สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิปทุกคน! วันนี้ผมมีเรื่องดีๆ มาบอกต่อ ที่จะช่วยให้เราลดขยะในครัวเรือน แถมยังได้ปุ๋ยชั้นดีไว้บำรุงต้นไม้ที่บ้านด้วยตัวเองเลยครับ เรื่องที่ผมจะมาแชร์วันนี้ก็คือ 'วิธีทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหารแบบไร้กลิ่นรบกวน' ครับ
หลายคนอาจจะเคยคิดว่าการทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหารมันต้องมีกลิ่นเหม็นแน่ๆ เลยใช่ไหมครับ? ผมเข้าใจเลยครับ เพราะเมื่อก่อนผมก็เคยคิดแบบนั้นเหมือนกัน แต่พอได้ลองศึกษาและลงมือทำจริงๆ จังๆ ผมพบว่ามันง่ายกว่าที่คิดเยอะเลยครับ แถมแทบจะไม่มีกลิ่นกวนใจเลยด้วยซ้ำครับ ที่สำคัญคือมันช่วยลดภาระให้โลกของเราได้เยอะมากเลยนะครับ
ก่อนอื่น เรามาดูกันก่อนครับว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง
1. ถังหรือภาชนะสำหรับหมัก ขนาดขึ้นอยู่กับปริมาณเศษอาหารในแต่ละวันของเราเลยครับ จะเป็นถังพลาสติกมีฝาปิดก็ได้ครับ ขอแค่ระบายน้ำได้เล็กน้อย และมีช่องระบายอากาศครับ
2. เศษอาหาร ผัก ผลไม้ เศษข้าว กากกาแฟ เปลือกไข่ ยกเว้นพวกเนื้อสัตว์ นม หรือน้ำมันเยอะๆ นะครับ เพราะพวกนี้จะทำให้เกิดกลิ่นและดึงดูดแมลงได้ง่ายครับ
3. วัสดุคาร์บอน พวกนี้สำคัญมากในการดับกลิ่นและช่วยให้กระบวนการย่อยสลายสมดุลครับ เช่น ใบไม้แห้ง, ฟางข้าว, ขี้เลื่อย, กระดาษหนังสือพิมพ์ฉีกฝอย หรือแม้แต่กระดาษลังที่ไม่เคลือบก็ได้ครับ
4. ดิน ดินธรรมดาที่เราใช้ปลูกต้นไม้นี่แหละครับ จะช่วยเติมจุลินทรีย์เริ่มต้นให้ปุ๋ยหมักของเราครับ
5. จุลินทรีย์ EM (Effective Microorganisms) หรือน้ำหมักชีวภาพ ตัวช่วยเร่งการย่อยสลายและควบคุมกลิ่นได้ดีเยี่ยมเลยครับ
6. อุปกรณ์เสริม พลั่วเล็กๆ สำหรับคลุกเคล้า, ถุงมือครับ
มาดูขั้นตอนการทำกันเลยครับ รับรองว่าทำตามได้ไม่ยากเลยครับ
ขั้นตอนที่ 1 เตรียมภาชนะ
เลือกถังที่เหมาะสม เจาะรูเล็กๆ รอบๆ ถังหรือที่ก้นถังบ้างเล็กน้อย เพื่อให้มีการระบายอากาศและระบายน้ำส่วนเกินออกครับ การระบายอากาศเป็นหัวใจสำคัญของการไร้กลิ่นเลยนะครับ
ขั้นตอนที่ 2 วางฐาน
เริ่มด้วยการวางวัสดุคาร์บอน (เช่น ใบไม้แห้ง, ขี้เลื่อย) หนาประมาณ 5-10 เซนติเมตรที่ก้นถังก่อนครับ เพื่อสร้างชั้นระบายอากาศที่ดีและป้องกันเศษอาหารเปียกแฉะที่ก้นครับ
ขั้นตอนที่ 3 ลงเศษอาหาร
เมื่อมีเศษอาหารที่เตรียมไว้ ก็เทลงไปในถังเลยครับ พยายามสับหรือหั่นให้ชิ้นเล็กลงหน่อยนะครับ จะช่วยให้ย่อยสลายได้เร็วขึ้นครับ
ขั้นตอนที่ 4 ชั้นคาร์บอนและดิน
หลังจากใส่เศษอาหารแล้ว ให้กลบทับด้วยวัสดุคาร์บอนอีกชั้น หนาประมาณ 5-10 เซนติเมตรครับ จากนั้นโรยหน้าด้วยดินบางๆ และฉีดพ่นด้วยน้ำหมักชีวภาพ (EM) หรือจุลินทรีย์ EM ที่ผสมน้ำเจือจางแล้วครับ ขั้นตอนนี้สำคัญมากครับ เพราะคาร์บอนจะช่วยดูดซับกลิ่นและจุลินทรีย์จะช่วยย่อยสลายครับ
ขั้นตอนที่ 5 ทำซ้ำไปเรื่อยๆ
เราสามารถทำแบบนี้ซ้ำไปเรื่อยๆ ได้เลยครับ คือ 'เศษอาหาร สลับ คาร์บอน สลับ ดิน/EM' ครับ เวลาจะเติมเศษอาหารใหม่ ก็เปิดฝา คลุกเคล้าของเก่าเล็กน้อย แล้วทำตามขั้นตอนที่ 3-4 ได้เลยครับ
ขั้นตอนที่ 6 การดูแลรักษา
หมั่นคลุกเคล้าปุ๋ยหมักในถังทุก 2-3 วัน หรือเมื่อมีการเติมเศษอาหารใหม่ครับ เพื่อให้อากาศเข้าถึงได้ทั่วถึง และช่วยให้กระบวนการย่อยสลายดำเนินไปได้ดีครับ สังเกตความชื้นด้วยนะครับ ถ้าแห้งไปก็พรมน้ำเล็กน้อย ถ้าเปียกไปก็เติมวัสดุคาร์บอนเพิ่มครับ
แก้ไขปัญหากลิ่นเหม็น (ถ้ามี)
ถ้าปุ๋ยหมักของคุณเริ่มมีกลิ่นเหม็นส่วนใหญ่มาจากสาเหตุหลักๆ ครับ
1. เปียกเกินไป เติมวัสดุคาร์บอนเพิ่มให้เยอะขึ้นครับ เช่น ใบไม้แห้ง ขี้เลื่อย แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากันดีครับ
2. ขาดอากาศ คลุกเคล้าให้บ่อยขึ้นครับ เพื่อให้อากาศเข้าไปช่วยในกระบวนการย่อยสลายแบบใช้ออกซิเจน ซึ่งจะไม่เกิดกลิ่นเหม็นเหมือนการย่อยสลายแบบไม่ใช้ออกซิเจนครับ
3. มีเศษอาหารที่ไม่เหมาะสม ลองเลี่ยงพวกเนื้อสัตว์ นม ไขมันเยอะๆ ในครั้งต่อไปนะครับ
ส่วนใหญ่แล้วถ้าเราทำตามขั้นตอนที่บอกไป โดยเฉพาะเรื่องการเติมคาร์บอนและการคลุกเคล้า ปัญหาเรื่องกลิ่นแทบจะไม่เจอเลยครับ
เห็นไหมครับว่าการทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหารแบบไร้กลิ่นไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลยครับ นอกจากจะช่วยลดขยะในครัวเรือนของเราแล้ว เรายังได้ปุ๋ยอินทรีย์ชั้นดีไว้บำรุงต้นไม้ให้งอกงามอีกด้วยครับ เป็นการช่วยโลกใบนี้ไปในตัวด้วยนะครับ
หวังว่าข้อมูลที่ผมนำมาฝากวันนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ ใครลองเอาไปทำแล้วได้ผลเป็นยังไง มาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ ยินดีตอบทุกคำถามเลยครับ
หมดปัญหากลิ่นเหม็น! ผมจะสอนวิธีทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหารแบบมือโปร ให้สวนสวยโลกไม่ร้อนครับ
หลายคนอาจจะเคยคิดว่าการทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหารมันต้องมีกลิ่นเหม็นแน่ๆ เลยใช่ไหมครับ? ผมเข้าใจเลยครับ เพราะเมื่อก่อนผมก็เคยคิดแบบนั้นเหมือนกัน แต่พอได้ลองศึกษาและลงมือทำจริงๆ จังๆ ผมพบว่ามันง่ายกว่าที่คิดเยอะเลยครับ แถมแทบจะไม่มีกลิ่นกวนใจเลยด้วยซ้ำครับ ที่สำคัญคือมันช่วยลดภาระให้โลกของเราได้เยอะมากเลยนะครับ
ก่อนอื่น เรามาดูกันก่อนครับว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง
1. ถังหรือภาชนะสำหรับหมัก ขนาดขึ้นอยู่กับปริมาณเศษอาหารในแต่ละวันของเราเลยครับ จะเป็นถังพลาสติกมีฝาปิดก็ได้ครับ ขอแค่ระบายน้ำได้เล็กน้อย และมีช่องระบายอากาศครับ
2. เศษอาหาร ผัก ผลไม้ เศษข้าว กากกาแฟ เปลือกไข่ ยกเว้นพวกเนื้อสัตว์ นม หรือน้ำมันเยอะๆ นะครับ เพราะพวกนี้จะทำให้เกิดกลิ่นและดึงดูดแมลงได้ง่ายครับ
3. วัสดุคาร์บอน พวกนี้สำคัญมากในการดับกลิ่นและช่วยให้กระบวนการย่อยสลายสมดุลครับ เช่น ใบไม้แห้ง, ฟางข้าว, ขี้เลื่อย, กระดาษหนังสือพิมพ์ฉีกฝอย หรือแม้แต่กระดาษลังที่ไม่เคลือบก็ได้ครับ
4. ดิน ดินธรรมดาที่เราใช้ปลูกต้นไม้นี่แหละครับ จะช่วยเติมจุลินทรีย์เริ่มต้นให้ปุ๋ยหมักของเราครับ
5. จุลินทรีย์ EM (Effective Microorganisms) หรือน้ำหมักชีวภาพ ตัวช่วยเร่งการย่อยสลายและควบคุมกลิ่นได้ดีเยี่ยมเลยครับ
6. อุปกรณ์เสริม พลั่วเล็กๆ สำหรับคลุกเคล้า, ถุงมือครับ
มาดูขั้นตอนการทำกันเลยครับ รับรองว่าทำตามได้ไม่ยากเลยครับ
ขั้นตอนที่ 1 เตรียมภาชนะ
เลือกถังที่เหมาะสม เจาะรูเล็กๆ รอบๆ ถังหรือที่ก้นถังบ้างเล็กน้อย เพื่อให้มีการระบายอากาศและระบายน้ำส่วนเกินออกครับ การระบายอากาศเป็นหัวใจสำคัญของการไร้กลิ่นเลยนะครับ
ขั้นตอนที่ 2 วางฐาน
เริ่มด้วยการวางวัสดุคาร์บอน (เช่น ใบไม้แห้ง, ขี้เลื่อย) หนาประมาณ 5-10 เซนติเมตรที่ก้นถังก่อนครับ เพื่อสร้างชั้นระบายอากาศที่ดีและป้องกันเศษอาหารเปียกแฉะที่ก้นครับ
ขั้นตอนที่ 3 ลงเศษอาหาร
เมื่อมีเศษอาหารที่เตรียมไว้ ก็เทลงไปในถังเลยครับ พยายามสับหรือหั่นให้ชิ้นเล็กลงหน่อยนะครับ จะช่วยให้ย่อยสลายได้เร็วขึ้นครับ
ขั้นตอนที่ 4 ชั้นคาร์บอนและดิน
หลังจากใส่เศษอาหารแล้ว ให้กลบทับด้วยวัสดุคาร์บอนอีกชั้น หนาประมาณ 5-10 เซนติเมตรครับ จากนั้นโรยหน้าด้วยดินบางๆ และฉีดพ่นด้วยน้ำหมักชีวภาพ (EM) หรือจุลินทรีย์ EM ที่ผสมน้ำเจือจางแล้วครับ ขั้นตอนนี้สำคัญมากครับ เพราะคาร์บอนจะช่วยดูดซับกลิ่นและจุลินทรีย์จะช่วยย่อยสลายครับ
ขั้นตอนที่ 5 ทำซ้ำไปเรื่อยๆ
เราสามารถทำแบบนี้ซ้ำไปเรื่อยๆ ได้เลยครับ คือ 'เศษอาหาร สลับ คาร์บอน สลับ ดิน/EM' ครับ เวลาจะเติมเศษอาหารใหม่ ก็เปิดฝา คลุกเคล้าของเก่าเล็กน้อย แล้วทำตามขั้นตอนที่ 3-4 ได้เลยครับ
ขั้นตอนที่ 6 การดูแลรักษา
หมั่นคลุกเคล้าปุ๋ยหมักในถังทุก 2-3 วัน หรือเมื่อมีการเติมเศษอาหารใหม่ครับ เพื่อให้อากาศเข้าถึงได้ทั่วถึง และช่วยให้กระบวนการย่อยสลายดำเนินไปได้ดีครับ สังเกตความชื้นด้วยนะครับ ถ้าแห้งไปก็พรมน้ำเล็กน้อย ถ้าเปียกไปก็เติมวัสดุคาร์บอนเพิ่มครับ
แก้ไขปัญหากลิ่นเหม็น (ถ้ามี)
ถ้าปุ๋ยหมักของคุณเริ่มมีกลิ่นเหม็นส่วนใหญ่มาจากสาเหตุหลักๆ ครับ
1. เปียกเกินไป เติมวัสดุคาร์บอนเพิ่มให้เยอะขึ้นครับ เช่น ใบไม้แห้ง ขี้เลื่อย แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากันดีครับ
2. ขาดอากาศ คลุกเคล้าให้บ่อยขึ้นครับ เพื่อให้อากาศเข้าไปช่วยในกระบวนการย่อยสลายแบบใช้ออกซิเจน ซึ่งจะไม่เกิดกลิ่นเหม็นเหมือนการย่อยสลายแบบไม่ใช้ออกซิเจนครับ
3. มีเศษอาหารที่ไม่เหมาะสม ลองเลี่ยงพวกเนื้อสัตว์ นม ไขมันเยอะๆ ในครั้งต่อไปนะครับ
ส่วนใหญ่แล้วถ้าเราทำตามขั้นตอนที่บอกไป โดยเฉพาะเรื่องการเติมคาร์บอนและการคลุกเคล้า ปัญหาเรื่องกลิ่นแทบจะไม่เจอเลยครับ
เห็นไหมครับว่าการทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหารแบบไร้กลิ่นไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลยครับ นอกจากจะช่วยลดขยะในครัวเรือนของเราแล้ว เรายังได้ปุ๋ยอินทรีย์ชั้นดีไว้บำรุงต้นไม้ให้งอกงามอีกด้วยครับ เป็นการช่วยโลกใบนี้ไปในตัวด้วยนะครับ
หวังว่าข้อมูลที่ผมนำมาฝากวันนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ ใครลองเอาไปทำแล้วได้ผลเป็นยังไง มาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ ยินดีตอบทุกคำถามเลยครับ