JJNY : 5in1 ศุภจีเจอถาม รวยพอหรือยัง│ปชน.นำแรงงานเดินขบวน│ไอซ์ย้ำขอเชื่อมั่น│สส.ปชน.เผยตั้งใจยื่นหนังสือ│เงินเยนพุ่งแรง

ศุภจี เจอถาม กลางตลาด ทุเรียนลูกละ 100 ดีตรงไหน รวยพอหรือยัง ถ้ารวยพอแล้ว แบ่งให้บ้าง
https://www.matichon.co.th/region/news_5700302
.

.
ศุภจี เจอถาม กลางตลาด ทุเรียนลูกละ 100 ดีตรงไหน รวยพอหรือยัง ถ้ารวยพอแล้ว แบ่งให้บ้าง
 .
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 1 พฤษภาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางมาที่อาคารโดม ภายในตลาดบางใหญ่ซิตี้ ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เยี่ยมชมบูธจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ เพื่อติดตามการจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดและพบปะพี่น้องประชาชนในพื้นที่
.
โดยระหว่างที่นางศุภจี  ซึ่งเดินทางมาถึงก่อนนายอนุทิน ยืนรอรับนายอนุทินนั้น มีหญิงสูงอายุรายหนึ่งเดินเข้ามาถามนางศุภจีว่า “ทุเรียนลูกละ 100 ดีตรงไหนคะ” นางศุภจีตอบว่า “ไม่ทราบ” หญิงสูงอายุจึงพูดต่ออีกว่า “ดีเนอะ ขอถามหน่อยว่า ธุรกิจอะไรที่รวยเอาๆ อย่างธุรกิจน้ำมันไง ขึ้นที ขึ้นกี่บาท แต่เวลาลง ลง 50 สตางค์
.
ซึ่งทันทีที่นางศุภจีถูกหญิงสูงอายุบุกประชิดตัวตั้งคำถาม ทางนายอำเภอบางใหญ่และเจ้าหน้าที่ อส.ได้เข้าห้ามทันที พร้อมกับขอร้องให้หญิงสูงอายุหยุดถาม แต่หญิงสูงอายุรายนี้กลับบอกว่า วันนี้ตนอยากจะคุยกับนายกรัฐมนตรีด้วยว่า คำว่ารวยไม่ไหวแล้ว รวยยังไง อยากให้เข้าไปดูแผงขายของในตลาดตอนนี้ก็ได้ว่า มันโบ๋ไปกี่แผงแล้ว เพราะขายของกันไม่ไหวแล้ว ที่แผงมันโบ๋เพราะต้องไปกู้หนี้ยืมสินกันมาจนต้องปิดแผงโบ๋ไปเพราะหนีหนี้กัน
.
หญิงสูงอายุรายนี้ ทราบชื่อต่อมาคือ นางติ๋ม วัย 66 ปี กล่าวว่า รู้สึกอึดอัดมาก ตลาดตอนนี้เงียบมากแล้วก็ขายของกันไม่ได้ แต่มาบอกว่าจะรวยๆ รวยตลอดไป ใครกันล่ะที่รวย มีแต่พวกเขารวย ประชาชนอย่างเราๆ ได้แต่มองตาปริบๆ หนีหนี้หัวซุกหัวซุนกันไป

“รวยเอาๆ เพียงไม่กี่คน ประชาชนหากินลำบากกันทุกคน ตนไม่อยากมาต่อว่าอะไร แต่อยากถามว่าที่บอกว่ารวยๆ ใครบ้างที่รวย พูดไปเรื่อยเหมือนเด็ก มันอึดอัดจริงๆ ไม่อย่างนั้นตนคงไม่ออกมาพูดหรอก ตอนนี้รวยกันพอหรือยัง ถ้ารวยพอแล้วก็มาแบ่งให้ประชาชนบ้าง ตอนนี้ประชาชนเดือดร้อน ตนจะมาถามแค่นี้” นางติ๋มกล่าว.
.

.
ปชน. นำแรงงาน เดินขบวนรณรงค์ ยื่นแก้ร่างกม.ประกันสังคม ชี้ ต้องปฏิรูป ให้ยึดโยงผู้ประกันตนมากที่สุด
https://www.matichon.co.th/politics/news_5700513
.
‘ปชน.’ เดินขบวนรณรงค์ยื่นร่างกฎหมายประกันสังคม ณัฐพงษ์ ชี้ ประชาชน-ผู้ประกันตน จะเป็นพลังผลักดันร่างผ่านสภาฯ เชื่อหากผ่านส.ส.ไปวุฒิไม่น่ามีปัญหา ด้าน ‘สหัสวัต’ ลั่นต้องเอากองทุนประกันสังคมออกจากระบบราชการ-บริหารโดยมืออาชีพ มอง ชี้ ต้องหาข้อเท็จจริงปมกองทุน 4,000 ล้านล่องหน ยังไม่เห็นเอกสาร-ข้อเท็จจริง ไม่เชื่อลงข้อมูลคลาดเคลื่อน
.
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 1 พฤษภาคม ที่สี่แยกบางโพ ส.ส.พรรคประชาชน นำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายเซีย จำปาทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ น.ส.ธนพร วิจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายสหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี และ น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ ส.ส.สมุทรปราการ พร้อมด้วยภาคประชาชน ร่วมเดินขบวนมายังอาคารรัฐสภา เพื่อยื่นร่างกฎหมายประกันสังคมของพรรคประชาชน
.
นายณัฐพงษ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคประชาชน เตรียมผลักดันร่างกฎหมายประกันสังคม ว่า การผลักดันร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวให้สำเร็จได้จำเป็นจะต้องอาศัยพลังของประชาชน โดยเฉพาะกองทุนประกันสังคม ซึ่งเป็นเงินสมทบของผู้ใช้แรงงานจำนวนมาก มีจำนวนเงินใหญ่กว่างบประมาณแผ่นดิน ผู้ประกันตน 20 ล้านคนควรได้รับความคุ้มครอง เงินดังกล่าวจะต้องถูกนำไปใช้อย่างโปร่งใส บริหารอย่างมืออาชีพ และยึดโยงกับผู้ประกันตน
.
ด้านนายสหัตวัต กล่าวว่า 1 ปีที่ผ่านมาการบริหารกองทุนประกันสังคมมีปัญหาอย่างมาก เราไม่เคยรู้เลยว่านำเงินของผู้ประกันตนไปทำอะไรบ้าง หากพวกตนไม่ออกมาพูดเรื่องนี้แทบไม่มีใครรู้เลยว่ามีการใช้เงินกองทุนไปลงทุนที่ไหน ใช้เงินอย่างไรบ้าง ที่สำคัญการจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนดังกล่าวมาจากสามฝ่าย แต่ผู้บริหารกองทุนกลับเป็นฝ่ายข้าราชการ ซึ่งไม่ได้ใช้กองทุนประกันสังคมด้วยซ้ำ ต้องยอมรับว่าข้าราชการไม่ได้มีความเชี่ยวชาญที่จะบริหารได้อย่างมืออาชีพ ทำให้ผลตอบแทนกองทุนต่ำและนำมาสู่ปัญหาที่สี่คือปัญหาเรื่องความยั่งยืนของกองทุน โดยมีการวิเคราะห์ว่าสามารถอยู่ได้ราว 25-30 ปี วันนี้เราจึงต้องปฏิรูปโครงสร้างเอาสำนักงานประกันสังคมออกจากระบบราชการ ทำให้เกิดความโปร่งใส เอามืออาชีพมาบริหาร ยึดโยงกับผู้ประกันตนให้มากที่สุดเพื่อให้เกิดความยั่งยืน
.
เมื่อถามว่า ตามกฎหมายที่เสนอโดยพรรคประชาชน ลำพังเสียงของพรรคประชาชนเพียงพอที่จะผลักดันหรือไม่ จะมีการคุยกับฝั่งรัฐบาลหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มีการพูดคุยกันมาตลอด และนำมาสู่การทำกิจกรรมในวันนี้ แต่สิ่งสำคัญคือเสียงของผู้ประกันตน ทั้งนี้ หากเสียงของส.ส. ผ่านเสียงของส.ว. ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไรจากบริบทการเมืองที่เป็นอยู่ อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่าในช่วงของรัฐบาลช่วงที่มีการหาเสียงเลือกตั้ง แต่ละพรรคการเมืองก็ออกมาสนับสนุนให้เอากองทุนประกันสังคมให้ออกจากราชการ ดังนั้น จึงคิดว่าไม่มีพรรคการเมืองใดออกมาคัดค้านกฎหมายที่เป็นประโยชน์กับประชาชน
.
เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้มีรายงานข่าวว่าเงินกองทุน ล่องหน 4,000 ล้านบาท และสำนักงานประกันสังคม รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ชี้แจงว่าเป็นการลงข้อมูลที่คลาดเคลื่อนนั้น มองเรื่องนี้อย่างไรและได้มีการสอบถามไปยังบอร์ดประกันสังคม รวมถึงทีมประกันสังคมก้าวหน้าหรือไม่ นายสหัสวัต กล่าวว่า ทีมประกันสังคมก้าวหน้ายังรักษาการบอร์ดประกันสังคมอยู่ และพยายามหาข้อมูลข้อเท็จจริงเรื่องนี้จากข้าราชการในสำนักงานประกันสังคม แต่ยังไม่ได้ความชัดเจนและยังไม่เห็นเอกสารว่าการลงข้อมูลผิดผิดอย่างไรหรือลงจุดไหนที่ผิด ซึ่งตราบใดที่ไม่เห็นเอกสารข้อเท็จจริงย้ำว่าข้อมูลที่ยังไม่สามารถฟันธงได้ สำหรับพรรคประชาชนขณะนี้ใกล้ตั้งคณะกรรมธิการอย่างเป็นทางการยืนยันจะใช้กลไกกรรมาธิการติดตามเรื่องนี้ต่ออย่างแน่นอน
.
จากนั้นเวลา 15.30 น. นายณัฐพงษ์ และคณะ เดินทางมายื่นหนังสือถึงประธานสภาฯ โดยมีตัวแทนกลุ่มงานประสานการเมืองและรับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงานประธานสภาผู้แทนราษฎร มารับยื่นหนังสือ นำโดย น.ส.รัชดาภรณ์ เอี่ยมอนันต์ รักษาการในตำแหน่งผู้บังคับบัญชากลุ่มงานประสานการเมืองและรับเรื่องราวร้องทุกข์ และว่าที่ร้อยตำรวจตรีสัณห์ พิริยะ นิติกรเชี่ยวชาญ เป็นตัวแทนรับ จากนั้นส.ส.พรรคประชาชน สลับกันปราศรัยเป็นระยะ.
.

.
ไอซ์ รักชนก ย้ำ ประกันสังคมยังคุ้มค่า ขอเชื่อมั่น ปฏิรูปแล้วทุกอย่างจะดีขึ้น
https://www.matichon.co.th/politics/news_5700609
.
ไอซ์ รักชนก ย้ำ ประกันสังคมยังคุ้มค่า เป็นหลังพิงสุดท้ายในบั้นปลายชีวิต
.
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 1 พฤษภาคม ที่ลานประชาชน อาคารรัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวปราศรัยว่า ที่ผ่านมาแม้พรรคประชาชนจะมีการตรวจสอบอย่างหนักหน่วงทั้งในและนอกระบบส่งเงินเข้าระบบประกันสังคมแต่ก็ยังยืนยันว่า ยังอยากให้แรงงานทั้งไทยและทั้งในและนอกระบบส่งประกันสังคม เพราะเป็นรูปแบบที่คุ้มค่าที่สุด แม้จะมองว่าสิทธิ์รักษาพยาบาล สิทธิ์ทันตกรรม จะได้น้อยกว่าระบบบัตรทอง แต่นอกเหนือจากนี้ ระบบประกันสังคมยังมีบำนาญชราภาพเดือนละประมาณ 3,500-5,000 บาท
.
น.ส.รักชนกกล่าวต่อว่า ดังนั้น ตนจึงกล้าพูดได้ว่าเป็นระบบประกันที่คุ้มค่ามากจากการส่งเงินสมทบเดือนละ 700-800 บาท ต่อเนื่อง 25 ปี แล้วได้บำนาญ 3,000-5,000 ตลอดชีวิต ถือว่าเป็นหลังพิงสุดท้ายให้กับแรงงานทุกคนในวันที่ทำงานไม่ไหวแล้ว หรือนอกเหนือจากเงินบำนาญชราภาพแล้วระหว่างนี้ยังมีเงินสำหรับคลอดบุตร เงินชดเชยการว่างงานที่จะเป็นที่พักพิงให้ได้บ้าง อาจจะไม่วิลิศมาหราเลิศหรู แต่ช่วยเราในวันลำบาก ในวันที่เราต้องการเบาะรองมันก็เป็นเบาะรองให้เราได้จริงๆ
.
พรรคประชาชนยืนยันว่าถึงแม้จะวิพากษ์วิจารณ์ตรวจสอบประกันสังคมอย่างรุนแรงเด็ดขาด แต่ขอให้ผู้ประกันตนยังเชื่อมั่นในกองทุนประกันสังคมว่าเมื่อเราปฏิรูปมันแล้วทุกอย่างจะดีขึ้น
.

.
สส.นนทบุรี ปชน. ชี้ เป็นมารยาทปกติ รับนายกฯเปิดงานบางใหญ่ เผย ตั้งใจไปยื่นหนังสือตามปัญหา
https://www.matichon.co.th/politics/news_5700585
.
‘สส.นนทบุรี’ แจงภาพต้อนรับ ‘อนุทิน’ พร้อมคณะ เปิดโครงการไทยช่วยไทยพลัสที่บางใหญ่ บอกจะไปยื่นหนังสือติดตามการแก้ปัญหาในพื้นที่-ต้อนรับตามฐานะเจ้าบ้าน มองเป็นมารยาทปกติ
.
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 1 พฤษภาคม ที่สี่แยกบางโพ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นายสุทัศน์ มีศิริ ส.ส.นนทบุรี พรรคประชาชน ไปปรากฏตัวร่วมงานที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ไปตรวจสินค้าในโครงการไทยช่วยไทยพลัส ลดภาระค่าครองชีพว่า จากการสอบถามนายสุทัศน์ได้รับข้อมูลว่ามีความตั้งใจที่จะไปยื่นหนังสือติดตามการแก้ปัญหาในพื้นที่ต่อตัวนายกรัฐมนตรีโดยตรง แต่จังหวะหน้างานอาจจะให้นายอำเภอหรือเจ้าหน้าที่รับหนังสือแทน
.
ด้านนายสุทัศน์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยหารือเรื่องทางด่วน M81 รวมถึงปัญหาท่อประปาแตกไปแล้วในสภา แต่เนื่องจากมีโอกาสที่นายกฯ และรองนายกฯ ไปเปิดงานไทยช่วยไทยพลัสที่ตลาดบางใหญ่ จึงถือโอกาสนี้จะไปยื่นหนังสือเพื่อเป็นแนวทางหนึ่งในการดำเนินการแก้ปัญหาในพื้นที่ แต่เมื่อไปถึงก็เจอท่านนายอำเภอก่อน ซึ่งรับปากว่าจะรับเรื่องไปดำเนินการต่อ อย่างไรก็ตามเนื่องจากพื้นที่บางใหญ่ซึ่งเป็นพื้นที่จัดงาน มีตนเป็น ส.ส.เพียงคนเดียว จึงไปรับนายกฯในฐานะเจ้าบ้าน เป็นมารยาทที่ถูกต้องที่ควรจะทำ
.
เมื่อถามว่า ขณะนั้นมีภาพที่ ส.ส.ไปเข็นรถเข็นให้นายกฯด้วย นายสุทัศน์กล่าวว่า ในจังหวะนั้นมีรถเข็นมาเบียดเราจึงได้ผลักดันไป เพราะจังหวะนั้นคนเยอะมาก อย่างไรก็ตาม ตนในฐานะเจ้าบ้านหากมีคนมาซื้อสินค้าบ้านตนก็มองว่าเป็นการบริการตามปกติ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร.
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่