงนามสั่งซื้อปืนใหญ่อัตตาจร 20 กระบอก (ส.ค.-ต.ค. 2025)
* สหรัฐอเมริกา (ยกระดับความสัมพันธ์):
* T-6 Texan II: รับมอบเครื่องบินฝึก 12 ลำ (ทยอยส่งมอบ 2024-2025)
* เรือตรวจการณ์: รับมอบเรือตรวจการณ์มือสอง 2 ลำ (จาก U.S. Coast Guard) และจัดซื้อเรือ MetalShark
* อินเดีย (เจรจาดีลใหญ่):
* BrahMos: อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการเจรจาจัดซื้อระบบขีปนาวุธต่อต้านเรือ (ยังไม่ลงนาม)
5. สิงคโปร์ (ผู้นำด้านเทคโนโลยี)
สิงคโปร์จัดซื้อยุทโธปกรณ์ที่ล้ำสมัยและมีมูลค่าสูงที่สุด โดยเน้นการรับมอบอาวุธยุคหน้า
* กองทัพอากาศ:
* F-35B (สหรัฐฯ): สั่งซื้อเพิ่ม 8 ลำ (2023) ทำให้ยอดรวมเป็น 12 ลำ
* กองทัพเรือ:
* เรือดำน้ำ Type 218SG: รับมอบ/ปล่อยลงน้ำ ลำที่ 2 และ 3 (รวม 2 ลำ)
* MRCV: เริ่มโครงการสร้างเรือรบอเนกประสงค์ 6 ลำ
6. พม่า (รับมอบเครื่องบินรบหลัก)
ตามที่คุณชี้ พม่าได้รับการส่งมอบเครื่องบินรบสมรรถนะสูง ซึ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ภายในประเทศ
* การรับมอบ (จากรัสเซีย/จีน):
* Su-30MKE (รัสเซีย): รับมอบ 6 ลำ (ครบถ้วนในช่วง 2023-2024)
* Mi-17 / Mi-35 (รัสเซีย): เฮลิคอปเตอร์ (ไม่ทราบจำนวนแน่ชัด)
* เครื่องบินฝึก/โจมตีเบา (จีน): (ไม่ทราบจำนวนแน่ชัด)
7. ฟิลิปปินส์ (รับมอบอาวุธยุทธศาสตร์)
ฟิลิปปินส์ประสบความสำเร็จในการรับมอบระบบอาวุธยุทธศาสตร์ใหม่ และได้รับความช่วยเหลือจำนวนมากจากสหรัฐฯ
* การจัดซื้อ (รับมอบแล้ว):
* BrahMos (อินเดีย): ระบบขีปนาวุธต่อต้านเรือ 2 แบตเตอรี (ส่งมอบ 2024)
* ความช่วยเหลือ ("ของฟรี"):
* งบประมาณ (FMF): สหรัฐฯ อนุมัติงบช่วยเหลือทางทหารก้อนใหญ่ (ราว 500 ล้านดอลลาร์ ในปี 2024)
8. ไทย (อนุมัติโครงการใหม่)
ไทยอยู่ในช่วง "อนุมัติโครงการ" เพื่อจัดซื้อของใหม่ทดแทน (ตัดรายการเรือดำน้ำ S26T ออกตามคำขอ)
* การอนุมัติ (ยังไม่จัดซื้อ/ส่งมอบ):
* Gripen E/F (สวีเดน): ครม. อนุมัติเฟส 1 จำนวน 4 ลำ (ส.ค. 2025)
* เรือฟริเกต: อนุมัติโครงการจัดหา 2 ลำ (2024-2025)