JJNY : โพลหนุน'อิ๊งค์'ไขก๊อก│‘กัณวีร์’ ชี้กัมพูชาใช้เวทีโลกขย่มไทย│คิมย้ำชัด “หนุนรัสเซียสู้ศึก”│เตือน13จว.เสี่ยงน้ำท่วม

โพล หนุน 'อิ๊งค์' ไขก๊อกนายกฯ แนะปชน.ร่วมลงชื่อพรรคฝ่ายค้านเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล
.
.
โพล หนุน ‘อิ๊งค์’ ไขก๊อกนายกฯ แนะปชน.ร่วมลงชื่อพรรคฝ่ายค้านเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล
.
เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง การเมืองไทย ไปต่อแบบไหนดี ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 4-7 กรกฎาคม 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อสถานการณ์ทางการเมืองไทยในปัจจุบัน
.
จากการสำรวจเมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนต่อสถานการณ์ทางการเมืองไทยในปัจจุบัน พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 42.37 ระบุว่า นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ควรประกาศลาออกจากตำแหน่ง เพื่อหานายกฯ คนใหม่ รองลงมา ร้อยละ 39.92 ระบุว่า นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ควรยุบสภาผู้แทนราษฎร เพื่อจัดการเลือกตั้งทั่วไป ร้อยละ 15.04 ระบุว่า นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ควรบริหารประเทศต่อไปเหมือนเดิม ร้อยละ 1.37 ระบุว่า เรียกร้องให้มีการรัฐประหาร ร้อยละ 0.99 ระบุว่า อย่างไรก็ได้ และร้อยละ 0.31 ระบุว่า ไม่ตอบ
.
ด้านบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปตามรายชื่อผู้มีสิทธิเป็นนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ต้องพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากเผชิญกับปัญหาทางการเมือง พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 32.82 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา (องคมนตรี -แต่เป็นแคนดิเดตจากพรรครวมไทยสร้างชาติ) รองลงมา ร้อยละ 27.94 ระบุว่า ไม่สนับสนุนใครเลยตามรายชื่อผู้มีสิทธิเป็นนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ ร้อยละ 11.53 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) ร้อยละ 10.92 ระบุว่าเป็น นายชัยเกษม นิติสิริ (พรรคเพื่อไทย) ร้อยละ 9.77 ระบุว่า ใครก็ได้ตามรายชื่อผู้มีสิทธิเป็นนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ ร้อยละ 3.82 ระบุว่าเป็น นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ) ร้อยละ 1.83 ระบุว่าเป็น นายจุรินทร์ ลักษณวิศษฏ์ (พรรคประชาธิปัตย์) ร้อยละ 0.84 ระบุว่าเป็น พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ (พรรคพลังประชารัฐ) และร้อยละ 0.53 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
.
ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อการที่พรรคประชาชนควรร่วมลงชื่อกับพรรคฝ่ายค้านเพื่อขอเปิดอภิปรายและลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและ/หรือรัฐมนตรี จากสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันพบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 64.43 ระบุว่า ควรลงชื่อเพื่อขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และ/หรือ รัฐมนตรี รองลงมา ร้อยละ 26.26 ระบุว่า ไม่ควรลงชื่อเพื่อขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และ/หรือ รัฐมนตรี ร้อยละ 7.48 ระบุว่า อย่างไรก็ได้ และร้อยละ 1.83 ระบุว่า ไม่ตอบ
.

.
‘กัณวีร์’ ชี้กัมพูชาใช้เวทีโลกขย่มไทย เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองในประเทศตัวเอง
.
กัณวีร์ ชี้กัมพูชาใช้เวทีโลกขย่มไทย เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองในประเทศตัวเอง มองอาจได้เห็นมากขึ้นหลังจากนี้ แนะคณะผู้แทนไทยเตรียมข้อมูลให้พร้อม…
.
นายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม กล่าวถึง ท่าทีของกัมพูชา ที่หยิบยกประเด็นวัดภูม่านฟ้าว่าเป็นการลอกเลียนแบบนครวัดอย่างไร้จริยธรรม โดยสร้างบรรทัดฐานที่อันตรายต่อแหล่งมรดกโลก และเรียกร้องให้ยูเนสโกและองค์การที่ปรึกษาตรวจสอบการกระทำดังกล่าวของไทย กลางที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 47 ที่ สำนักงานใหญ่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา ว่าเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับของกัมพูชาขึ้นสู่เวทีระหว่างประเทศ ด้วยการใช้ประเด็นดังกล่าวเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองภายในประเทศ และเพื่อเพิ่มคะแนนความนิยมให้กับผู้นำรัฐบาลของตนเอง
.
โดยกัมพูชาจะพยายามยกประเด็นต่างๆ ขึ้นมา เช่น กรณีวัดภูม่านฟ้า ที่ได้มีการยกขึ้นในยูเนสโก ซึ่งเป็นความพยายามที่จะหาจุดต่างๆ มากล่าวอ้างว่าประเทศไทยและกัมพูชามีข้อพิพาทกันในเรื่องดังกล่าว อย่างไรก็ตามตนมองว่า ท่าทีของตัวแทนประเทศไทยที่ได้ให้การตอบโต้ไปนั้นเป็นการเน้นย้ำถึงเรื่องของวัฒนธรรมและศิลปะ ที่เป็นสิ่งที่ต้องแชร์กันในโลกนี้ ซึ่งจะทำให้เวทีโลกมองเห็นว่ากัมพูชาไม่ได้มีเจตจำนงทางการเมืองที่ตรงไปตรงมา และสิ่งที่กัมพูชาอ้างนั้นจะถูกตีตกไปเอง
.
นายกัณวีร์ กล่าวต่อว่าหลังจากนี้ กัมพูชาอาจจะมองไปถึงเรื่องของแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานข้ามชาติของกัมพูชา ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีการหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาอีกครั้งในอนาคตอันใกล้ โดยอาจจะกล่าวอ้างว่าประเทศไทยไม่ยอมยึดหลักสิทธิมนุษยชน หรือสิทธิขั้นพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ในการดูแลแรงงานข้ามชาติที่มาจากกัมพูชา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ไทยอาจจะต้องเตรียมความพร้อมไว้ แต่เชื่อมั่นว่าหากประเทศไทยดำเนินการทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมายในเรื่องของแรงงานข้ามชาติ ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลใดๆ อย่างไรก็ตาม ควรเตรียมพร้อมรับมือและตอบโต้ต่อทุกการกระทำของกัมพูชาด้วย
เมื่อถามว่าเป็นไปได้สูงว่าหลังจากนี้ เราจะได้เห็นการพูดคุยและโต้ตอบกันไปมาระหว่างไทย และกัมพูชาในเวทีโลกในหลายประเด็นมากยิ่งขึ้นใช่หรือไม่ นายกัณวีร์ มองว่า กัมพูชาคงจะไม่หยุดความพยายามนี้ เพราะกลไกทวิภาคีระหว่างไทยกับกัมพูชานั้นติดอยู่เพียงแค่เรื่องของ JBC และ GBC ที่พูดคุยกันในเรื่องของเขตแดน ซึ่งเขาไม่รู้จะทำยังไงกับไทยนอกจากแบบนี้ ที่เขาจะทำ จริงๆ แล้วตนเคยเสนอหลายครั้งแล้วว่าไทยควรจะทำเรื่องเกี่ยวกับการปราบปรามอาชญากรข้ามชาติ อย่างเช่นกรณีที่มีการสังหารอดีตนักกิจกรรมฝ่ายค้าน ที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทย มาท่องเที่ยวประเทศไทยแล้วโดนสังหารอยู่ในกรุงเทพมหานครอย่างนี้ ทำไมเราไม่ยกประเด็นต่างๆ เหล่านี้ขึ้นมาเลยซึ่งเรื่องนี้ไทยทำได้ และไทยสามารถที่ยกระดับขึ้นไปออกหมายแดงของอินเตอร์โพล ตํารวจสากลให้ได้ว่าคนไหนก็ตามที่บงการสังหารอดีตนักกิจกรรมฝ่ายค้านคนนี้ จะต้องออกถูกหมายจับในคดีหมายแดงให้ได้
.
ตนก็ไม่รู้ว่าไทยทำอะไรอยู่ ณ ปัจจุบันนี้ ไปออกหมายจับ “ก๊กอาน” อย่างนี้แล้วก็ไปดูต่างๆ นานาซึ่งมันยังไม่ถึงระดับสูงสุด ยังมองเรื่องบางเรื่องไม่ขาด ก็เลยไปตามเขาตลอดเวลา รัฐบาลไทยชอบเล่นเป็นลูกตามเขาเราไม่เคย progressive ที่ก้าวหน้ากว่าเขา และเราต้องเล่นเรื่องสิทธิมนุษยชน ณ ปัจจุบันนี้ ถ้าเราเล่นเรื่องสิทธิมนุษยชน มันจะเป็นประเด็นบนเวทีระหว่างประเทศ และประเทศต่างๆ ก็จะให้ความสำคัญมากๆ เพราะเรื่องสิทธิมนุษยชน คือเรื่องสิทธิขั้นพื้นฐานการเป็นมนุษย์ ไม่มีใครที่จะตอบ No กับเราได้แน่นอน ส่วนเรื่องวัฒนธรรมศิลปะบางคนก็บอกมันก็เป็นศิลปะต้องแชร์กันทั่วโลก แต่เรื่องสิทธิมนุษยชนรับรองทั่วโลกเอาด้วยแน่นอน
.
ส่วนกรณีที่ต้องใช้เวทีโลกในการโต้ตอบ กันไปมาระหว่างไทยกับกัมพูชานั้น มองว่าตัวแทนไทยควรใช้วิธีการแบบตั้งรับ หรือเชิงรุกมากกว่ากัน นายกัณวีร์ กล่าวว่า ถ้าพูดกันจริงๆ เราไม่ต้องทำอะไรเลยด้วยซ้ำไป เราเอาประเด็นต่างๆ ที่มันเป็นความจริงมาพูดเช่นเรื่อง การสังหาร นักกิจกรรมของฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลกัมพูชาในประเทศไทย อะไรอย่างนี้มา
.
ขณะเดียวกันเราไม่ต้องไปยกประเด็นต่างๆ ขึ้นมา ซึ่งมันทำให้เขาเห็นได้ว่าเราไม่ได้สนใจอะไรเขามากนัก อันนี้จะทำให้ทุกคนเห็นว่าไทยเรามีท่าทีที่ค่อนข้างที่จะเป็นผู้ใหญ่ในการที่จะใช้ความสุขุมในการทำงานการต่างประเทศ มากกว่าการเกรี้ยวกราดในการต่อสู้ในเชิงเกี่ยวกับว่าคุณมาแทง คุณต่อยซ้าย คุณต่อยขวา ก็คงไม่ใช่ ไทยต้องแสดงให้เห็นว่าเราแสดงบทบาทการเป็นผู้นำในเวทีระหว่างประเทศ เราต้องการสร้างสันติภาพในอนุภูมิภาคของเรา เราต้องการเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกัมพูชา ซึ่งก็เป็นพี่น้องที่อยู่บริเวณชายแดนทั้งสองฝั่งก็เป็นพี่น้องกัน ตรงนี้แหละที่จะทำให้กัมพูชาเขารู้สึกว่า แทงเท่าไหร่ก็ไม่เข้าเรา ยังไงก็ไม่ถึงเรา
.
นายกัณวีร์ มองว่า สิ่งที่ตัวแทนไทย ตอบโต้ไปในกรณีของวัดภูม่านฟ้านั้น ถือว่าได้ในระดับนึงเลย การทูตเชิงรุกของเราแค่ไปเพลี่ยงพล้ำตอนเริ่มต้นเท่านั้นเอง เราช้า เหมือนกับการแต่งตัวยังไม่ทัน เราไม่รู้จะต่อสู้ ตอบโต้เขายังไง เลยทำให้เราเพลี่ยงพล้ำไปตอนช่วง ช่วงแรก แต่ช่วงนี้เริ่มที่จะมาแต่งตัวดีขึ้น หากเรามีข้อมูลตอบโต้ได้ทันที ก็จะแสดงว่าเรามีการเตรียมความพร้อม กระทรวงการต่างประเทศต้องตื่นตัวอย่างนี้และต้องตื่นตัวให้มากกว่านี้ว่าต่อไป ถ้าเขาจะเอาเรื่องอะไรมาใส่เรา เราก็ต้องมีความพร้อม ตอบโต้ได้ทันที.
.

.
คิมย้ำชัดยืนหยัด “หนุนรัสเซียสู้ศึก” มั่นใจมีชัย หลังทรัมป์ลั่นหวนส่งอาวุธช่วยยูเครน.
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_9845905
.
คิมย้ำชัดยืนหยัด – บีบีซี รายงานวันที่ 13 ก.ค. ว่า นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดแห่งเกาหลีเหนือ กล่าวว่าขอสนับสนุนอย่างไม่มีเงื่อนไขต่อรัสเซียในสงครามยูเครน ระหว่างการเจรจากับ นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ซึ่งเดินทางเยือนเกาหลีเหนือเมื่อวันเสาร์ที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา นายคิมกล่าวว่าจะยืนหยัดในมาตรการทั้งหมดที่ผู้นำรัสเซียได้ดำเนินการเพื่อแก้ไขต้นตอของวิกฤตยูเครน
.
สำนักข่าวเคซีเอ็นเอรายงานว่านายคิมและนายลาฟรอฟพบปะในบรรยากาศที่อบอุ่นและเต็มไปด้วยความไว้วางใจของเพื่อนฝูง นายคิมยังแสดงความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่ากองทัพและประชาชนรัสเซียจะได้รับชัยชนะอย่างแน่นอนในการบรรลุภารกิจอันศักดิ์สิทธิ์เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีและผลประโยชน์ของประเทศชาติ
.
นอกจากนี้นายลาฟรอฟได้หารือกับ นางโช ซอนฮี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือ และกล่าวขอบคุณทหารเกาหลีเหนือผู้กล้าหาญที่ถูกส่งไปช่วยเหลือรัสเซีย
.
ทั้งนี้ ชาติตะวันตกเชื่อว่าเกาหลีเหนือส่งทหารประมาณ 11,000 นายไปยังรัสเซียในช่วงปีที่ผ่านมาเพื่อสู้ในสมรภูมิรุกรานยูเครนหลังจากประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย เปิดฉากโจมตียูเครนอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่ปี 2565
.
ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกิดขึ้นไม่กี่วันหลังจาก ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา ประกาศกลับมาช่วยเหลือยูเครน นายทรัมป์กล่าวกับเอ็นบีซีนิวส์เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ว่า
.
สหรัฐทำข้อตกลงกับองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) โดยจะส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศแพทริออตผ่านชาติพันธมิตรเพื่อส่งต่อให้ยูเครนภายหลังรัสเซียยกระดับการโจมตีทางอากาศอย่างหนักหน่วง
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่