...
กลิ่นหอมของดอกไม้ยามเช้า ท้องฟ้าสีครามสดใส ผีเสื้อหลากหลายสีบินไปบินมา "อาเนีย" นั่งมองอยู่อย่างนั้นจนได้ยินเสียงคุณแม่เรียกให้กินข้าวเช้า
อาเนียหันไปมองคุณแม่ผ่านหน้าต่างในห้องครัว กลิ่นขนมปังโชยผ่านตามสายลม เธอค่อยๆ ลุกขึ้นด้วยไม้เท้าเล็กๆ ที่ช่วยพยุงตัว
อาเนียนั้นมีร่างกายที่อ่อนแรงมาตั้งแต่เกิด ด้วยขาของเธอนั้นจะอ่อนแรง ทำให้เวลาเดินต้องใช้ไม้เท้าที่คุณพ่อทำให้ช่วยเดิน
ขณะที่กำลังจะลึกขึ้น เธอเหลือบไปเห็นผีเสื้อ ที่มีลักษณะคล้ายกับภูติจิ๋วอยู่ในหนังสือภาพ คุณแม่นั้นจะเล่าให้ฟังอยู่เสมอ ตั้งแต่เธอจำความได้ ภูติจิ๋วนี้ อาศัยอยู่ในสวนของนางฟ้า และมักจะคอยบินไปบินมาอย่างสนุกสนานอยู่เสมอ
และในสวนนี้เองก็จะมีนางฟ้าแสนสวย ที่จะมอบพรให้กับผู้คนที่ได้พบกัน แต่คนคนนั้นจะต้องเป็นคนที่ทำแต่ความดี
นิทานที่ฟังอยู่เป็นประจำนั้น จะบอกว่า นางฟ้า อาศัยอยู่ในป่าเวทมนต์ทางเหนือของภูเขา และนางฟ้านั้นมีนามว่า "ไอลิน่า" ครั้งหนึ่ง ได้เคยช่วยคนในหมู่บ้าน ด้วยการรักษาอาการบาดเจ็บในดวงตาของผู้ใหญ่บ้าน ให้มองเห็นได้ และเพราะว่าผู้ใหญ่บ้านนั้นเป็นคนดี ทำแต่ความดี ช่วยเหลือทุกคนที่หมู่บ้านทุกๆ เรื่อง
การทำความดีของผู้ใหญ่บ้านนั้น ถูกแต่งเป็นเรื่องเล่าขึ้นมามากมาย และถูกเขียนเป็นหนังสือ และหนังสือภาพ เพื่อใช้เล่าให้เด็กๆ ในหมู่บ้านฟัง
และหนึ่งในเรื่องที่อาเนียชอบที่สุดคือ เรื่องที่ผู้ใหญ่บ้านบาดเจ็บที่ดวงตา จากการช่วยเหลือ ลุงแซมเพื่อนบ้านที่อยู่หลังติดกัน ซึ่งผู้ใหญ่บ้านได้รับการช่วยเหลือจากนางฟ้า จนทำให้ดวงตามองเห็นได้เป็นปกติ
อาเนียฟังทุกคืนจนหัวใจเธอเชื่อมั่นว่านางฟ้ามีอยู่จริง แม้ขาของเธอจะไม่เคยก้าวไปไกลจากรั้วบ้าน แต่เธอก็ช่วยแม่เก็บผัก ช่วยพ่อทำความสะอาดโรงเก็บของ และยิ้มให้กับทุกสิ่งด้วยหัวใจอ่อนโยน
เธอมักจะบอกตัวเองว่า
"วันหนึ่ง ฉันจะไปหานางฟ้าให้ได้"
เมื่อเธออายุได้สิบสอง พ่อได้ทำไม้เท้าอันใหม่จากต้นอะคาเซีย ให้เป็นของขวัญ มันทำให้อาเนียเดินได้อย่างสะดวกขึ้น เธอจึงลองเดินให้ออกมาไกลจากรั้วบ้านให้มากขึ้น เธอรู้สึกดีกับไม้เท้าอันนี้ ขณะกำลังก้าวเดินไปยังต้นไม้ใหญ่โคสต์เรดวูด ที่เธอเห็นมาตั้งแต่เกิด แต่ไม่เคยเดินออกมาได้ด้วยตัวเอง นอกจากจะถูกแม่พามานั่งอยู่ข้างใต้
แต่วันนี้เธอสามารถเดินออกมาถึงต้นโคสต์เรดวูดด้วยตัวเองได้สำเร็จ เมื่อเธอมาถึง เห็นลุงแซมนั่งนอนอยู่ใต้ต้นไม้ มีหนังสือที่กางออกมาปิดหน้าไว้อยู่
"สวัสดีอาเนีย"
ลุงแซมพูดขึ้น
"สวัสดีค่ะ"
อาเนียตกใจเล็กน้อยว่า ลุงแซมรู้ได้อย่างไรว่าเป็นตัวเธอ แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ไม่ได้คิดที่จะถาม
ลุงแซมลุกขึ้นนั่งและมองมาที่อาเนีย พร้อมบอกให้เดินมานั่งข้างๆ จะเล่าเรื่องนางฟ้าให้ฟัง
อาเนียได้ยินดังนั้นรู้สึกตื่นเต้น ก่อนหน้านี้อาเนียก็เคยได้ฟังหลายเรื่องราวจากลุงแซมมาแล้วหลายครั้ง ในช่วงที่แม่พามานั่งที่ใต้ต้นโคสต์เรดวูด
รู้ไหมทำไมฉันถึงชอบมานอนอยู่ใต้ต้นโคสต์เรดวูด นี้อยู่เป็นประจำ
"ไม่รู้ค่ะ"
อาเนียตอบ
เมื่อประมาณสี่สิบปีก่อน..ฉันเคยพบกับนางฟ้าที่ใต้ต้นไม้ต้นนี้เอง เธอมีปีกบางใสที่สยายอยู่เบื้องหลัง สวมชุดสีฟ้าอ่อนดั่งสีท้องฟ้าในยามรุ่งเช้า และรอบกายของเธอมีแสงระยิบระยับล้อมรอบ คล้ายหมู่ดาวนับพันที่ล่องลอยอยู่ในอากาศส่องประกายเหมือนกำลังเต้นระบำอยู่รอบตัวเธอตลอดเวลา
อาเนียฟังอย่างตั้งใจ เพราะเรื่องนี้ ลุงแซมไม่เคยเล่าให้เธอฟังเลย
ลุงแซมเงยหน้ามองยอดไม้สูงเสียดฟ้า เหมือนกำลังย้อนเวลาในใจ ก่อนจะเล่าต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนราวเสียงลมที่พัดผ่านใบไม้
วันนั้นนางฟ้าค่อยๆ บินลงมาจากต้นไม้ เธอยิ้มให้ฉัน เป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนจนฉันน้ำตาไหลทั้งที่ไม่รู้ตัว แล้วเธอก็บอกว่า
"ข้าเห็นเจ้าตั้งแต่เล็ก เจ้าคือผู้มีหัวใจบริสุทธิ์ เจ้าไม่เคยบ่น ไม่เคยโกรธ แม้ต้องทนทุกข์จากขาของเจ้าที่ขยับไม่ได้ และความเจ็บปวดของร่างกายที่เจ้าแบกรับมาตั้งแต่เกิด ถึงอย่างนั้น.. ตัวเจ้าเองกับพยายามช่วยเหลือพ่อและแม่ในการแบ่งเบางานต่างๆ อย่างไม่ย่อท้อมาโดยตลอด"
"ข้านั้นไม่สามารถทำให้เจ้าหายได้ทันที แต่ข้าจะมอบพรแก่เจ้า ให้เจ้าค่อยๆ สามารถใช้ขาได้ในทุกครั้งที่เจ้าช่วยเหลืองานพ่อและแม่ และทำความดีเพื่อผู้อื่น"
หลังจากนั้น เธอก็หายไป..แสงทั้งหมดหายไปในพริบตา เหลือเพียงเสียงลมที่พัดผ่านเบาๆ
"แล้วลุงก็หายเลยเหรอคะ" อาเนียเอ่ยเสียงเบา แววตาเต็มไปด้วยความหวัง
ลุงแซมส่ายหน้ายิ้ม "เปล่าเลย" วันถัดมาขาของฉันก็ยังขยับไม่ได้ แต่ใจของฉันเปลี่ยนไป ฉันเริ่มพยายามมากขึ้น ฝึกเดิน ฝึกยืน ไม่ยอมแพ้ และยังช่วยแบ่งเบางานของพ่อและแม่..และสามปีต่อมา ฉันก็สามารถลุกขึ้นเดินได้ด้วยตัวเอง
"เพราะพรของนางฟ้า..อาจไม่ได้มาในรูปของเวทมนตร์อย่างที่เราคิด แต่มาในรูปของกำลังใจ ความหวัง และความรักที่แท้จริงจากคนรอบตัวเราต่างหาก"
เสียงลมใต้ต้นโคสต์เรดวูดพัดแผ่ว ผีเสื้อตัวหนึ่งบินผ่านราวกับฟังอยู่เช่นกัน
"เอาล่ะ ฉันต้องไปทำงานต่อแล้ว"
จากนั้นลุงแซมก็ลุกเดินตรงกลับไปยังบ้านของเขา อาเนียมองลุงแซมเดินไปจนสุดสายตา ภายในใจนึกถึงนางฟ้า หวังว่าจะได้พบเจอ
ในทุกวันตอนเช้า หลังจากที่ช่วยแม่เตรียมอาหารเช้า และช่วยทำความสะอาดเสร็จแล้ว เธอก็จะค่อยๆ เดินมานั่งที่ใต้ต้นโคสต์เรดวูด อยู่ทุกวัน จนเวลาล่วงเลยมาจนเธออายุ 15 ปี
และในวันหนึ่ง
อาเนียนอนเล่นอยู่ใต้ต้นโคสต์เรดวูด มีแสงจ้าลอยอยู่เหนือต้นไม้ นางฟ้าค่อยๆ บินลงมาด้วยชุดสีฟ้าอ่อนที่สวยงาม รอบกายของเธอมีแสงระยิบระยับล้อมรอบ คล้ายหมู่ดาวนับพันที่ล่องลอยอยู่ในอากาศส่องประกายเหมือนกำลังเต้นระบำอยู่รอบตัว
นางฟ้าส่งยิ้มให้อาเนีย จากนั้นก็เอ่ยขึ้นว่า..
...
..
.
วันนางฟ้าสากล 24 มิถุนายน International Fairy Day
แนวคิดเบื้องหลังวันนี้ มีต้นกำเนิดมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา คือการชื่นชมและส่งเสริมสิ่งมีชีวิตในตำนาน เช่น นางฟ้า และใช้นิทานของนางฟ้าเป็นบทเรียนอันมีค่าให้กับเด็กๆ แนวคิดของการมีโลกอุดมคติที่มีนางฟ้าและสิ่งมีชีวิตในตำนาน และอะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้นั้นผลักดันให้เด็กๆ มุ่งมั่นทำในสิ่งที่ระบบปัจจุบันถือว่าเป็นไปไม่ได้ ด้วยความมั่นใจว่าพวกเขาทำได้
นางฟ้ามีบทบาทสำคัญในช่วงยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาในยุโรป นางฟ้ามีต้นกำเนิดมาจากหลายที่ทั่วโลก และแต่ละแห่งก็มีเรื่องราวเกี่ยวกับนางฟ้าที่แตกต่างกันไป บางคนเรียกนางฟ้าว่าทูตสวรรค์ที่ตกสวรรค์
เคยมีตำนานเล่าว่า "เสียงหัวเราะแรกของทารก" เป็นสิ่งมหัศจรรย์ เมื่อทารกคนแรกหัวเราะ เสียงนั้นจะแตกกระจายออกเป็นเศษเสี้ยวเล็กๆ
และแต่ละเสี้ยวจะกลายเป็น นางฟ้า และ ปีศาจ
: นางฟ้า เกิดจากเสี้ยวเสียงหัวเราะที่บริสุทธิ์ สดใส และเต็มไปด้วยความสุข
: ขณะที่ ปีศาจ อาจเกิดจากส่วนเล็กๆ ที่บิดเบี้ยวด้วยอารมณ์อื่นๆ
...
วันนางฟ้าก่อตั้งขึ้นโดยประเทศสหรัฐอเมริกา หากกล่าวถึงสหรัฐฯ หลายคนอาจจะนึกถึงแต่เบอร์เกอร์ ฮอตดอก แต่จริงๆ มีเมนูมากมายที่น่ากินน่าอร่อยอยู่
.
1. Scrapple (เพนซิลเวเนีย ดัตช์)
สแคร็ปเปิลเป็นอาหารท้องถิ่นที่ปรุงจากผลพลอยได้จากการเนื้อหมู ด้วยส่วนผสมเผ็ดร้อนของเศษหมู ข้าวโพด หรือบัควิทที่เคี่ยวในน้ำสต๊อกหมูแล้วหั่นเป็นชิ้นหนาๆ นำไปทอด เสิร์ฟเป็นอาหารเช้าคู่กับไข่และขนมปัง
.
2. Frogmore Stew (เซาท์แคโรไลนา)
ไม่ใช่สตูว์แท้ๆ แต่เป็นอาหารต้มรวมที่ประกอบด้วยกุ้ง ข้าวโพด มันฝรั่ง และไส้กรอก
.
3. Burgoo (เคนทักกี)
สตูว์เนื้อผสมผักต่างๆ อาจใส่เนื้อหมู วัว ไก่ หรือแม้กระทั่งเนื้อสัตว์ป่า (ในสูตรดั้งเดิม)
.
4. Pepperoni Rolls (เวสต์เวอร์จิเนีย)
ขนมปังนุ่มอบยัดไส้เปปเปอโรนี (บางสูตรอาจมีชีส) คล้ายขนมปังไส้กรอกแต่เป็นสูตรท้องถิ่น
.
5. Sonker Strawberry (นอร์ธแคโรไลนา)
ของหวานคล้ายคอบเบลอร์ (cobbler) แต่มีซอสหรือ "dip" แยกต่างหากไว้ราด
...
หวังว่าเพื่อนๆ จะชอบนิทานนางฟ้า และดูของกินยั่วน้ำลายไปพร้อมๆ กันนะครับ เพื่อนๆ คิดว่าตัวเองเป็นนางฟ้ากันหรือไม่ เข้าไปกดตอบเล่นกันได้ที่ Youtube ช่องของผมเองครับ
ปล. จะพยายามเขียนให้มากขึ้น และมากขึ้น และอาจมีแฝงธรรมะมากขึ้นด้วยครับผม
.
ขอขอบคุณข้อมูล
: wikidates
: wikipedia
: simplyrecipes
: tasteatlas
: splendidtable
: theseasonedmom
: marthastewart
.
นามปากกา: KUroButa
นางฟ้าไม่ได้เกี่ยวอะไรกับนางยักษ์ นิทานเบาๆ และเมนูอาหารน่ากินของสหรัฐฯ
...