02.
มธุวา มญฺญตี พาโล ยาว ปาปํ น ปจฺจติ
ยทา จ ปจฺจติ ปาปํ อถ ทุกฺขํ นิคจฺฉติ
คนพาลย่อมสำคัญบาปประดุจน้ำผึ้ง ตราบเท่าที่บาปยังไม่ให้ผล,
ก็เมื่อใด บาปให้ผล เมื่อนั้น คนพาลย่อมประสพทุกข์
พาลเห็นบาปชั่วช้า........สามานย์
ประดุจน้ำผึ้งหวาน.........อร่อยแล้
ต่อเมื่อบาปบันดาล........ผลลัพธ์
พาลกลับต้องทุกข์แท้....ดุจแพ้พิษไฟ.
เมื่อบาปยังไม่ได้...........ให้ผล
พาลย่อมสำคัญตน........กระหยิ่มแล้
ประดุจนลัทยล..............ดลอยาก
ครั้นบาปให้ผลแท้.........ย่อมต้องทุกข์ระทม.
เมื่อคนพาล หลงผิด คิดว่าบาป
ดุจน้ำผึ้ง หวานซาบ ซึ้งใจหนอ
เพลินเริงรื่น ชื่นฤทัย ไม่เพียงพอ
มิคิดท้อ ทำบาปกรรม ฉ่ำอุรา
ครั้นบาปให้ ผลแล้ว แน่วประสบ
ความสุขจบ พบแต่ทุกข์ รุกหนักหนา
ดุจเพลิงลวก ทรวงไหม้ ไคล้ชีวา
เหมือนเป็นยา พิษร้าย ทำลายตน.


[คติธรรม] คนพาลย่อมสำคัญบาปประดุจน้ำผึ้ง ตราบที่บาปยังไม่ให้ผล
ยทา จ ปจฺจติ ปาปํ อถ ทุกฺขํ นิคจฺฉติ
คนพาลย่อมสำคัญบาปประดุจน้ำผึ้ง ตราบเท่าที่บาปยังไม่ให้ผล,
ก็เมื่อใด บาปให้ผล เมื่อนั้น คนพาลย่อมประสพทุกข์
พาลเห็นบาปชั่วช้า........สามานย์
ประดุจน้ำผึ้งหวาน.........อร่อยแล้
ต่อเมื่อบาปบันดาล........ผลลัพธ์
พาลกลับต้องทุกข์แท้....ดุจแพ้พิษไฟ.
เมื่อบาปยังไม่ได้...........ให้ผล
พาลย่อมสำคัญตน........กระหยิ่มแล้
ประดุจนลัทยล..............ดลอยาก
ครั้นบาปให้ผลแท้.........ย่อมต้องทุกข์ระทม.
เมื่อคนพาล หลงผิด คิดว่าบาป
ดุจน้ำผึ้ง หวานซาบ ซึ้งใจหนอ
เพลินเริงรื่น ชื่นฤทัย ไม่เพียงพอ
มิคิดท้อ ทำบาปกรรม ฉ่ำอุรา
ครั้นบาปให้ ผลแล้ว แน่วประสบ
ความสุขจบ พบแต่ทุกข์ รุกหนักหนา
ดุจเพลิงลวก ทรวงไหม้ ไคล้ชีวา
เหมือนเป็นยา พิษร้าย ทำลายตน.