JJNY : DSI แจ้งข้อหา‘สุรัตน์’ นายทุนตัวจริง│ส.อ.ท.เตือน 7 อุตฯเสี่ยงกระทบหนัก│แผ่นดินไหวฟิลิปปินส์ขนาด 8.2 │31 จว.ฝนหนัก

DSI แจ้งข้อหา ‘สุรัตน์’ นายทุนตัวจริง เบื้องหลังคดีปลอมปนน้ำมัน พร้อมจ่อเรียก 6 โรงกลั่นใหญ่รับข้อหาผิด พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง
.

.
ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 3/2569 ลงวันที่ 20 มีนาคม 2569 ที่ได้กำชับให้เร่งรัดตรวจสอบและป้องกันการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเด็ดขาด โดยมีการสนธิกำลังร่วมกันระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมธุรกิจพลังงาน กรมเจ้าท่า ศรชล. กรมสรรพสามิต กรมการค้าภายใน และหน่วยงานระดับจังหวัด เพื่อตรวจสอบบริษัทคลังน้ำมันและศูนย์กระจายน้ำมันทั่วประเทศ ซึ่งนำไปสู่การรับเป็นคดีพิเศษหลายกรณีความคืบหน้าคดีปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิง (คดีพิเศษที่ 66/2569)
 .
สำหรับกรณีการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงที่สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ ซึ่งเกี่ยวข้องกับ บริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเลียมเทรดดิ้ง จำกัด ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ออกหมายเรียก สุรัตน์ สุขเจริญไกรศรี (น้องชายของสมบูรณ์ สุขเจริญไกรศรี (เสี่ยตือ คอสโม่) เพื่อเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในความผิดฐานร่วมกันเป็นผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิง (มาตรา 10) และกระทำการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อจำหน่าย (มาตรา 25 วรรคหนึ่ง) ตาม พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543
 .
ทั้งนี้ คณะพนักงานสอบสวนได้กำหนดนัดหมายให้นายสุรัตน์เข้าพบในวันที่ 8 มิถุนายน 2569 อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่านายสุรัตน์ได้เดินทางเข้าพบคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาก่อนกำหนดเมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยแนวทางการสืบสวนระบุว่า นายสุรัตน์ถือเป็นผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงและเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการบริหารจัดการธุรกิจน้ำมันของบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเลียมเทรดดิ้ง จำกัด ทั้งหมด โดยมีพยานหลักฐานเป็นเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับบัญชีนิติบุคคล แม้จะไม่เคยปรากฏชื่อของนายสุรัตน์ในโครงสร้างกรรมการและผู้ถือหุ้นของบริษัทก็ตาม
 .
นอกจากนี้ รายงานยังระบุถึงความคืบหน้าการตรวจสอบใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางเรือ จำนวน 166 ฉบับ ของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 (โรงกลั่น) จำนวน 6 แห่งในประเทศไทย ซึ่งพบว่าไม่มีการกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนใน 8 ข้อสำคัญ ตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดวิธีการและเงื่อนไขในการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 อันถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543
 .
ทางคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจึงได้ดำเนินการออกหมายเรียกนิติบุคคลระดับมหาชนทั้ง 6 บริษัท เพื่อให้มารับทราบข้อกล่าวหาฐานเป็นผู้ค้าน้ำมันที่ทำการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงไม่เป็นไปตามวิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด โดยกำหนดนัดหมายให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาระหว่างวันที่ 11-12 มิถุนายน 2569 ซึ่งจนถึงปัจจุบันยังไม่มีบริษัทใดส่งหนังสือขอเลื่อนการเข้าพบ ประกอบด้วย
 .
• บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) – Thaioil (TOP)
• บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) – GC (PTTGC)
• บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) – IRPC
• บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) – Bangchak (BCP)
• บริษัท บางจาก ศรีราชา จำกัด (มหาชน) – Bangchak Sriracha (BSRC)
• บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) – Star Petroleum (SPRC)
.

.
ส.อ.ท.เตือน 7 อุตสาหกรรมเสี่ยงกระทบหนัก วิกฤตตะวันออกกลางลามทะเลแดง
.
• ส.อ.ท. แสดงความกังวลว่าวิกฤตตะวันออกกลางที่อาจกระทบเส้นทางเดินเรือทะเลแดง จะส่งผลให้ต้นทุนพลังงาน การขนส่ง และวัตถุดิบสูงขึ้น
• อุตสาหกรรม 7 กลุ่มที่พึ่งพาการนำเข้าและส่งออกมีความเสี่ยงสูง เช่น ยานยนต์และชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์ อาหารแปรรูป และปิโตรเคมี
• สถานการณ์ดังกล่าวอาจผลักดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้นและส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อของไทยปรับตัวสูงขึ้น กระทบทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภค
.
นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มยืดเยื้อหลังจากการเจรจาสันติภาพยังไม่ได้ข้อสรุป สร้างความกังวลต่อภาคอุตสาหกรรมไทยในหลายด้าน โดยเฉพาะต้นทุนพลังงาน ต้นทุนการขนส่ง ราคาวัตถุดิบสำคัญ และความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาพรวมเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทยในปีนี้
.
ทั้งนี้ หากสถานการณ์ตะวันออกกลางบานปลายไปถึงการปิดเส้นทางเดินเรือในทะเลแดง จะทำให้การขนส่งสินค้าระหว่างเอเชีย ยุโรป และตะวันออกกลางมีต้นทุนสูงขึ้น ระยะเวลาขนส่งยาวนานขึ้น และอาจกระทบต่อการส่งมอบสินค้า โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่พึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าและมีคำสั่งซื้อจากต่างประเทศ เช่น อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์และชิ้นส่วน อาหารแปรรูป ปิโตรเคมี เคมีภัณฑ์ ปุ๋ย และบรรจุภัณฑ์
.
นอกจากนี้ สถานการณ์ดังกล่าวยังอาจกดดันให้ราคาน้ำมันกลับขึ้นไปอยู่เหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้อีกครั้ง ซึ่งจะส่งผลต่อต้นทุนการผลิต ค่าขนส่ง และราคาสินค้าในประเทศโดยตรง ทำให้อัตราเงินเฟ้อไทยมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น 
 .
โดยคาดว่าในเดือนพฤษภาคมนี้อาจเพิ่มขึ้นเกิน 3% จากแรงกดดันด้านราคาพลังงานและราคาสินค้าที่ปรับราคาสูงขึ้นตามต้นทุนวัตถุดิบสต๊อกใหม่ ซึ่งท้ายที่สุดจะส่งผลกระทบทั้งต่อผู้ประกอบการและผู้บริโภค
.
สิ่งที่น่ากังวลในขณะนี้คือ ผลกระทบไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะวิกฤตพลังงานเท่านั้น แต่จะซ้อนทับกับปัญหาอื่นที่ภาคอุตสาหกรรมไทยเผชิญอยู่แล้ว ทั้งกำลังซื้อในประเทศที่ยังเปราะบาง และการแข่งขันจากสินค้านำเข้า ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) ที่มีความสามารถในการรับแรงกระแทกจำกัด
.
ขณะที่ล่าสุดไทยยังมีความเสี่ยงเพิ่มในเรื่องความไม่แน่นอนจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ หลังสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐอเมิรกา (USTR) เสนอเก็บภาษีไทยภายใต้มาตรการ 301 ในอัตรา 12.5% ซึ่งอาจกระทบต่อการส่งออกของไทยในระยะต่อไป 
.
อย่างไรก็ตาม แม้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ภาคอุตสาหกรรมต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แต่ผู้ประกอบการไม่ควรตื่นตระหนกจนเกินไป โดยสิ่งสำคัญคือการเตรียมความพร้อมและสร้างภูมิคุ้มกันทางธุรกิจ ผ่านการวางแผนบริหารความเสี่ยงล่วงหน้า การรักษาสภาพคล่องและเงินทุนหมุนเวียนให้เพียงพอ 
.
ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (Energy Efficiency) ทั้งการปรับปรุงเครื่องจักร การบริหารจัดการพลังงานในโรงงาน และการใช้พลังงานทดแทน เช่น โซลาร์เซลล์ เพื่อลดภาระต้นทุนและรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน 
รวมถึงควรมีการกระจายแหล่งนำเข้าและห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) โดยจัดหาแหล่งวัตถุดิบสำรองเพิ่มเติม โดยเฉพาะวัตถุดิบสำคัญที่มีความเสี่ยงจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง เพื่อลดความเสี่ยงจากภาวะขาดแคลนและความผันผวนของราคาในช่วงนี้
.

.
ด่วน! แผ่นดินไหวฟิลิปปินส์ ขนาด 8.2 เตือนสึนามิ เร่งอพยพ
.
เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 8.2 แมกนิจูด ที่เกาะมินดาเนา ประเทศฟิลิปปินส์ ทางการเร่งประกาศเตือนภัยคลื่นสึนามิ และอพยพประชาชนขึ้นที่สูง หลังคาดจะเกิดคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปกติ
.
ตามรายงานของศูนย์วิจัยธรณีศาสตร์เยอรมนี (GFZ) ระบุว่า จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ลึกลงไปใต้ดินประมาณ 10 กิโลเมตร โดยก่อนหน้านี้ประเมินขนาดไว้ที่ 7.3 แมกนิจูด ก่อนปรับเพิ่มเป็น 8.2
.
หลังเกิดแผ่นดินไหว ระบบเตือนภัยสึนามิสหรัฐฯ ได้ออกประกาศเตือนภัยคลื่นสึนามิ ขณะที่สำนักงานแผ่นดินไหวและภูเขาไฟวิทยาของฟิลิปปินส์ ระบุว่าอาจเกิดคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปกติ
.
ทางการฟิลิปปินส์แนะนำให้ประชาชนในพื้นที่ชายฝั่งของบางจังหวัดทางตอนใต้ รีบอพยพขึ้นสู่พื้นที่สูง หรือเคลื่อนตัวออกห่างจากแนวชายฝั่งทันที เพื่อความปลอดภัย
.
ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นได้ออกประกาศเฝ้าระวังสึนามิตามแนวชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก หลังเกิดแผ่นดินไหวครั้งนี้ โดยขณะนี้สถานการณ์ยังอยู่ระหว่างการเฝ้าระวัง และจะมีการรายงานความคืบหน้าเพิ่มเติมต่อไป.
.
ที่มา : channelnewsasia
.
https://www.channelnewsasia.com/asia/philippines-earthquake-mindanao-magnitude-8-2-gfz-6167966
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่