ขอสะท้อนมุมมองเรื่องแบตเตอรี่ของรถไฟฟ้าEV สิ่งที่อยากได้ไม่ใช่แบตที่ใหญ่(กว่าที่ใช้) แต่ต้องการแบบนี้มากกว่า

กระทู้สนทนา
เมื่อคืนได้ดูยูทูปเรื่องแนวโน้มของรถไฟฟ้ายี่ห้อหนึ่ง ที่บริษัทแม่ในจีนได้เชิญสื่อมวลชนและยูสเซอร์ที่เป็นอินฟลูของค่ายได้ไปชมบริษัทและพบปะกับผู้บริหารระดับสูง

ในช่วงหนึ่งของการสรุป ได้บอกว่ารถไฟฟ้าEV ถ้าต้องการวิ่งให้ไกล ต้องเพิ่มปริมาณความจุของแบต แน่นอนว่าขนาดต้องใหญ่ขึ้น รถก็จะต้องใหญ่ตามไปด้วย ซึ่งถ้าต้องมีรถคันเดียวการเอามาใช้ขับในเมืองก็จะไม่คล่องตัว สุดท้ายก็ต้องเลือกหารถที่ขนาดพอเหมาะกับการใช้งาน

สิ่งที่จะขอสะท้อนไปยังผู้ผลิตคือ ต้องการให้ชาร์จได้ไวมากกว่าที่จะให้มีความจุมากๆ เพราะลองนึกถึงรถน้ำมัน ที่แทบจะไม่มีใครโฆษณาเลยว่ารถตัวเองมีถังน้ำมันใหญ่กว่า ใหญ่ที่สุด เติมครั้งเดียวใช้ได้เป็นพันก.ม. เพราะเห็นมีแต่คนเติมน้ำมันเมื่อตกขีดแดงกันซะเป็นส่วนมาก เพราะในไทยจะว่าไปแล้ว เรามีสถานีน้ำมันมากกว่าประเทศอื่นๆนะ (จำนวนสถานีต่อความยาวถนน อย่าถามหาที่มาของข้อมูลเพราะไม่มี)

ลองนึกแบบอุดมคตินะครับ  สมมติว่ารถคุณแบตเตอรี่ใช้ได้ 700 ก.ม. วิ่งทางไกล พอถึงระยะที่ต้องแวะ(เพราะคน)ก็แค่เลี้ยวเข้าสถานี เสียบชาร์จ ระหว่างนั้นก็ไปฉิงฉ่อง ล้างไม้ล้างมือ เดินเข้า7หยิบขนมและน้ำมาเติมกระเพาะ มาถึงรถก็จะขับต่อได้ไฟเพิ่มอีก 100-200 ก.ม.แล้วแต่จะใช้เวลา ถึงมื้ออาหารก็อาจจะได้ระยะเพิ่มเป็น 300 ก.ม. เท่านี้ก็ไปได้ถึงที่หมายโดยไม่ต้องวางแผนแบบช่วง3ปีที่แล้ว

พัฒนารถ มุ่งไปที่การชาร์จ และการทำให้ระบบอิเล็คทรอนิกส์เสถียรไม่เสียหายจากความร้อน รวมทั้งระบบช่วยเรื่องความปลอดภัยน่าจะตรงเป้าความต้องการมากกว่า อย่าแข่งกันใหญ่แบบรถกระบะ  ทุกวันนี้ที่จอดรถก็จะแคบลงไปเรื่อยๆ บ้านเราชอบที่จะจอดซ้อนคันด้วย
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่