JJNY : “โรม-ศุภโชติ” พบข้อน่าสงสัยตุนน้ำมัน│“เซีย” ปลุกแรงงาน│สหภาพยุโรปขยายเวลาคว่ำบาตรเมียนมา│44 จว.รับมือฝนฟ้าคะนอง

“โรม-ศุภโชติ” ร่วมคณะตรวจคลังน้ำมัน “เสี่ยตือ” ที่เพชรบุรี พบข้อน่าสงสัยตุนน้ำมันมาตั้งแต่ปี 2564
.

.
ที่คลังน้ำมัน จ.เพชรบุรี นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมด้วย นายศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ร่วมตรวจสอบหนึ่งในคลังและโรงกลั่นน้ำมัน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ “เสี่ยตือ” ที่คาดว่าจะเป็นตัวการใหญ่ที่มีส่วนพัวพันกรณีการกักตุนน้ำมัน ตามคำเชิญของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน จากกรณีที่รังสิมันต์ได้ตั้งกระทู้สดด้วยวาจาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ก่อนที่จะได้รับคำเชิญให้ร่วมกระบวนการตรวจสอบคลังน้ำมันร่วมกับกระทรวงพลังงานและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องในวันนี้
.
โดยในส่วนของนายศุภโชติ ระบุว่าพื้นที่ที่คณะร่วมกันตรวจสอบในวันนี้ เป็นทั้งโรงกลั่นและคลังน้ำมันที่อยู่ในพื้นที่ติดกัน ถือโดยสองนิติบุคคล แต่ทั้งสองส่วนเคยอยู่ภายใต้นิติบุคคลเดียวกันมาก่อน คือเสี่ยตือ ที่แบ่งคลังน้ำมันออกมาขายให้กับบริษัทบางจากในมูลค่า 9,000 ล้านบาท ขณะที่เสี่ยตือก็ยังคงถือครองในฝั่งโรงกลั่นอยู่ ขายเพียงในส่วนของคลังน้ำมันออกไป 20 ถัง เป็นถังขนาดใหญ่สุดอยู่ที่ราว 64 ล้านลิตร โดยเสี่ยตือยังคงเป็นเจ้าของอยู่ 17 ถัง
.
สิ่งที่น่าแปลกใจคือโครงการนี้สร้างเสร็จมาตั้งแต่ปี 2562 แต่หยุดการทำงานไปเมื่อปี 2564 โดยมีน้ำมันค้างอยู่ในโรงกลั่น 5 ล้านลิตร ซึ่งผู้ชี้แจงระบุว่าไม่ได้มีการนำน้ำมันออกมาเลย ค้างอยู่ตั้งแต่ปี 2564-2569 ทำให้เกิดคำถามว่าทำไมถึงไม่มีความพยายามนำน้ำมันนี้ออกมาขายต่อ เพราะหลังจากปี 2564 เป็นต้นมาโลกประสบภาวะวิกฤติราคาน้ำมันถึง 2 ครั้ง คือจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน และจากเหตุการณ์ในตะวันออกกลางปัจจุบัน จะบอกว่าการนำน้ำมันออกมาขายไม่คุ้มต้นทุนก็ไม่ใช่ เพราะราคาค้าปลีกในช่วงเวลานั้นสูงขึ้นมาก ควรที่จะนำออกมาขายได้
.
นายศุภโชติกล่าวต่อไปว่าประเด็นต่อมาที่มีการตั้งข้อสังเกต คือกรณีของถังที่มีการอ้างว่าไม่ได้ใช้และถูกปิดตายนั้นถูกปิดจริงหรือไม่ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบเรื่องนี้คือกรมศุลกากร เนื่องจากคลังน้ำมันนี้ถูกจดทะเบียนในรูปแบบเขตปลอดภาษี จึงไม่ใช่กรมธุรกิจพลังงานที่เป็นผู้ดูแลโดยตรง
.
ซึ่งทางฝั่งผู้ชี้แจงจากกรมศุลกากรก็อ้างว่ามีการเข้าตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ มีการปิดผนึกไว้ด้วยซีลเป็นอย่างดี ถ้ามีการใช้งานเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรต้องเป็นผู้ดำเนินการตัดซีลด้วยตัวเอง แต่จากการตรวจสอบในพื้นที่จริงวันนี้ กลับพบว่าถังน้ำมันเหล่านั้นกลับถูกปิดผนึกด้วยซีลรูปแบบใหม่ ที่แม้แต่เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรที่ร่วมคณะในวันนี้ ยังไม่สามารถตอบได้ว่าเป็นซีลของกรมจริงหรือไม่
.
นายศุภโชติ กล่าวต่อไปว่าจากการตรวจสอบในวันนี้ทำให้เห็นช่องโหว่ของระบบตรวจสอบของภาครัฐ ที่อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้น้ำมันหายไปในช่วงที่ผ่านมา ทั้งหน่วยงานกำกับดูแลที่กระจัดกระจาย เช่น ถ้าเป็นคลังน้ำมันในเขตปลอดภาษี หน่วยงานที่ดูแลคือกรมศุลกากร แต่ถ้าเป็นคลังน้ำมันในประเทศคนที่ดูแลคือกรมสรรพสามิต
.
หรือแม้แต่ระบบการรายงานข้อมูลจากคลังน้ำมันหรือโรงกลั่นไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ล้วนแต่เป็นข้อมูลทางเดียวทั้งสิ้น การตรวจสอบของหน่วยงานภาครัฐเป็นเพียงแค่การสุ่มตรวจเท่านั้น ทำให้อาจเกิดช่องโหว่ของการกระทำความผิดได้ ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลต้องทำต่อในอนาคตคือเร่งหาตัวคนที่ทำความผิดในการกักตุนน้ำมันของประชาชนจากวิกฤตที่เกิดขึ้นมาลงโทษให้ได้ และออกแบบหรือลงทุนในระบบการตรวจสอบและเปิดเผยข้อมูลทั้งจากคลังน้ำมันทั่วประเทศใหม่ทั้งระบบ
.

.
“เซีย” บุกนิคมบางปู ปลุกแรงงานยื่นร่างปฏิรูปประกันสังคม ทวงคืนกองทุนเป็นของประชาชน
https://www.thairath.co.th/news/politic/2929210
.
“เซีย” ปลุกแรงงานยื่นร่างปฏิรูปประกันสังคม ทวงคืนกองทุนเป็นของประชาชน นัดรวมพลเดินขบวนสู่สภาวันแรงงาน
.
วันที่ 27 เมษายน 2569 นายเซีย จำปาทอง สส.บัญชีรายชื่อ พร้อมด้วย สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน ลงพื้นที่ทำกิจกรรมรณรงค์ ณ ตลาดนัดบางปูเซ็นเตอร์ และตลาดนัดนิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อผลักดันร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม ฉบับพรรคประชาชน โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีแรงงานและประชาชนในพื้นที่ให้ความสนใจร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านกิจกรรมแปะสติกเกอร์สนับสนุนการปฏิรูปกองทุนประกันสังคมอย่างล้นหลาม
นายเซีย กล่าวว่า เป้าหมายหลักของการรณรงค์ครั้งนี้คือการสร้างความโปร่งใสให้กับกองทุนประกันสังคม เพื่อให้ผู้ประกันตนทุกคนได้รับรู้ว่าเงินที่ส่งเข้ากองทุนในทุกเดือนนั้นถูกนำไปบริหารจัดการอย่างไร ตนมองว่าถึงเวลาแล้วที่ประกันสังคมควรแยกตัวออกจากระบบราชการ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีความรู้ความสามารถเข้ามาบริหารจัดการกองทุนอย่างเป็นมืออาชีพ ซึ่งจะช่วยสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าและยั่งยืน กลับคืนมาเป็นสิทธิประโยชน์ที่มากขึ้นให้กับพี่น้องประชาชน
.
หากกองทุนมีความยั่งยืนและยึดโยงกับผู้ประกันตน การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพจะช่วยให้เราสามารถจัดสรรสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้กับพี่น้องแรงงานได้ครอบคลุมและดีกว่าเดิม” นายเซียกล่าวและว่า ขอเชิญชวนผู้ประกันตนและประชาชนที่เห็นด้วยกับแนวทางการปฏิรูปของพรรคประชาชน ให้มาร่วมแสดงพลังในการยื่นร่างกฎหมายดังกล่าวเพื่อทวงคืนประกันสังคมกลับมาเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง โดยพรรคประชาชนกำหนดจัดกิจกรรมเดินขบวนเนื่องในวันแรงงาน ในวันที่ 1 พฤษภาคมนี้ เริ่มเคลื่อนขบวนจากสี่แยกบางโพ มุ่งหน้าสู่อาคารรัฐสภา ตั้งแต่เวลา 14:30 น. เป็นต้นไป เพื่อส่งเสียงถึงผู้มีอำนาจและร่วมกันเปลี่ยนแปลงระบบประกันสังคมให้ดีขึ้นเพื่อทุกคน
.

.
สหภาพยุโรป ขยายเวลาคว่ำบาตร เมียนมา อีก 1 ปี มุ่งคงแรงกดดันต่อผู้ปกครองทหาร
.
สหภาพยุโรป ขยายเวลาคว่ำบาตร เมียนมา อีก 1 ปี มุ่งคงแรงกดดันต่อผู้ปกครองทหาร
.
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สหภาพยุโรป(อียู)ประกาศในวันจันทร์(27 เม.ย.)ว่า ได้ขยายมาตรการคว่ำบาตรต่อเมียนมาออกไปจนถึงอย่างน้อยเดือนพฤษภาคมปี 2027 เพื่อคงแรงกดดันต่อผู้คณะผู้ปกครองทหารของเมียนมาเอาไว้ต่อไป ซึ่งเป็นผลจากก่อการรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้งเมื่อกว่า 5 ปีก่อน
.
มาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวรวมถึงการอายัดทรัพย์สิน การห้ามเดินทาง และการห้ามส่งอาวุธ ที่ดำเนินการต่อบุคคล 105 ราย และองค์กร 22 แห่ง ซึ่งอียูกำหนดออกมาบังคับใช้ครั้งแรกหลังเกิดเหตุรัฐประหารขึ้นในเมียนมาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2021 และมีการปราบปรามผู้เห็นต่างที่เกิดขึ้นตามมา
.
“สหภาพยุโรปขอย้ำการประณามอย่างรุนแรงที่สุดต่อการกระทำของกองทัพเมียนมานับตั้งแต่การรัฐประหารในปี 2021” อียูระบุ โดยอ้างถึงสิ่งที่อธิบายว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงอย่างต่อเนื่องและการจำกัดเสรีภาพขั้นพื้นฐานอย่างกว้างขวางของคณะผู้ปกครองทหารเมียนมา
.
อียูยังเรียกร้องให้ยุติความรุนแรงทั้งหมดและปล่อยตัวผู้ที่ถูกควบคุมตัวโดยพลการ พร้อมระบุอีกว่าจะยังคงระงับความช่วยเหลือทางการเงินโดยตรงแก่รัฐบาลเมียนมาและระงับความช่วยเหลือใดๆ ที่อาจถูกมองว่าเป็นการให้ความชอบธรรมแก่ผู้นำกองทัพด้วย
.
ทั้งนี้ตามข้อมูลขององค์การสหประชาชาติ(ยูเอ็น)ระบุว่า เมียนมามีผู้พลัดถิ่นอย่างน้อย 3.6 ล้านคนนับตั้งแต่เกิดเหตุรัฐประหาร ขณะที่สมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง(AAPP) ยืนยันว่ามีผู้ถูกสังหารเสียชีวิตในช่วงของเหตุความขัดแย้งรุนแรงในเมียนมาเกือบ 8,000 ราย และถูกจับกุมเกือบ 31,000 ราย โดยมากกว่า 22,000 คนยังคงถูกคุมขังอยู่
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่