นายองและแฮซุงในวัย 12 ปี ทั้งคู่เป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนที่สนิทกัน
แต่ด้วยเรื่องงานของพ่อแม่ทำให้นายองต้องย้ายจากเกาหลีใต้ไปอาศัยอยู่ที่ประเทศแคนาดา
การย้ายไปอย่างกะทันหันครั้งนี้ของนายองทำให้แฮซุงเสียใจเป็นอย่างมาก
เวลาผ่านมา 12 ปี นายองในชื่อใหม่ว่านอร่า ได้พบกับแฮซุงใน Facebook
โดยเขาโพสตามหาเด็กสาวในวัยเยาว์ที่ชื่อนายองที่จากเขาไปเมื่อ 12 ปีที่แล้ว นอร่ารีบทักไปคุยกับแฮซุงทันที..
ทั้งคู่กลับมาพูดคุยกันผ่านทางหน้าจอ ทุกอย่างเหมือนจะเป็นไปด้วยดี
แต่ด้วยความสัมพันธ์ระยะไกลซึ่งไม่สามารถพบเจอกันได้ นอร่าตัดสินใจถอยออกมา ด้วยความที่แฮซุงนั้นย้ายไปเรียนที่จีน
ส่วนเธอก็ต้องการพัฒนางานเขียนไปให้ไกลกว่าเป็น.. เธอจะเสียเวลากับเรื่องนี้ไม่ได้อีก
หลังจากนั้นไม่นาน นอร่าพบกับอาเธอร์ ชายหนุ่มซึ่งเป็นนักเขียนด้วยกัน
ขณะที่แฮซุงพบกับหญิงสาวที่จีน ชีวิตของแต่ละคนต่างดำเนินไปตามทางของตน...
แต่แล้วในอีก 12 ปีต่อมา แฮซุงเดินทางไปยังนิวยอร์ค
แน่นอนว่าการเดินทางไปในครั้งนี้เป้าหมายหลักคือเพื่อพบกับนอร่า หรือนายอง เด็กน้อยในความทรงจำ...
Past Lives เป็นภาพยนตร์โรแมนติกดราม่า เขียนบทและกำกับโดย Celine Song ผู้กำกับชาวเกาหลี
ซึ่งย้ายถิ่นฐานมายังแคนาดาตอนอายุได้ 12 ขวบ (คล้ายกับนายองอย่างมาก เพราะนี่คือเรื่องราวส่วนนึงในชีวิตของเธอเอง)
เรื่องราวความสัมพันธ์ในวัยเด็กของคนสองคนที่ต้องแยกจากกันและกลับมาพบกันอีกครั้งในวันเวลาที่เปลี่ยนไป....
แม้ว่าจะไม่ได้รางวัลในออสการ์ แต่จากการเข้าชิงใน 2 สาขาใหญ่คือภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
ก็ทำให้หนังเรื่องนี้เป็นที่รู้จักในวงกว้างอย่างมากและทำให้ชื่อของ Song ถูกจับตามองในอนาคต (ลูกโลกทองคำก็เข้าชิงถึง 5 สาขา)
แม้ว่ากระแสจะผ่านไปนานแล้วก็ตาม ผมเองก็ยังไม่ได้เขียนสักที แต่ความประทับใจกับหนังเรื่องนี้มีมากเหลือเกิน..
ดูไป 3 รอบ อินจนรู้สึกว่ามันบ่มเพาะมากกว่าที่จะระบายความรู้สึกถึงหนังเรื่องนี้ได้
และเมื่อใจมันตกตะกอนได้แล้ว มือมันก็เริ่มพิมพ์ออกมาได้อย่างที่ใจคิด
ต้องการจะบอกถึงสิ่งที่ตนเองรู้สึกได้กับหนังรักแห่งความหลังเรื่องนี้...
(ส่วนสำคัญส่วนนึงก็มาจากการฟังเพลง I'm ok // not ok ของพี่ BOYdPOD ด้วยล่ะครับ)
หนังเอาประเด็นความเชื่อของโลกตะวันออก มาผสานเข้ากับความเป็นตะวันตกได้อย่างลงตัว
นั่นคือเรื่องของพรหมลิขิต ที่นางเอกได้กล่าวถึง ทุกคนย่อมมีจุดร่วมไม่ว่าจะทางใดก็ทางนึง
การที่เราได้มาพบกัน อยู่ด้วยกัน ณ ที่แห่งนี้ เวลานี้ ทุกอย่างมันไม่มีคำว่าบังเอิญ
มีอะไรบางอย่างที่ขีดเส้นไว้ให้เราได้พบกันนั่นล่ะครับคือ อินยอน ที่นายองหรือนอร่าว่าไว้เสมอๆ
เพียงแค่ พรหมลิขิตไว้ให้ได้พบเจอ แต่ไม่ได้เคียงข้าง ก็เหมือนโชคชะตาเล่นตลก
แต่มันก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงที่ผมเชื่อว่า แทบทุกคนย่อมต้องเคยพบเจอ..
ความรู้สึกของ Past Lives ที่ผมได้ดูนั้น ผมรู้สึกเหมือนกับกำลังดูหนังเรื่องแฟนฉันอยู่
มันมีความคล้ายกันบางอย่างที่สัมผัสได้ เพียงแค่เรื่องราวในการนำเสนอที่แตกต่าง และจุดจบที่ทำให้อารมณ์ของหนังนั้นต่างกัน
แฮซุงยังคิดถึงนายองอยู่เสมอ นายองก็ไม่ต่างกัน นั่นคือ Puppy Love รักแรกมักลืมยาก
ไม่ก็จดจำไปชั่วชีวิตถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านไปสักแค่ไหน เราจะพบเจอใครอีกมากมายก็ตาม
แต่อย่างไรเขาคนนั้นไม่มีวันหายไปไหน.. ลิ้นชักความทรงจำนั้นยังคงเก็บไว้ในที่ลึกสุด
เพื่อเก็บไว้นึกถึง...หากแต่เมื่อได้พบกันอีกครั้งล่ะ
การดำเนินเรื่องเป็นไปอย่างเรียบง่าย ผ่านเวลา 3 ช่วง 3 ความรู้สึก
เราจะได้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการทางด้านอารมณ์ของตัวละครที่เด่นชัด ซึ่งมาจากตัวแปรต่างๆที่เข้ามาในชีวิต..
นายองนั้นมีเป้าหมายที่ชัดเจนในเรื่องของงานซึ่งกระทบต่อความสัมพันธ์ที่เธอเป็นฝ่ายเลือกถอยออกมา..
ส่วนแฮซุงยังเป็นชายหนุ่มที่ติดอยู่กับอดีตอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าจะดูเหมือนเข้าใจกับความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้า
แต่เขามักจะป้อนคำถามในเชิง..ถ้าหากว่า..กับนายองเสมอ เหมือนเป็นการหยั่งเชิงถึงความในใจของหญิงสาวว่าคิดอย่างไรกับตน
อย่างไรก็ตามตัวละครที่ผมชอบที่สุดนั้น ไม่ใช่นายองและแฮซุง แต่เป็นตัวละครที่ชื่อว่าอาเธอร์ครับ
อาเธอร์เป็นสามีของนายอง(รับบทโดย John Magaro) ซึ่งพบกันในฐานะที่เป็นนักเขียนด้วยกัน มีจุดร่วมต่างๆที่คล้ายคลึง
มันเลยพัฒนาความสัมพันธ์ต่อได้อย่างไม่ยาก แต่สิ่งที่เป็นเหมือนกำแพงที่เขาฝ่าไปไม่ได้เลยก็คือเรื่องของภาษา
สิ่งที่ทำให้ตัวเขาเชื่อว่าตัวเองยังไม่สามารถเข้าใจภรรยาตัวเองได้ดีพอ
ตอนที่นอร่าเปิดใจกับอาเธอร์เรื่องของแฮซุงนั้น ผมนับถือใจของอาเธอร์มาก
นี่คือตัวอย่างที่ดีของคนเป็นแฟนกัน ที่มีความเข้าใจ เชื่อใจ และไว้ใจ การถ่ายทอดความรู้สึกว่าตัวเองเป็นเหมือนส่วนเกิน
รอยยิ้มที่แม้ว่ามันออกมา แต่แววตาของเขากลับมีคำถามอยู่มากมาย และยิ่งฉากสุดท้ายเข้าไปอีก..
ผมนี่อยากให้มากูโร่ เอ๊ย มากาโร่ได้เข้าชิงสมทบชายยอดเยี่ยมมาก เสียดายที่เขาไม่ได้เข้าชิง...
ชีวิตคนเราก็แบบนี้ล่ะครับ มันไม่ Happy Ending ทุกอย่างล้วนผ่านมาและผ่านไป
การที่เราได้พบเจอกันแม้เพียงช่วงเวลาสั้น หรือระยะเวลาใดเวลานึง ตรงนั้นล่ะที่สำคัญ ทำให้ช่วงเวลานั้นมันดีที่สุด
เพราะเราไม่มีทางรู้ว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร คนที่อยู่ตรงหน้าเราเวลานี้จะเป็นคนที่เดินจับมือเคียงข้างเราตลอดไปหรือไม่..
แต่อย่างน้อยเขาก็มาอยู่ในความทรงจำ ให้คิดถึงกันในวันที่แสนเหงา.. ให้เราได้ยิ้มได้ในยามที่นึกถึง...
แม้ว่าน้ำตามันจะไหลออกมาก็ตามที...
ขอปิดท้ายด้วยประโยคที่นายองกล่าวไว้กับแฮซุงครับ...
“สาวน้อยคนนั้นเธอไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอไม่มีอยู่จริง
เธอยังอยู่ตรงนั้นเสมอ.. และฉันขอฝากเธอไว้กับคุณ..”
และก็เพลงนี้....
เพราะหนังมันฝังใจ
=== ทิ้งท้ายครับ หนังที่ดีสำหรับตัวเรา แน่นอนว่าอาจจะไม่ได้ดีและไม่ได้ถูกใจสำหรับใคร
ซึ่งอยู่ที่ความชอบของแต่ละบุคคล ภาพยนตร์ก็เหมือนอาหารล่ะครับ อยู่ที่เราเลือกที่จะอยากชิมรสชาติแบบไหนเท่านั้นเอง ===
== Past Lives (2023) กาลครั้งหนึ่ง...ดีใจนะที่เราพบกัน ==
นายองและแฮซุงในวัย 12 ปี ทั้งคู่เป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนที่สนิทกัน
แต่ด้วยเรื่องงานของพ่อแม่ทำให้นายองต้องย้ายจากเกาหลีใต้ไปอาศัยอยู่ที่ประเทศแคนาดา
การย้ายไปอย่างกะทันหันครั้งนี้ของนายองทำให้แฮซุงเสียใจเป็นอย่างมาก
เวลาผ่านมา 12 ปี นายองในชื่อใหม่ว่านอร่า ได้พบกับแฮซุงใน Facebook
โดยเขาโพสตามหาเด็กสาวในวัยเยาว์ที่ชื่อนายองที่จากเขาไปเมื่อ 12 ปีที่แล้ว นอร่ารีบทักไปคุยกับแฮซุงทันที..
ทั้งคู่กลับมาพูดคุยกันผ่านทางหน้าจอ ทุกอย่างเหมือนจะเป็นไปด้วยดี
แต่ด้วยความสัมพันธ์ระยะไกลซึ่งไม่สามารถพบเจอกันได้ นอร่าตัดสินใจถอยออกมา ด้วยความที่แฮซุงนั้นย้ายไปเรียนที่จีน
ส่วนเธอก็ต้องการพัฒนางานเขียนไปให้ไกลกว่าเป็น.. เธอจะเสียเวลากับเรื่องนี้ไม่ได้อีก
หลังจากนั้นไม่นาน นอร่าพบกับอาเธอร์ ชายหนุ่มซึ่งเป็นนักเขียนด้วยกัน
ขณะที่แฮซุงพบกับหญิงสาวที่จีน ชีวิตของแต่ละคนต่างดำเนินไปตามทางของตน...
แต่แล้วในอีก 12 ปีต่อมา แฮซุงเดินทางไปยังนิวยอร์ค
แน่นอนว่าการเดินทางไปในครั้งนี้เป้าหมายหลักคือเพื่อพบกับนอร่า หรือนายอง เด็กน้อยในความทรงจำ...
Past Lives เป็นภาพยนตร์โรแมนติกดราม่า เขียนบทและกำกับโดย Celine Song ผู้กำกับชาวเกาหลี
ซึ่งย้ายถิ่นฐานมายังแคนาดาตอนอายุได้ 12 ขวบ (คล้ายกับนายองอย่างมาก เพราะนี่คือเรื่องราวส่วนนึงในชีวิตของเธอเอง)
เรื่องราวความสัมพันธ์ในวัยเด็กของคนสองคนที่ต้องแยกจากกันและกลับมาพบกันอีกครั้งในวันเวลาที่เปลี่ยนไป....
แม้ว่าจะไม่ได้รางวัลในออสการ์ แต่จากการเข้าชิงใน 2 สาขาใหญ่คือภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
ก็ทำให้หนังเรื่องนี้เป็นที่รู้จักในวงกว้างอย่างมากและทำให้ชื่อของ Song ถูกจับตามองในอนาคต (ลูกโลกทองคำก็เข้าชิงถึง 5 สาขา)
แม้ว่ากระแสจะผ่านไปนานแล้วก็ตาม ผมเองก็ยังไม่ได้เขียนสักที แต่ความประทับใจกับหนังเรื่องนี้มีมากเหลือเกิน..
ดูไป 3 รอบ อินจนรู้สึกว่ามันบ่มเพาะมากกว่าที่จะระบายความรู้สึกถึงหนังเรื่องนี้ได้
และเมื่อใจมันตกตะกอนได้แล้ว มือมันก็เริ่มพิมพ์ออกมาได้อย่างที่ใจคิด
ต้องการจะบอกถึงสิ่งที่ตนเองรู้สึกได้กับหนังรักแห่งความหลังเรื่องนี้...
(ส่วนสำคัญส่วนนึงก็มาจากการฟังเพลง I'm ok // not ok ของพี่ BOYdPOD ด้วยล่ะครับ)
หนังเอาประเด็นความเชื่อของโลกตะวันออก มาผสานเข้ากับความเป็นตะวันตกได้อย่างลงตัว
นั่นคือเรื่องของพรหมลิขิต ที่นางเอกได้กล่าวถึง ทุกคนย่อมมีจุดร่วมไม่ว่าจะทางใดก็ทางนึง
การที่เราได้มาพบกัน อยู่ด้วยกัน ณ ที่แห่งนี้ เวลานี้ ทุกอย่างมันไม่มีคำว่าบังเอิญ
มีอะไรบางอย่างที่ขีดเส้นไว้ให้เราได้พบกันนั่นล่ะครับคือ อินยอน ที่นายองหรือนอร่าว่าไว้เสมอๆ
เพียงแค่ พรหมลิขิตไว้ให้ได้พบเจอ แต่ไม่ได้เคียงข้าง ก็เหมือนโชคชะตาเล่นตลก
แต่มันก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงที่ผมเชื่อว่า แทบทุกคนย่อมต้องเคยพบเจอ..
ความรู้สึกของ Past Lives ที่ผมได้ดูนั้น ผมรู้สึกเหมือนกับกำลังดูหนังเรื่องแฟนฉันอยู่
มันมีความคล้ายกันบางอย่างที่สัมผัสได้ เพียงแค่เรื่องราวในการนำเสนอที่แตกต่าง และจุดจบที่ทำให้อารมณ์ของหนังนั้นต่างกัน
แฮซุงยังคิดถึงนายองอยู่เสมอ นายองก็ไม่ต่างกัน นั่นคือ Puppy Love รักแรกมักลืมยาก
ไม่ก็จดจำไปชั่วชีวิตถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านไปสักแค่ไหน เราจะพบเจอใครอีกมากมายก็ตาม
แต่อย่างไรเขาคนนั้นไม่มีวันหายไปไหน.. ลิ้นชักความทรงจำนั้นยังคงเก็บไว้ในที่ลึกสุด
เพื่อเก็บไว้นึกถึง...หากแต่เมื่อได้พบกันอีกครั้งล่ะ
การดำเนินเรื่องเป็นไปอย่างเรียบง่าย ผ่านเวลา 3 ช่วง 3 ความรู้สึก
เราจะได้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการทางด้านอารมณ์ของตัวละครที่เด่นชัด ซึ่งมาจากตัวแปรต่างๆที่เข้ามาในชีวิต..
นายองนั้นมีเป้าหมายที่ชัดเจนในเรื่องของงานซึ่งกระทบต่อความสัมพันธ์ที่เธอเป็นฝ่ายเลือกถอยออกมา..
ส่วนแฮซุงยังเป็นชายหนุ่มที่ติดอยู่กับอดีตอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าจะดูเหมือนเข้าใจกับความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้า
แต่เขามักจะป้อนคำถามในเชิง..ถ้าหากว่า..กับนายองเสมอ เหมือนเป็นการหยั่งเชิงถึงความในใจของหญิงสาวว่าคิดอย่างไรกับตน
อย่างไรก็ตามตัวละครที่ผมชอบที่สุดนั้น ไม่ใช่นายองและแฮซุง แต่เป็นตัวละครที่ชื่อว่าอาเธอร์ครับ
อาเธอร์เป็นสามีของนายอง(รับบทโดย John Magaro) ซึ่งพบกันในฐานะที่เป็นนักเขียนด้วยกัน มีจุดร่วมต่างๆที่คล้ายคลึง
มันเลยพัฒนาความสัมพันธ์ต่อได้อย่างไม่ยาก แต่สิ่งที่เป็นเหมือนกำแพงที่เขาฝ่าไปไม่ได้เลยก็คือเรื่องของภาษา
สิ่งที่ทำให้ตัวเขาเชื่อว่าตัวเองยังไม่สามารถเข้าใจภรรยาตัวเองได้ดีพอ
ตอนที่นอร่าเปิดใจกับอาเธอร์เรื่องของแฮซุงนั้น ผมนับถือใจของอาเธอร์มาก
นี่คือตัวอย่างที่ดีของคนเป็นแฟนกัน ที่มีความเข้าใจ เชื่อใจ และไว้ใจ การถ่ายทอดความรู้สึกว่าตัวเองเป็นเหมือนส่วนเกิน
รอยยิ้มที่แม้ว่ามันออกมา แต่แววตาของเขากลับมีคำถามอยู่มากมาย และยิ่งฉากสุดท้ายเข้าไปอีก..
ผมนี่อยากให้มากูโร่ เอ๊ย มากาโร่ได้เข้าชิงสมทบชายยอดเยี่ยมมาก เสียดายที่เขาไม่ได้เข้าชิง...
ชีวิตคนเราก็แบบนี้ล่ะครับ มันไม่ Happy Ending ทุกอย่างล้วนผ่านมาและผ่านไป
การที่เราได้พบเจอกันแม้เพียงช่วงเวลาสั้น หรือระยะเวลาใดเวลานึง ตรงนั้นล่ะที่สำคัญ ทำให้ช่วงเวลานั้นมันดีที่สุด
เพราะเราไม่มีทางรู้ว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร คนที่อยู่ตรงหน้าเราเวลานี้จะเป็นคนที่เดินจับมือเคียงข้างเราตลอดไปหรือไม่..
แต่อย่างน้อยเขาก็มาอยู่ในความทรงจำ ให้คิดถึงกันในวันที่แสนเหงา.. ให้เราได้ยิ้มได้ในยามที่นึกถึง...
แม้ว่าน้ำตามันจะไหลออกมาก็ตามที...
ขอปิดท้ายด้วยประโยคที่นายองกล่าวไว้กับแฮซุงครับ...
“สาวน้อยคนนั้นเธอไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอไม่มีอยู่จริง
เธอยังอยู่ตรงนั้นเสมอ.. และฉันขอฝากเธอไว้กับคุณ..”
และก็เพลงนี้....
เพราะหนังมันฝังใจ
=== ทิ้งท้ายครับ หนังที่ดีสำหรับตัวเรา แน่นอนว่าอาจจะไม่ได้ดีและไม่ได้ถูกใจสำหรับใคร
ซึ่งอยู่ที่ความชอบของแต่ละบุคคล ภาพยนตร์ก็เหมือนอาหารล่ะครับ อยู่ที่เราเลือกที่จะอยากชิมรสชาติแบบไหนเท่านั้นเอง ===