ชอบเลี้ยงสัตว์ค่ะ คิดว่าต้วเองพร้อม แต่จริงๆ ไม่พร้อมเลย

กระทู้สนทนา
ขอแบ่งปันประสบการณ์ของตัวเองนะคะ  หวังว่าจะมีแง่คิดอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ได้บังเอิญมาอ่านบ้างค่ะ

---------------------------

เราชอบเลี้ยงสัตว์มาตั้งแต่เด็กๆ ค่ะ  โดยเฉพาะปลาสวยงาม
ตอนเราเด็กๆ  เราก็รบเร้าพ่อแม่  หรือ บางที ก็ไปซื้อปลามาเลี้ยงโดยไม่ได้ขออนุญาตพ่อแม่ก่อน
พ่อแม่ก็ได้แต่ยอมๆ ไป  
เราก็ซื้อพวกปลาสวยงาม ปลากัด  กุ้งตัวเล็กๆ  และอีกหลายอย่างที่มีขายตามร้านขายปลาสวยงาม

ตอนเด็กๆ  ก็ไม่ได้มีการคิดไตร่ตรองอะไรค่ะ  
เด็กส่วนใหญ่ก็คล้ายๆ กัน คือ เห็นแล้วชอบ มันสวย มันถูกใจ  ก็อยากได้มาครอบครอง
ในสมองเราตอนเด็ก คิดแค่นี้จริงๆ ค่ะ  

ไม่ได้คิดเรื่องอื่นๆ เลย เช่น  จะมีเวลาดูแลมันได้มากน้อยแค่ไหน?
แล้วเวลาไม่อยู่บ้าน ใครจะคอยให้อาหาร?    ใครจะคอยไปเปลี่ยนน้ำ ทำความสะอาดตู้ปลา...ฯลฯ
...เด็กอย่างเรา ก็ไม่คิดอะไรไปถึงเรื่องพวกนี้
แต่ผู้ใหญ่อย่างพ่อแม่ ก็จะคิดเรื่องพวกนี้  แล้วก็เห็นปัญหาตั้งแต่เนิ่นๆ แล้ว  
พ่อแม่ถึงไม่สนับสนุนให้เลี้ยง   เพราะภาระเหล่านี้  มันจะกลายเป็นภาระของพ่อแม่ต้องทำแทนลูก

พอเราเลี้ยงไปสักพัก แล้วปลาก็ทยอยตายไป เราก็มาซื้อมาใหม่
พอช่วงไหนเริ่มเบื่อ เราก็เลิกเลี้ยง
แล้วพอผ่านไป 1-3 ปี  เกิดนึกอยากเลี้ยงขึ้นมาใหม่  เราก็ไปหาซื้อมาเลี้ยงอีก
วงจรมันก็เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนเราโตมากลายเป็นผู้ใหญ่อยู่ในวัยทำงาน

แต่เชื่อมั้ยคะ  คนเราเนี่ย เวลากิเลสมันบังตา หรือ ใจมันอยากทำอะไรตามใจชอบ
มันก็จะมีข้ออ้างในใจมากมายเพื่อที่จะทำในแบบที่ตัวเองต้องการ
ขนาดโตสู่วัยทำงานแล้ว  เราก็ยังไม่ได้ตระหนักว่า  การซื้อสัตว์มาเลี้ยง โดยมีความไม่พร้อมในด้านต่างๆ
ทั้งที่อยู่อาศัย ทั้งเวลา การเอาใจใส่  ฯลฯ   มันก็คือการทำร้าย เบียดเบียนสัตว์โดยตรง

เรากลับมีความคิดที่เข้าข้างตัวเองว่า  สัตว์เลี้ยงเค้าถูกเพาะพันธุ์มาให้เลี้ยง  
เราไม่ได้ไปจับสัตว์มาจากแหล่งธรรมชาติแล้วเอามากักขัง
แต่เราไปซื้อมาจากที่เค้าเพาะเลี้ยงมาเพื่อขาย   เพราะฉะนั้น เราไม่บาป
เราซื้อมาเลี้ยง ก็เป็นการเมตตามัน  ถ้าเอามันไปปล่อยตามธรรมชาติ  มันก็อาจะตายได้
หรือถ้าเจอปลากัดสวยๆ  สีสันใหม่ๆ  ผสมพันธุ์ได้รูปทรงใหม่ๆ ก็มีข้ออ้างเท่ๆ อีกว่า
เรากำลังสนับสนุนปลาท้องถิ่นของไทย ปลากัดสวยงามของไทยโด่งดังไปในระดับโลก
...และบลา บลา  
แล้วเราก็จะไปหาซื้อมา  1-2-3 ตัว ไปเรื่อยๆ จนเกือบสิบตัว  เหมือนของสะสม
....แต่มันเป็นของสะสมที่มีชีวิตนะคะ  ไม่คิดถึงใจมันเลยนะเรา
ไปจ้างช่างตัดขวดโหลพิเศษสวยงาม  ....บลา บลา

สิ่งอยากจะบอก คือ เวลามีความอยาก คนเราก็มีเหตุผล มีข้ออ้างอะไรสารพัด ที่จะสนับสนุนให้เราทำตามใจอยาก
อ้างว่าเมตตาสัตว์ อ้างโน้นนี้  ที่ทำให้เราสบายใจเพื่อหาซื้อสัตว์มาครอบครอง
จริงๆ ไม่ใช่เพื่ออะไร แต่เพื่อตอบสนองความต้องการตัวเอง  อยากได้ของสวยๆ งามๆ มาไว้ดูเล่น มาเพื่อความเพลิดเพลิน
หรือบางคนเอามาแก้เหงา  หรืออื่นๆ

มองย้อนไป เรานึกตำหนิตัวเอง แล้วก็นึกถึงคำพูดของพ่อแม่ ครูอาจารย์หลายท่าน
ท่านบอกประมาณว่า   นี่แหละ คนเรามันหาข้ออ้างทุกอย่าง เพื่อที่จะทำตามใจอยาก
คนเรามองเห็นความผิดของคนอื่นง่ายนัก แต่พอความผิดหรือกิเลสของตัวเอง
มันจะเหมือนมีอะไรบังตา จะมองไม่เห็น  ทั้งๆ ที่มันเต็มไปด้วยความอยาก ความเห็นแก่ตัว
ก็ยังอ้างความเมตตาสัตว์ อ้างเหตุผลสารพัด

แล้วก็วนเป็นวงจรเดิมๆ  คือ  แม้จะโตแล้ว มีการศึกษาแล้ว  มีงานทำแล้ว
แต่พอเวลางานยุ่งๆ  ก็ให้อาหารปลาไม่เป็นเวลา
ไม่ขยันทำความสะอาดตู้ปลา  ไม่มีเวลาใส่ใจมากพอ  
ช่วงไหนว่างๆ ก็ใส่ใจมากหน่อย  ช่วงไหนยุ่งๆ  ก็ไม่ค่อยได้ใส่ใจ
แล้วพอเลี้ยงไปสัก 1-2 ปี  พอเบื่อๆ  ก็หยุดเลี้ยงไป
แล้วสักพักอีกไม่กี่ปี  นึกอยากเลี้ยงใหม่  ก็ไปซื้อมาใหม่
แล้วก็วนวงจรเดิม คือ ช่วงไหนว่าง ก็ใส่ใจมาก   ช่วงไหนไม่ว่าง ก็ไม่ได้ใส่ใจ

แปลกจัง ไอ้วงจรแบบนี้ มันวนเวียนจนอายุสามสิบกว่าๆ  ก็ยังไม่ได้ตระหนัก ยังคิดไม่ได้!!
ว่าตัวเองมักง่าย เห็นแก่ตัว

------------------------------

ตัดความมาเลย จนพออายุสามสิบกว่า ๆ  
มีวันนึง ไม่รู้ทำไม  พอเราเกิดไม่สบายเป็นอะไรนิดๆ หน่อยๆ
แล้วอยู่ดีๆ ก็เกิดคิดขึ้นมาได้ว่า  เวลาป่วย มันไม่ค่อยสบายตัวเลยเนอะ
เออ..แล้วปลาเราล่ะ  ถึงแม้มันจะถูกเพาะให้มาเป็นสัตว์เลี้ยง
แต่เราก็ไม่ได้มีบ้านแบบบ้านสวนต่างจังหวัด  ขุดบ่อใหญ่ๆ แล้วให้ปลาได้อยู่แบบกว้างๆ ตามธรรมชาติ
เอาปลามาอยู่ในตู้ ในขวด  แล้วก็ดูแลมันดีบ้าง ไม่ดีบ้าง
...ปลามันจะรู้สึกยังไง  มันคงยิ่งไม่สบายตัวหนักกว่าเรา
ไอ้ที่อ้างว่ามันถูกเพาะพันธุ์มาให้คนเลี้ยง ถูกกำหนดชีวิตให้อยู่ในขวด ในภาชนะต่างๆ  
เราเอาความเห็นแก่ตัวของมนุษย์มาคิดแทนหัวอกของชีวิตอื่นใช่หรือไม่?

อยู่ดีๆ ก็เกิดนึกอะไรขึ้นมา เกิดสำนึกผิด เกิดตระหนักความจริงอะไรบางอย่าง
ทั้งๆ ที่ผ่านการทำผิดพลาดซ้ำๆ มาเป็นสิบๆ ปี  ไม่เคยรู้สึกอะไร

หลังจากนั้น เราก็มาได้คิด  แล้วก็พบว่า   การเลี้ยงสัตว์เนี่ย
ต่อให้เราคิดว่าเราพร้อมแค่ไหน?  จริงๆแล้ว เราไม่พร้อมในหลายเรื่อง

เช่น ถ้าเป็นหมาหรือแมว หรือนก หรือสัตว์อื่นๆ
คุณศึกษาวิถีชีวิตของพวกเขาดีพอหรือยัง  ว่าเค้าควรอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบไหน?
เอาเค้าอยู่ในห้องคอนโด หรือในบ้านตึกแถว หรือทาวน์เฮ้าส์ หรือบ้านเดี่ยว??

หรือถ้าเป็นปลา/นก  จะจับเค้าไปขังในภาชนะอะไร กรงใหญ่แค่ไหน??
กรงนกมันจะใหญ่เพียงพอเท่าฟ้ากว้างตามธรรมชาติ หรือแหล่งน้ำธรรมชาติหรือไม่  หรืออื่นๆ
เค้าต้องการพื้นที่แค่ไหน  อุปนิสัยของสัตว์เป็นยังไง
ต้องพาไปเล่น ไปออกกำลังกายมั้ย   อาหารการกิน  การตรวจโรค
แล้วเวลาที่ต้องมีมากพอในการดูแล เอาใจใส่  และอีกสารพัดเรื่อง

สรุปแล้ว เราก็เลยได้ฉุกคิดปัญหาของเรา  ซึ่งคงเป็นปัญหาของหลายคน คือ
เวลาเรานึกอยากจะเลี้ยงสัตว์   เราคำนึงถึงความต้องการของตัวเรามากกว่าตัวสัตว์
แต่เรามักอ้างว่า เราเลี้ยงเพราะเมตตา  เราพร้อมดูแลเค้าอย่างดี
ซึ่งจริงๆแล้ว ก็มีคนจำนวนมากพร้อมและดูแลอย่างเหมาะสมค่ะ
แต่ก็มีคนจำนวนมากที่คิดว่าพร้อม แต่ไม่พร้อม

จริงๆ แล้ว ใจที่อยากได้สัตว์มาเลี้ยง  มันไม่ใช่ใจที่คิดถึงประโยชน์ของสัตว์เป็นอันดับหนึ่ง
แต่มันเป็นใจที่คิดถึงตัวเราเองเป็นอันดับหนึ่ง  คือ เราอยากได้เขามาครอบครอง
เพราะสัตว์เค้าสวย เค้าน่ารัก  เอาเค้ามาเป็นเพื่อน   และข้ออ้างอีกสารพัดที่มันตอบโจทย์ของใจเราเอง

หลังจากนั้น เราก็ตัดสินใจว่า  เราจะไม่เลี้ยงสัตว์อะไรอีกต่อไปแล้ว
ถ้าเราจะเมตตาสัตว์  เราก็จะหาวิธีอื่นๆ ในการช่วยเหลือเมตตาพวกเขา
เพราะถ้าเราไม่ได้มีบ้านสวนบ้านไร่  ที่มีพื้นที่กว้างมากๆ เป็นแหล่งธรรมชาติ
แล้วขุดบ่อใหญ่ๆ  เพื่อให้ปลาอยู่อย่างสมควรตามธรรมชาติ
หรือมีสถานที่กว้างใหญ่มากพอที่จะให้สัตว์เค้าอยู่ได้อย่างเหมาะสม
เราก็กำลังกักขังเค้าอยู่ในสถานการณ์จำกัดอะไรบางอย่าง  
มันเป็นความสัมพันธ์ที่ทั้งช่วยเหลือดูแล และเบียดเบียนสัตว์ไปพร้อมๆ กัน

ใครบังเอิญอ่านกระทู้นี้  ก็ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับเรานะคะ
เพราะแต่ก่อนเราเอง ก็ยังไม่เห็นด้วยกับความคิดของตัวเองในตอนนี้
แต่ตอนนี้ เราเปลี่ยนความคิดไป  

เวลาเราเห็นสัตว์สวยงาม น่ารัก อยากได้มาครอบครอง
เราจะเห็นความอยากในตัวเรามันเด่นชัด  เราเห็นว่าเรากำลังทำเพื่อสนองความต้องการของตัวเองมากกว่า
แล้วสนองความต้องการของสัตว์เป็นเรื่องรองลงไป
ซึ่งเราเป็นแบบนี้  เราก็ไม่ได้ว่าทุกคนจะเป็นเหมือนเรานะคะ  ลองไปไตร่ตรองกันได้ตามวิจารณญาณ
คนที่พร้อมจะเลี้ยง พร้อมดูแลใส่ใจสัตว์อย่างดีก็มีเยอะค่ะ

เรื่องพวกนี้พูดยากค่ะ  ยิ่งโลกสมัยนี้ ธุรกิจการเพาะสัตว์เลี้ยงสารพัดประเภท
มันก็มีอะไรใหม่ๆ สวยๆ มาให้คนสนใจกัน

เอาเป็นว่า ใครจะเลี้ยงสัตว์อะไร  ก็ขอให้มีความพร้อม และดูแลพวกเขาอย่างเต็มที่ละกันค่ะ
มันเป็นความรับผิดชอบต่อหนึ่งชีวิต และเป็นความรับผิดชอบชั่วชีวิตของสัตว์  
(ถ้าสัตว์ตายก่อนเจ้าของนะคะ  เพราะบางที เจ้าของอาจไปก่อน แหะๆ)
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่