(รีวิว..ไม่สปอย) ดันจง..ราชันย์นักโทษแห่งชอนยอนโพ (2026)



ไม่ดูไม่ได้แล้วครับ สำหรับหนังเกาหลีแห่งปีเรื่องนี้ ไม่เพียงเพราะมีคุณพี่ยูแฮจิน นักแสดงขวัญใจ จขกท. ร่วมแสดงนำ แต่รายได้และรางวัลที่การันตีความสำเร็จที่สามารถดูได้จากเหล่าแบนเนอร์ที่ จขกท. แปะให้ดูข้างล่างนี้ ก็ทำให้ความอยากดูพลุ่งพล่านขึ้นไปอีก ดีใจที่ทางเครือสีบลูนำหนังเรื่องนี้เข้ามาฉาย และอยากบอกว่าช่วงหลัง ๆ มานี้ หนังที่เป็น Exclusive ของเครือสีบลูนั้น น่าดูสุด ๆ หนังดีกว่าของเครือสีโกลด์ ที่เอาแต่ดันหนังไทยที่ไม่ค่อยได้เรื่อง แต่สร้างโดยค่ายในเครือของตัวเอง บอกเลยว่าถ้าเครือสีบลูมีบัตรพาสแบบเครือสีโกลด์นะ จขกท. จะย้ายค่ายอย่างแน่นอนครับ



The King's Warden คือ ชื่อในภาษาอังกฤษของหนังเรื่องนี้ มีดาราเกาหลีชื่อดังร่วมแสดงหลายคน เช่น พัคจีฮุน ยูจีแท จอนมีโด และที่บอกไปแล้ว คือ ยูแฮจิน ความรู้สึกหลังดูก็คือ นี่เราไม่ได้ดูหนังโรงเกาหลีย้อนยุคสมัยราชวงค์ที่สนุกแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วเนี่ย ความสนุกที่ว่านี้ไม่ใช่เนื้อเรื่องหรือบทที่แปลกใหม่ หนังเกาหลีย้อนยุคสมัยราชวงศ์กับการแย่งชิงบัลลังก์นี่คือของคู่กันอยู่แล้ว แต่รางวัลแดซังที่ ยูแฮจิน ได้รับในปีนี้ คือ เครื่องการันตีความดีงามในการแสดงของเขา



จขกท. บอกได้เลยว่า ตัวเองดีใจมากที่ชอบการแสดงของ ยูแฮจิน มาโดยตลอด และตัวเองก็กล้าพูดเลยว่า ยูแฮจิน คือ หนึ่งในนักแสดงชาวเกาหลีที่มีฝีมือการแสดงที่ยอดเยี่ยมที่สุดในปัจจุบัน และที่ The King's Warden ประสบความสำเร็จได้ขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่งานแบกของเขา แล้วจะเป็นใครได้เล่า เคมีการแสดงที่ลงตัวของเขา กับ พัคจีฮุน นี่คือที่สุด



หนังสะกดคนดูไว้ด้วยการพัฒนาความสัมพันธ์ที่ใสซื่อระหว่างอดีตกษัตริย์ที่ถูกยึดอำนาจ และถูกเนรเทศออกไปอยู่ที่เมืองอันไกลโพ้นที่มีแต่ความแร้นแค้น กับหัวหน้าหมู่บ้านจอมป่วน ที่ลึก ๆ แล้วเขาต้องการให้คนในหมู่บ้านอยู่ดีกินดี ไม่ว่าจะต้องทำอย่างไรก็ตาม.. ความสัมพันธ์ที่ต้องอาศัยการพึ่งพิงระหว่างชนชั้นสูงผู้หมดอำนาจ กับชาวบ้านที่รอคอยความหวัง ถูกพัฒนาไปเป็นความรักและความอบอุ่นที่คนดูรับรู้ได้ด้วยใจ ก่อนที่เนื้อเรื่องจะถูกบดขยี้ในช่วงองก์สุดท้าย จน จขกท. น้ำตานองหน้าเลยทีเดียว การมาดูหนังเรื่องนี้ จึงอาจไม่ใช่การมาดูเนื่อเรื่องหรือบทอะไรที่มันใหม่ ๆ แต่การได้มาดูนักแสดงที่เก่ง ๆ ประชันบทบาทใส่กัน นี่ก็คงเป็นความอิ่มเอิบใจได้อีกประการหนึ่ง



ความสำเร็จอย่างท้วมท้นในเกาหลี ถ้าดูจากหน้าหนังคงไม่ต้องแปลกใจ ทั้งงานสร้าง การแสดง และบทต่าง ๆ มันถูกจูนมาแล้วเป็นอย่างดีทั้งนั้น แต่ที่น่าสนใจ คือ ในช่วง 8 - 9 เดือน ไม่ถึงปีมานี้ เรามีหนังญี่ปุ่นอย่าง Kokuho หนังอินเดียอย่าง Dhurandhar ทั้ง 2 ภาค และหนังเกาหลีเรื่องนี้ ที่ทำรายได้ประสบความสำเร็จเป็นประวัติศาสตร์ของประเทศตัวเอง ดังนั้น คำว่า "โรงหนังกำลังจะตาย" คนพูดอาจต้องนิยามคำนี้ใหม่ เพราะบางทีคนดูหนังอาจจะกำลังรอดูสิ่งซึ่งคุ้มค่าในการจ่ายเงินเข้าไปดูในโรงหนัง มากกว่าแค่จ้องดูในจอเล็ก ๆ ก็เป็นไปได้

ส่วนใครที่ไปดูหนังเรื่องนี้มาแล้วบ้าง ชอบ ไม่ชอบ คิดเห็นอย่างไรมาแชร์กันได้ครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่