JJNY : 5in1 ทบ. ซัดพฤติกรรมเขมร│ปชน.แถลงหลัง 3 กม.หนุนรฟฟ.│เซียจี้พงศ์กวินรับผิดชอบ│เอกชนผวาการเมือง│ร้องข้าวโพดดิ่งเหว

ทบ. ชี้ ทหารเหยียบทุ่นระเบิด เป็นคนที่ 6 ซัดพฤติกรรมเขมร อุปสรรคต่อกลไกทวิภาคี
https://www.matichon.co.th/politics/news_5342356
.

.
ทบ. ชี้ เขมร ลอบวางทุ่นระเบิดอย่างจงใจ ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและอนุสัญญาออตตาวาอย่างต่อเนื่องหลังทหารไทย เหยียบทุ่นระเบิดพื้นที่ปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์ เป็นคนที่ 6
.
เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีเกิดเหตุ พลทหาร อดิศร ป้อมกลาง สังกัดกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 23 (ร.23 พัน 1 ) ได้เหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลที่ฝ่ายกัมพูชาลอบวางไว้ ขณะปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่บริเวณปราสาทตาควาย ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ซึ่งอยู่ในเขตแดนของไทย จนได้รับบาดเจ็บขาขวาท่อนล่างขาด
.
นับเป็นเหตุการณ์รวมครั้งที่ 6 และเป็นเหตุการณ์ครั้งที่ 3 ที่เกิดขึ้นหลังจากฝ่ายไทยและกัมพูชาได้มีข้อตกลงหยุดยิงร่วมกัน จึงชัดเจนว่าฝ่ายกัมพูชายังคงละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอยู่ตลอด รวมถึงการไม่ปฏิบัติตามพันธกรณีในอนุสัญญาออตตาวา ซึ่งห้ามใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลทุกชนิด จึงนับเป็นการลอบโจมตีเป้าหมายกำลังพลฝ่ายไทยที่เป็นไปอย่างจงใจและมีเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์
.
เหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้ได้เกิดขึ้นหลายครั้งในพื้นที่ชายแดน สะท้อนถึงเจตนาร้ายและพฤติกรรมต่อเนื่องของฝ่ายกัมพูชาในการคุกคามฝ่ายไทย และละเมิดบูรณภาพแห่งดินแดนไทย สวนทางกับข้อตกลงหยุดยิงระหว่างประเทศในการประชุม GBC ที่ผ่านมา จึงเป็นเครื่องยืนยันได้ว่าการใช้อาวุธโดยฝั่งกัมพูชายังคงมีความพยายามอยู่ตลอดในช่วงหลังจากมีข้อตกลงหยุดยิง
.
จึงเชื่อได้ว่าเรื่องทุ่นระเบิดนี้น่าจะมีการวางแผนใช้กันมาอย่างเป็นระบบตลอดพื้นที่แนวชายแดน เพื่อเจตนานำมาใช้คุกคามทำร้ายฝ่ายไทย โดยเฉพาะจุดเกิดเหตุอยู่ในเขตพื้นที่ภายในเส้นปฏิบัติการฝั่งไทย
.
ยอมรับว่าพฤติกรรมและการกระทำลักษณะเช่นนี้เป็นอุปสรรคอย่างยิ่งต่อการดำเนินการคลี่คลายสถานการณ์ความตึงเครียดที่ทั้งสองฝ่ายกำลังดำเนินการอยู่ ผ่านกลไกทวิภาคีของทั้งสองประเทศในช่วงนี้
.

.
ปชน.แถลงหลัง 3 กม.หนุนรฟฟ.20 บาท ผ่านฉลุย เย้ยเหตุเลื่อน-ไม่เห็นใช้เงินรฟม.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5341938
.
‘ปชน.’ มองเป็นความสำเร็จร่วมกันของสภา ผลักดัน 3 ร่าง กม.ผ่านฉลุย ย้ำจุดยืน ไม่เห็นด้วย ‘รัฐบาล’ ล้วงเงินจากกระเป๋า รฟม. ทำโครงการ รฟฟ. 20 บาทตลอดสาย ถาม จะเลื่อนไปถึงเมื่อไหร่
.
เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ที่รัฐสภา พรรคประชาชน นำโดยนายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. พรรคประชาชน ร่วมแถลงข่าวภายหลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. … ร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. … และ ร่างพระราชบัญญัติการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ …) พ.ศ. … เพื่อสนับสนุนนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายของรัฐบาล
.
โดยนายสุรเชษฐ์ ระบุว่า ถือเป็นความสำเร็จร่วมกันของสภาผู้แทนราษฎร แม้ร่างพ.ร.บ.จะผ่านแล้ว แต่รัฐบาลก็ยังเลื่อนไปเรื่อยๆ หากจำกันได้ตอนที่รัฐบาลเข้ามาประกาศไว้ที่ 3 เดือน และเลื่อนมาเป็น 2 ปี คือวันที่ 1 ตุลาคม ล่าสุดก็จะเลื่อนอีก ทั้งที่กระบวนการพิจารณาสภาเป็นไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเทียบกับ ร่างพ.ร.บ.อื่น ไม่ได้มีการล้าช้าแต่อย่างใด แม้จะมีการถกเถียงกันบ้างในบางมาตรา ของร่างพ.ร.บ.ราง และ ร่างพ.ร.บ.ตั๋วร่วม แต่เราก็ร่วมผลักดันด้วย มีเพียงร่าง พ.ร.บ.การรถไฟขนส่งฯ ที่เรามีการโหวตสู้กันในมาตรา 4 ที่เกี่ยวกับการกู้มาแจก และมาตรา 8 ที่เป็นการล้วงกระเป๋า รฟม.ซึ่งเราไม่เห็นด้วยเป็นหลัก จึงทำให้เราไม่เห็นชอบ
.
พรรคประชาชน จึงตั้งคำถามว่า นโยบายเรือธงของรัฐบาลที่เลื่อนไป จะเลื่อนไปถึงเมื่อไหร่ และจะมีการดำเนินการตามร่างพ.ร.บ.ทั้ง 3 ฉบับหรือไม่ เพราะหากจะดำเนินการตามนั้น ก็เป็นสิ่งที่ดี เพราะประชาชนจะได้สามารถใช้บัตรใบเดียวแตะเข้าแตะออก และมีส่วนลดได้
.
ขณะที่ นายศุภณัฐ กล่าวในฐานะตัวแทน ส.ส.กทม.พรรคประชาชนว่า ต้องยืนยันอีกครั้งว่า พรรคประชาชน ทั้ง ส.ส.กทม และปริมณฑล เราเห็นด้วยกับการอุดหนุนค่าโดยสารให้กับพี่น้องประชาชน เราเห็นด้วยกับการทำตัวร๋วม เพราะถ้าท่านสังเกต จะพบว่าในร่างพ.ร.บ.ตั๋วร่วมนั้น พรรคประชาชนก็มีการเสนอ และในหลายๆ ประเด็นในร่างพ.ร.บ.ของคณะรัฐมนตรี(ครม.)ที่ยังมีความไม่ครบถ้วน ก็ต้องอาศัยร่างของพรรคประชาชนเข้าไปช่วยให้สมบูรณ์ โดยเฉพาะการที่จะทำให้ครอบคลุมในส่วนของรถเมล์ รวมถึงการทำค่าโดยสารร่วม
.
แต่สิ่งเดียวที่ไม่เห็นด้วย คือการเสนอใช้เงินของทาง รฟม.ขึ้นมา ซึ่งเป็นปัญหาที่มีการพิจารณาในคณะกรรมาธิการแล้ว ย้ำว่า สิ่งเหล่านี้ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่จากพรรคประชาชน เพราะกรรมาธิการในสัดส่วนพรรคประชาชน ไม่มีการเล่นเกม เราร่วมประชุมทุกครั้ง ซึ่งได้พยายามผลักดัน ให้ข้อเสนอแนะ และแบกองค์ประชุมแล้ว แต่สิ่งที่มีความล่าช้านั้น เกิดจากการวางนโยบายของรัฐบาลที่ผิดพลาดเอง
.
นายศุภณัฐ ยังชี้ให้เห็นถึงไทม์ไลน์ ว่าในคณะกรรมาธิการตั๋วร่วม มีการพิจารณาเสร็จสิ้นตั้งแต่ช่วงเมษายนแล้ว แต่รัฐบาลเพิ่งประชุมร่างพ.ร.บ.รฟม. ในเดือนพฤษภาคม แสดงว่าทั้ง 2 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลไม่ได้วางแผนเลยว่าจะใช้เงินจากช่องทางไหน และทำให้เกิดความล่าช้าในการผลักดันนโยบายของรัฐบาลเอง สะดุดขาตัวเองไม่ใช่ใครอื่น และรัฐบาลก็ต้องเป็นผู้ที่รับผิดชอบ
.
ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้น ทั้งตั๋วเหมา ตั๋วรายเดือน ที่มีบางผู้ประกอบการได้ยกเลิกไปแล้ว ก็ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบ ทั้งที่การวางไทม์ไลน์ด้านนิติบัญญัติ รัฐบาลควรคิดให้ได้เองว่าควรจะทำเสร็จเวลาไหน ต้องคำนวณได้ เพราะเป็นเจ้าของเสียงข้างมาก
.
นายศุภณัฐ หวังว่า หลังจากนี้รัฐบาลจะพยายามยึดกลไกตั๋วร่วม ใช้บัตรโดยสารใบเดียว ไม่ใช่แบบที่เป็นในปัจจุบัน ซึ่งใช้บัตร 2 ใบอย่างที่เป็นอยู่ ขณะเดียวกัน จะสามารถดึงรถเมล์ รถโดยสาร รวมถึงเรือ เข้ามาสู่ระบบเดียวกันได้หรือไม่
.

.
เซีย จี้พงศ์กวิน รับผิดชอบ เลื่อนเก็บเงินกองทุนสงเคราะห์ ทำลายความหวังออมเงินแรงงานไทย
https://www.matichon.co.th/local/quality-life/news_5341375
.
เซีย จำปาทอง ยก 4 เหตุผล คัดค้านเลื่อนเก็บเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง อีก 1 ปี ขอ ‘พงศ์กวิน’ ออกมาขอโทษผู้ใช้แรงงาน-ชี้แจงกรอบเวลาเก็บเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างโดยเร่งด่วนที่สุดเมื่อไหร่
.
เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม นายเซีย จำปาทอง สมาชิกผู้แทนราษฎร ประธานเครือข่ายผู้ใช้แรงงาน พรรคประชาชน ออกแถลงการณ์เครือข่ายผู้ใช้แรงงานพรรคประชาชน คัดค้านการเลื่อนจัดเก็บเงินเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างออกไปอีก 1 ปี โดยระบุว่า
.
ตามที่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติเลื่อนการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างออกไป เดิมกําหนดเริ่มจัดเก็บตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นวันที่ 1 ตุลาคม 2569 โดยกระทรวงแรงงาน ระบุสาเหตุในการเลื่อนครั้งนี้ว่า “ด้วยสภาพเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันมีความไม่แน่นอนจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น การขึ้นภาษีการค้าของสหรัฐอเมริกา การปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ํา ตลอดจนสถานการณ์ตึงเครียดจากความขัดแย้งชายแดน ส่งผลให้สถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบต้องปรับตัวและเผชิญกับการแข่งขันที่สูงขึ้น ซึ่งกระทบต่อลูกจ้างและนายจ้างโดยตรง ดังนั้นจึงสมควรเลื่อนระยะเวลาการจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบดังกล่าว เพื่อคงไว้ซึ่งการจ้างบรรเทาและลดภาระทางการเงินของนายจ้างและลูกจ้าง จากภาวะความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ”
.
ในฐานะที่ผมเป็นผู้แทนราษฎร ที่เคยเป็นลูกจ้างมานานกว่า 30 ปี ทํางานใกล้ชิดกับกลุ่มลูกจ้างจํานวนมาก ต้องบอกว่า “รู้สึกผิดหวังและไม่เห็นด้วย” ต่อการตัดสินใจเลื่อนจัดเก็บเงินสงเคราะห์ลูกจ้างในครั้งนี้ของนายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน วันนี้ท่านได้ทําลายความหวังของแรงงานมากกว่า 9.34 ล้านคนที่ใจจดจ่อรอการจัดตั้งกองทุนนี้มานานกว่า 26 ปี พวกเขาหวังเพียงว่าหากมีการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนนี้ พวกเขาจะมีเงินออมไว้ใช้จ่ายเมื่อพวกเขาต้องออกจากงานหรือเสียชีวิตเท่านั้น ซึ่งไม่ได้มากมายอะไรจัดเก็บเพียง 0.25 เท่านั้น” นายเซีย กล่าว
.
นายเซีย กล่าวอีกว่า เครือข่ายผู้ใช้แรงงานพรรคประชาชน รู้สึกผิดหวังอย่างยิ่งต่อมติดังกล่าว และขอคัดค้านการตัดสินใจเลื่อนจัดเก็บเงินเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างออกไปอีก 1 ปี ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและรัฐบาล ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
.
1. คนทํางานรอคอยกองทุนนี้มากว่า 26 ปี กฎหมายคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 กําหนดให้มีกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง แต่รัฐบาลทุกยุคที่ผ่านมาเพิกเฉย ทําให้ลูกจ้างขาดหลักประกันไม่มีเงินออมไว้ใช้จ่ายในยามจําเป็น เมื่อต้องออกจากงานหรือเสียชีวิต พิสูจน์ได้จากที่ผ่านมาเมื่อแรงงานต้องถูกเลิกจ้างและไม่มีเงินเก็บออมจะเดือดร้อนมากและออกมาเรียกร้องต่อรัฐบาล
.
2. การเลื่อนออกไปอีก 1 ปี เท่ากับลูกจ้างสูญเสียโอกาสที่จะสะสมเงินไม่ต่ํากว่าปีละ 16,784 ล้านบาท ทั้งเงินสะสมจากลูกจ้างและเงินสมทบจากนายจ้าง ทั้งๆ ที่ควรถูกจัดเก็บเพื่อเพิ่มความมั่นคงของลูกจ้างมากกว่า 9.32 ล้านคน
.
เมื่อมีการเลื่อนออกไปอย่างน้อย 1 ปี เท่ากับทําลายโอกาสการสร้างเงินออมของคนทํางานทั้งประเทศ การตัดสินใจของรัฐมนตรีครั้งนี้ขาดความรอบด้าน ให้ความสําคัญกับผลกระทบต่อกลุ่มทุนหรือนายจ้างเหนือกว่าผลกระทบที่จะเกิดกับลูกจ้างแรงงาน
.
3. ไม่มีหลักประกันว่าจะไม่เลื่อนอีก การเลื่อนครั้งนี้ไม่ได้มีมาตรการที่ชัดเจนว่ารัฐบาลจะไม่เลื่อนซ้ําอีกเมื่อครบกําหนด 1 ตุลาคม 2569 สิ่งนี้ทําให้คนทํางานทั้งประเทศ เราไม่อาจเชื่อมั่นต่อคําสัญญาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและรัฐบาลได้ เพราะแม้ก่อนหน้านี้จะมีการกําหนดว่าจะเริ่มจัดเก็บตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ท่านมาทํางานเพียงไม่กี่เดือนก็ทําลายความหวังของคนงานโดยการเลื่อนการจัดเก็บเงินออกไปแล้ว
.
4. คนทํางานตกอยู่ในวังวนความเสี่ยงเหมือนเดิม วันนี้หากเกิดวิกฤติดังเช่นที่รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานอ้างเพื่อขอเลื่อนการจัดเก็บเงิน ทําให้โรงงานปิดกิจการ หรือมีการเลิกจ้างจํานวนมาก ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อความเสียหายต่อลูกจ้าง รัฐบาลจะรับผิดชอบเยียวยาคนงานหรือไม่ ที่ผ่านมาหลายๆโรงงานออกมาเรียกร้อง ท่านก็ไม่เคยดูและเยียวยาบางแห่งซ้ําร้ายยังแจ้งความดําเนินคดีกับลูกจ้างที่ออกมาเรียกร้องอีก
.
เครือข่ายผู้ใช้แรงงาน พรรคประชาชน เห็นว่ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างไม่ใช่ภาระแต่เป็น “เครื่องมือคุ้มครองแรงงาน” ที่จะสร้างความมั่นคงในชีวิตให้กับคนทํางานทั้งประเทศ จึงขอเรียกร้องให้นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน ออกมาขอโทษพี่น้องประชาชนคนทํางาน และขอให้ชี้แจงกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าจะดําเนินการจัดเก็บเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างโดยเร่งด่วนที่สุดได้เมื่อใด เครือข่ายผู้ใช้แรงงานพรรคประชาชนขอยืนยันว่าจะยืนหยัดต่อสู้เคียงข้างคนทํางานทุกกลุ่ม เพื่อให้กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเกิดขึ้นจริงโดยไม่ถูกเลื่อนซ้ําแล้วซ้ําเล่าอีกอย่างนี้อีกต่อไป” นายเซีย กล่าว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่