นก Hoazin นกที่แปลกประหลาด

.

.
At Lake Sandoval, Peru
.
.
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
.
Hoatzin Opisthocomus hoazin
.
.


นก Hoatzin Opisthocomus hoazin
นกที่มีปีกเป็นกรงเล็บที่แปลกประหลาด
หลังจากวิวัฒนาการมาเป็นนก
ประเภทนกทึ่ยังระบุแน่ชัดไม่ได้ว่า
จะจัดให้อยู่ในวงศ์ตระกูลใด
หรือเรียกว่า นกกำพร้า/ไร้สังกัด

นกที่มีใบหน้าสีฟ้า ตาสีแดง
ลำตัวนี้มีกลิ่นเหม็นมาก
จนศัตรูนักล่าไม่กินพวกมัน
.
.

.
นกกระโดดขึ้นบนฟ้ามีสีท้องฟ้าเป็นฉากหลัง
ผ่านการวิวัฒนาการมายาวนานจนเป็นนก
แต่ยังไม่แน่ชัดว่า จะจัดอยู่ในวงศ์สกุลใด
© Patrick Gallet / 500px/Getty Images
.
.


ชื่อ: นก Hoatzin (Opisthocomus hoazin)

สถานที่อยู่
แถบป่าไม้ แม่น้ำ พื้นที่ชุ่มน้ำ 
Amazon และ Orinoco ในอเมริกาใต้

อาหาร
ใบไม้ ผลไม้ ดอกไม้

เหตุใดจึงน่าทึ่ง

นกที่แปลกประหลาดที่สุดของโลก
ลูกนกที่ฟักออกมา จะมีปีกเป็นกรงเล็บ
ลักษณะที่หายากในยุคก่อนประวัติศาสตร์
และเมื่อนกโตเต็มวัยจะส่งกลิ่นแรง
กลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ของสัตว์นักล่า/ศัตรู
เพราะระบบย่อยอาหารที่หมักหมมของนก
ที่เหมือนวัว (สัตว์เคี้ยวเอื้อง)
ใบไม้ หญ้าชนิดต่าง ๆ  ฟาง ใบกะถิน  ฯลฯ
ทำให้พวกมันได้รับฉายาว่า  นกเหม็น
นกที่มีปีกเป็นกรงเล็บ

นกโฮแอทซินมีลักษณะแปลก ๆ หลายอย่าง
เช่น หงอนรูปโมฮิกัน (ทรงผมชนเผ่าพื้นเมือง)
ผิวหน้าสีน้ำเงิน ตาสีแดง หางรูปพัดขนาดใหญ่
ซึ่งใช้เพื่อรักษาสมดุล ขณะเดินไปมา
ในพื้นที่ที่มีพืชพันธุ์ที่ขึ้นกันอย่างหนาแน่นมาก

กลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ของนกพวกนี้ในเขตร้อน
กลิ่นที่โดดเด่นที่สุดก็คือ กลิ่นฉุน/กลิ่นเหม็น
คล้ายกลิ่นมูลสัตว์หรือซากพืชที่เน่าเปื่อย
กลิ่นนี้ป็นผลมาจากกระบวนการย่อยอาหาร
ที่แปลกประหลาด เหมือนพวกสัตว์เคี้ยวเอื้อง
ทำให้นกชนิดนี้แตกต่างจากนกสายพันธุ์อื่น ๆ

นกโฮแอทซินมีระบบการหมักอาหาร
ในกระเพาะส่วนหน้า ซึ่งคล้ายกับที่พบในวัว
โดยจะกินใบไม้เป็นอาหารหลัก ซึ่งจะเก็บไว้
แล้วหมักในถุงเก็บอาหารชั่วคราวขนาดใหญ่
ที่อยู่ภายในหลอดอาหาร (ย่อยเบื้องต้น)
ก่อนที่จะถูกส่งไปยังกระเพาะอาหาร
เพื่อหมักอีกรอบหนึ่ง ด้วยแบคทีเรีย
ที่จะย่อยสลายอาหารวัสดุจากพืชที่เหนียว
ทำให้เกิดก๊าซ แล้วปล่อยก๊าซออกมา
ผ่านการเรอที่มีกลิ่นเฉพาะตัวเหมือนมูลสัตว์
.
.
.

.
นกชนิดนี้มีกลิ่นเหม็น
เพราะระบบย่อยอาหารที่หมักได้เหมือนวัว
© Nature Picture Library/Alamy
.
.

.
.

.
กระเพาะอาหารของนก Hoatzin
© https://tinyurl.com/4nzfc3e9
.
.


กระบวนการย่อยอาหารนี้มีประสิทธิภาพสูง
ในการย่อยเซลลูโลสในระดับสูงที่พบในใบไม้
แต่กระบวนการนี้ทำให้นกโฮแอทซิน
มีกลิ่นเหม็น และเคลื่อนไหวไม่สะดวก
เพราะลำไส้ที่ขยายใหญ่ขึ้น ทำให้บินได้ยาก
แต่นกชนิดนี้มักชอบกระโดด กับปีนป่ายต้นไม้

แต่กลิ่นที่ผิดปกติของนกโฮแอทซิน
ทำหน้าที่เป็นกลไกป้องกันตัวตามธรรมชาติ
เพราะสัตว์นักล่ามักจะหลีกเลี่ยงนกชนิดนี้
เพราะคิดว่าพวกมันเน่าเสียหรือมีพิษ

นักวิจัยไม่แน่ใจเกี่ยวกับ
วิวัฒนาการของนกโฮแอทซิน
ในปี 2015 การศึกษาด้านพันธุกรรม
ในวารสาร Nature
แนะนำว่า นกโฮแอทซินเป็นสมาชิกรุ่นสุดท้าย
ที่รอดชีวิตจากสายพันธุ์นกที่แตกแขนง
ออกจากต้นกำเนิดที่วิวัฒนาการ
ไปในทิศทางของตนเอง
เมื่อ 66 ล้านปีก่อน ที่ดาวหางชนโลก
ไม่นานหลังจากเหตุการณ์สูญพันธุ์ครั้งใหญ่
ที่ทำให้ไดโนเสาร์ ที่ไม่ใช่นกสูญพันธุ์
.
.
.

.
.
.

ในปี 2024
ผลการศึกษาแยกต่างหากใน PNAS
แนะนำว่า นกโฮแอทซินไม่ได้เก่าแก่
เท่าที่เคยคาดคิดกันไว้
แม้ว่ากรงเล็บปีกของนกวัยอ่อน
จะดูเหมือนเป็นสัตว์ยุคก่อนประวัติศาสตร์
แต่กรงเล็บเหล่านี้อาจวิวัฒนาการขึ้นมา
เมื่อไม่นานนี้ เพื่อช่วยให้ลูกนกเหล่านี้
สามารถเอาชีวิตรอดในป่าอะเมซอนได้
เพราะนกโฮแอทซินวัยอ่อนไม่สามารถบินได้
กรงเล็บของพวกมันจึงมีส่วนช่วยให้
พวกมันปีนต้นไม้เพื่อหลบหนีจากนักล่าได้
.
.
.

.
.

.
.

.
.

.
.

.
.


ในปี 2024
นักชีววิทยาได้วิเคราะห์และทำแผนที่
Genomes นกจำนวน 363 สายพันธุ์
เพื่อสร้างแผนภูมิลำดับวงศ์ตระกูลกลุ่มนกหลัก
แต่ยังไม่ชัดเจนว่า นกโฮแอทซิน จะเข้าไปอยู่
ในภาพรวมที่ใด วงศ์ตระกูลใด

นักวิจัยจึงได้เพิ่มนกโฮแอทซิน
เข้าไปในหมวดหมู่ นกไร้สังกัด/นกกำพร้า
ร่วมกับนกชายฝั่ง และ นกกระเรียน
เพราะยังไม่ชัดเจนว่า นกพวกนี้
จะอยู่ในลำดับวงศ์ตระกูลนกชนิดใด
.
.
.

.
.

.
.

.
.


นกชนิดนี้ยังเป็นนกประจำชาติของ กายอานา
ชื่อนกท้องถิ่นคือ นก Canje pheasant
.
.
.

.
.


เรียบเรียง/ที่มา

Livescience
inaturalist
.
.
.

.
.

.
At Manu National Park, Peru
.
.

.
In Brazil
.
.

.
In Bolivia
.
.
****เรื่องเดิม 33 หัวข้อ****
.
.


เรื่องเล่าไร้สาระ

ของเหม็น/ส่วนผสมน้ำหอม

อ้วกปลาวาฬ/อำพันทะเล Ambergris
ของปลาวาฬหัวทุย (ปลาวาฬสเปิร์ม)
ถ้าเพิ่งถูกขับออกมาจากร่างกาย
จะมี กลิ่นเหม็นรุนแรงมาก
ลักษณะคล้ายของเสียทั่วไป
จนถึงขั้นคนต้องเบือนหน้าหนี

กลิ่นเหม็นนี้เกิดจากส่วนประกอบ
ของไขมันและเศษซากปลาหมึก
ที่ปลาวาฬไม่สามารถย่อยสลายได้

แต่เมื่อเวลาผ่านไปเป็นเดือนหรือเป็นปี
อ้วกปลาวาฬที่ลอยอยู่ในทะเล
จะถูกแสงแดด น้ำทะเล และอากาศ
ทำปฏิกิริยาเคมีจนกลายเป็นก้อนแข็ง
สีอาจเปลี่ยนเป็นขาว น้ำตาล เทา หรือดำ
กลิ่นเหม็นจะค่อย ๆ จางหายไป
และเปลี่ยนเป็นกลิ่นหอมเฉพาะตัว
คล้ายกลิ่นน้ำมันหอมระเหย
กลิ่นหอมนี้เองที่ทำให้อ้วกปลาวาฬ
กลายเป็นวัตถุดิบล้ำค่า/เป็นที่ต้อบการมาก
ในอุตสาหกรรมน้ำหอม/เครื่องสำอาง
.
.

ตามคำบอกเล่าของคนรุ่นดิ (The Old)
การทำน้ำหอมต้องเอาของเหม็น
มาผสมกับของที่มีกลิ่นหอม
แต่ไม่จริงทั้งหมดแต่อย่างใด

วัตถุดิบบางชนิดที่ใช้ในอุตสาหกรรมน้ำหอม
อาจมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ในรูปแบบดิบ/เข้มข้น
เช่น มัสก์จากสัตว์ Musk
แอมเบอร์กริส (Ambergris)
หรือสารสกัดจากพืชบางชนิด
แต่เมื่อถูกนำมาผสม/เจือจางในสูตรน้ำหอม
กลิ่นเหล่านี้จะเปลี่ยนเป็นกลิ่น
ที่หอม/ซับซ้อนมากขึ้น

น้ำหอมประกอบด้วยกลิ่นหลัก (50-80%)
ตัวดัดแปลงกลิ่น ตัวเชื่อมโยงกลิ่น ตัวตรึงกลิ่น
ซึ่งวัตถุดิบแต่ละชนิดถูกเลือกมา
เพื่อสร้างมิติและความลึกให้กับกลิ่น
ไม่ใช่เพื่อให้มีกลิ่นเหม็น

ในอดีต น้ำหอมถูกใช้เพื่อกลบกลิ่นตัว
หรือกลิ่นไม่พึงประสงค์ของผู้คน
เพราะไม่ชอบอาบน้ำ (กลัวหนาว)
สุขอนามัย/สุขาภิบาลยังไม่ดี
น้ำหอมจึงมีบทบาทในการปกปิดกลิ่นเหม็น
แต่ตัวน้ำหอมเองไม่ได้
ทำจากของเหม็นโดยตรง

สรุป
การทำน้ำหอมไม่ใช่
การนำของเหม็นมาผสมโดยตรง
แต่เป็นการเลือกวัตถุดิบ
ที่อาจมีกลิ่นแรงหรือเฉพาะตัว
มาผสมในสัดส่วนที่เหมาะสม
เพื่อให้ได้กลิ่นที่หอมและมีเอกลักษณ์

ความเข้าใจว่าน้ำหอมต้องใส่ของเหม็น
จึงไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ
แม้บางวัตถุดิบจะมีกลิ่นแรงหรือไม่พึงประสงค์
ในรูปแบบดิบ/สารตั้งต้นในการใช้งาน
แต่เมื่อผ่านกระบวนการปรุงแต่งแล้ว
จะให้กลิ่นหอมที่น่ารื่นรมย์
.
.

Musk ของสัตว์ (เช่น กวางชะมด)
มาจาก ต่อมกลิ่น (Musk gland)
ที่อยู่ใกล้ทวารหนัก
หรือบริเวณอวัยวะเพศ
ไม่ใช่ต่อมไขมันโดยตรง
ต่อมนี้ผลิตสารที่มีกลิ่นฉุนเฉพาะตัว
เพื่อใช้ในการสื่อสาร/ดึงดูดเพศตรงข้าม

Musk ของชะมด (Civet)
มาจาก ต่อมกลิ่น (Perineal gland)
ที่อยู่ใกล้ทวารหนัก ไม่ใช่ต่อมไขมัน
ต่อมนี้ผลิตสารที่มีกลิ่นแรง
เรียกว่า Civetone
ใช้ในการสื่อสาร/ดึงดูดคู่ผสมพันธุ์
คล้ายกับกวางชะมด
แต่เป็นคนละชนิดของสัตว์/สารเคมี
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่