[SR] บอสพาชิม: Jhol 5 year anniversary

บอสพาชิม: Jhol 5 year aniversary


ขอเชิญท่านผู้อ่านร่วมสัมผัสประสบการณ์แห่งรสชาติ ณ ร้านอาหารอินเดีย JHOL Indian Restaurant ที่ได้สร้างสรรค์และนำเสนอความโดดเด่นของอาหารอินเดียชายฝั่งใจกลางกรุงเทพมหานครมาเป็นระยะเวลา 5 ปีอันน่าภาคภูมิ

JHOL เป็นผู้นำในการเผยแพร่เสน่ห์แห่งรสชาติอาหารอินเดียจากดินแดนที่ทอดตัวขนานไปกับผืนทะเลอันกว้างใหญ่ของชมพูทวีปในกรุงเทพ มี Chef Hari Nayak เชฟผู้ได้รับการยอมรับในระดับสากลเป็นหัวเรือใหญ่ในการรังสรรค์เมนูอันเป็นเอกลักษณ์ เชฟ Hari ผู้เป็นศิษย์เก่าจากสถาบัน Culinary Institute of America อันทรงเกียรติ มิได้เพียงแต่ได้รับการยกย่องในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารอินเดียเท่านั้น หากแต่ยังเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมทางอาหาร และเป็นนักเขียนหนังสือทำอาหารที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง

เคียงข้างความสำเร็จของเชฟ Hari คือ Maître d’ Anirban Nandi ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งสำคัญในการบริหารจัดการร้านอาหารแห่งนี้มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนให้ JHOL ครับ



หัวใจสำคัญของ JHOL คือการนำเสนอ อาหารอินเดียชายฝั่ง ในมุมมองที่ร่วมสมัยและใส่ใจในความยั่งยืน เมนูของร้านเป็นการเฉลิมฉลองความหลากหลายทางวัฒนธรรมและรสชาติของ 9 รัฐชายฝั่งของอินเดีย อันได้แก่ Gujarat, Maharashtra และ Goa ทางทิศตะวันตก Karnataka, Kerala, Tamil Nadu และ Andhra Pradesh ทางทิศใต้ และ Odisha และ West Bengal ทางทิศตะวันออก แม้ว่าเครื่องเทศที่ใช้จะยังคงความเป็นอินเดียแท้ ๆ อันเป็นรากฐานของอาหารอินเดีย แต่การผสานรวม วัตถุดิบท้องถิ่นของไทย เป็นส่วนใหญ่ในเมนูนั้น ได้ก่อให้เกิดความกลมกลืนทางรสชาติที่น่าอัศจรรย์ระหว่างสองวัฒนธรรมอาหาร ซึ่งเชฟ Hari ได้นำเอาความโดดเด่นของอาหารจากแต่ละรัฐมาผสมผสานและนำเสนอในรูปแบบที่น่าสนใจและสร้างสรรค์ ทำให้ผู้ที่ได้ลิ้มลองเกิดความประทับใจและได้สัมผัสกับรสชาติอาหารอินเดียในมิติใหม่ ที่ไม่ได้มีแค่เเกงรสเผ็ดและไก่มาซาล่าเท่านั้น


นอกเหนือจากอาหารรสเลิศแล้ว JHOL ยังให้ความสำคัญกับ รายการไวน์ ที่หลากหลาย นอกจากนี้ ค็อกเทลสูตรพิเศษ ที่รังสรรค์ขึ้นด้วยแรงบันดาลใจจากรสชาติแบบอินเดียและความคิดสร้างสรรค์อันไร้ขีดจำกัด ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่พลาดไม่ได้

ด้วยรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์และความมุ่งมั่นในการนำเสนออาหารที่มีคุณภาพ ทำให้ JHOL ได้รับการยอมรับจาก มิชลินไกด์ และเป็นที่ชื่นชมของนักชิมผู้แสวงหารสชาติอันเหนือกว่า ร้านอาหารแห่งนี้ตั้งอยู่ใน ซอยสุขุมวิท 18 อันเป็นย่านใจกลางธุรกิจของกรุงเทพมหานคร ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าอโศก โดยท่านสามารถจอดรถได้ที่ โรงแรมแรมแบรนดท์ ซึ่งตั้งอยู่ในซอยเดียวกัน



Green mango, masala, suga, salt 

จานนี้เป็นคล้ายมะม่วงจิ้มพริกเกลือเเบบไทยแต่มีรสเผ็ดและกลิ่นอายเครื่องเทศจากอินเดีย โดยpairingกับชากะเจี๊ยบ



Calicut Pepper Crab, Coconut Pachadi, Pomelo

ทารตจากต้นหอม ด้านบนเป็นส้มโอและชัทนียจากเนื้อมะพร้าว เเละมีเนื้อปูที่ปรุงรสด้วยพริกไทดำแบบCalicutอยู่ล่าง ตัวเเป้งทาร์ตของที่นี้นั้นออกแนวทองม้วนเค็มไม่ใช่ทารตแบบฟรั่งมีกลิ่นเครื่องเทศอบเชยนำ เข้ากับส้มโอเปรี้ยวอมหวาน รสเผ็ดร้อนนิดๆของพริกไทดำขับความหวานเนื้อปูได้อย่างลงตัว 

Goan Choris Pav, Kaffir Lime Cream, Pork Floss

อาหารยอดนิยมของเมืองกัว เป็นอาหารริมทางที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมโปรตุเกสและอิน โดยเป็นขนมปังอินเดียใส่ไส้กรอกและหมูหยอง  ไม่คิดว่าอาหารอินเดียจะมีอะไรแบบนี้ ตัวขนมปังนั้นมีความรัสติกนิดๆแต่ผิวไม่เเข็งครับ ตัวไส้กรอกมีกลิ่นเผ็ดและกลิ่นควันแบบไส้กรอกชอริโซ่ ก่อนเพิ่มมิติด้วยพริกและความหวานของหมูหยองครับ

Kolkata Dim'er Devil, Quail Egg, Kasundi (Add on Caviar Umai Heritage | 3g | +300)

ไข่ลูกเขย เห้ย Dimer Devil นั้นเป็นอาหารริมทางยอดนิยมในเมืองโกลกาตา ประเทศอินเดีย มีลักษณะคล้ายกับไข่สก๊อตช์ (Scotch egg)  จานนี้เป็นไข่ยัดไส้อินเดีย ผิวกรอบ มีไส้กลิ่นเเกงอ่อนๆรสไม่จัดมาก ก่อนปิดท้ายด้วยรสมัสตาร์ตอินเดียครับ



Fine De Claire Oyster
Raw mango Thecha, Pomegranate Granita
(Add on +149)

หอยนางรมจากฟรั่งเศสที่ด้านล่างมียำมะม่วงอินเดียวหวานนิด เปรี้ยวคล้ายมิยองเลตเเบบอินเดีย มีกรานิต้าจากทับทิมที่ช่วยเพิ่มความฝาดและ หอมทอดเพิ่มความกรุบกรอบ เป็นคำที่แนะนำให้สั่งกันครับ ราคาดีมาก



BFC
Berhampur Fried Chicken, Jhol Hot Sauce

จานโปรดของผม ที่มักจะกล่าวถึงทุกรอบไก่ทอดสไตล์Berhampur จานนี้มีความใกล้เคียงไก่ยัดไส้ แม้จะดูเป็นปีกไก่แต่เชฟเลาะกระดูกให้เรียบร้อยแล้วตรงนี้ชอบมาก ตัวไก่ทอดมีผิวกรอบจากแป้งรสเผ็ดร้อนตัวไส้มีกลิ่นลูกผักชีเนื้อนุ่มมากๆผมแนะนำให้กินสลับกับslaw ที่ให้รสเปรี้ยวหวานจะช่วยเพิ่มให้จานนี้ครบรสมากๆครับ ซอสมันฟรั่งนั้นแปลกดีแต่อร่อยนะมันมีกลิ่นพริกเขียว คล้ายครีมซอสผสมกับน้ำจิ้มซีฟู้ดแบบไทย เนื้อค่อนข้างไลท์ จิ้มสลับเพื่อเปลี่ยนรสก็สนุกไปอีกแบบ เป็นอีกจานที่ผมชอบครับ 



Surti Anda Ghotala
Chili Cheese Toast, Winter Truffle

เป็นอาหารที่หน้าตาดูเป็นตะวันตก แต่เป็นอาหารอินเดียครับ Surti Anda Ghotala แปลว่าไข่วุ่นวายจากเมืองสุรัต ซึ่งเป็นเมืองในรัฐกุจาราช  ไข่กวนอินเดียใส่กับทรัฟเฟิลรับประทานกับขนมปังชีสพริกแบบอินเดีย โดยเอาตัวขนมปังนั้นจิ้มกับไข่ tartare  เฮ้ยเเรกชีสเเละพริกแบบมินเดียเข้ากัน คำนี้ขนมปังกรอบทั้งชิ้น ชีสอุมามิกลิ่นไม่แรง มีกลิ่นหอมพริกเขียว ไข่กวนนั้นมีเครื่องเทศ พริก และผัก แต่ไม่กลบกลิ่นทรัฟเฟิลชั้นดี กลิ่นเข้มข้นเเต่รสไม่จัดมาก อารมรณผัดผงกะหรี่ที่เน้นไข่ ซึ่งเข้ากันได้ดีกับขนมปังครับ



Kundapura Ghee Roast Crab
Idli, Coconut Chutney


เมนู Ghee Roast นั้นถูกคิดค้นขึ้นที่ร้าน Shetty Lunch Home ในเมือง Kundapura เมื่อประมาณ 50 ปีที่ผ่านมา และได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว โดยเชฟนำ โดยเวอร์ชั่นของJhol นั้นตอกจากมีการอบปูกับเนย Ghee เเล้วยังมีการใส่ซอสที่ออกรสเปรี้ยวหวานของมะเขือเทศนำ รสไม่จัดมาก ด้านบนใส่ข้าวหมักที่ทำเป็นแป้ง รสชาติคล้ายกับจุ๊ยก๊วย ควรราดซอส ชัทนียมะพร้าวที่ให้มาด้วยเพื่อเพิ่มความกลมกล่อมเเละรสชาติครับ



Pink Guava Sorbet




Malabar Lamb Ribs
Kalappam
(Add On +350)

แกะสไตล์ มาลาบาร์ ซึ่ง มาลาบาร์นั้นมีความโด่งดังเรื่องพริกไทดำ ทำให้ในจานนี้นั้นมีกลิ่นของพริกไทดำนำ ตัวเนื้อถูกนำไปสโลว์cook เสริฟ์มากับซอสพริกไทดำ มีมะนาวให้บีบเพื่อเพิ่มรสชาติ  เนื้อแกะนั้นร่อนละลาย รสไม่จัดมาก ร้อนนิดๆจากพริกไทดำแต่ไม่เผ็ด เเกะมีกลิ่นอ่อน ผมชอบแบบนี้ แต่บางคนอาจจะมองกว่ากลิ่นค่อนข้างฉุน เป็นอีกจานที่ครบรสเปรี้ยวหวานเค็ม ครับ 



The Feast (Sharing Style)

Coorgi Pandi Curry, Pork Belly, Gotu Kola, Pathri

Bengali Biye Bari Korma, Sea bass, Cashew & Poppy Seeds
Cashew Ghee Rice, Malabar Parota


อันนี้เป็นแกงหมูสไตล์ Coorg รับประทานกับนาน และเครื่องเคียงต่างๆ อย่างสลัดใบบัวบก , ชัทนีย์มะเขือเทศ และหอมเจียว จานนี้บริกรแนะนำเราให้ใส่เครื่องทุกอย่างรวมๆกันบนแป้งนานแล้วรับประทานครับ ผมว่ามันเป็นไอเดียที่ดีเลย เพราะหมูเนื้อยุ่ยที่เหมือนตุ๋นนั้นมีรสเค็มนำ พอผสมกับความหวานอมเปรี้ยวของมะเขือเทศ และรสเฉพาะตัวของใบบัวบกแล้ว ทำให้อาหารจานนี้มีความครบรสดี ก่อนที่จะเเต่งเติมเท็กเจอร์ด้วยหอมเจียวครับ



ส่วนอีกจานนั้นเป็นแกงกะหรี่ปลาเเบบเบงกาลี ซึ่ง เสริฟ์มากับข้าวหุงเบอร์รี่ และMalabar Parota แม้จานนี้จะเรียกว่าแกงแต่มีความหวาน ไม่มีกลิ่นเครื่องเทศเพระามันทำจากเม็ดมะม่วงหิมะพานต์และกะทิ เสมือนความหวานชื่น 

รับประทานกับข้าวเบอรรี่ , และขนมปังเเฟลตเบรด (parota)




Desserts

Tender Coconut Payasam Sesame Snap, Mango Sorbet

ขนมหวานซิกเนเจอร์ของร้าน อาหารของมันคล้ายพุดดิ้งข้าวโดยเวอรชั่นของJholจะมีมะพร้าวอยู่ด้วยครับ  ออนท็อปด้วยแป้งทอดกับงา เยลลี่มะม่วงและเบอรี่เจล อร่อยจริงๆครับจานนี้ผมอยากให้ลบภาพจำเรื่องขนมอินเดีย ของทุกคนและเปิดใจลองดู จานนี้มีหลายเท็กเจอร์ แผ่นงาแผ่นกรุบ ครีมมี่นม กลิ่นมะพร้าวจางๆ รสเปรี่ยวอมหวานของมะม่วงและเบอร์รี่ อร่อยครับ 



Sticky Toffee Pudding
Nolen Gud, Salted Caramel Espuma, Khao Yai Vanilla Ice Cream

ขนมหวานจากโกลกัลต้า มันประกอบด้วยเดทผลัมและพุดดิ้งเค้ก รับประทานกับไอซ์ครีมวนิลา มีความเค็มมันหวาน ครบรสครับ



Petit Fours

#Score: AD

Visit : Apr-2025

🗺เเผนที่ : https://maps.app.goo.gl/QFbQg9UhdSbRueAo9
⏰เวลาเปิดปิด: 12–2:30 PM, 5:30–9:30 PM
💵ค่าเสียหาย: ~2200++ THB 
⌨️เว็บไซต์ร้าน: https://www.jholrestaurant.com/

เราเป็นเพจรีวิวร้านอาหาร Fine dining แบบจริงใจและเจาะลึกทั้งในไทยทั่วโลก
ชอบช่วยกดไลค์ ใช่ช่วยกดเเชร์ เพื่อเป็นกำลังใจให้เรา  #บอสพาชิม #eatliketheboss

Website: www.eatlikethebossth.com
InstaGram: @eatliketheboss (https://goo.gl/DqzWfN )
FaceBook: บอสพาชิม (https://goo.gl/gHPnnG)
Blogdit: https://www.blockdit.com/eatliketheboss
Email : eatlikethebossth@gmail.com.
ชื่อสินค้า:   JHOL Indian Restaurant
คะแนน:     

SR - Sponsored Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ SR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - ได้รับสินค้าหรือบริการมาใช้รีวิวฟรี โดยไม่ต้องคืนสินค้าหรือบริการนั้น
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่