“ฝ่ายค้านได้แต้มเต็ม! หรือแค่ใช้แผ่นดินไหวเป็นเครื่องมือโจมตีรัฐบาล?”

1.    “แผ่นดินไหวครั้งนี้…หรือคือเกมการเมืองที่สั่นคลอนรัฐบาล?”
    2.    “ฝ่ายค้านได้แต้มเต็ม! หรือแค่ใช้แผ่นดินไหวเป็นเครื่องมือโจมตีรัฐบาล?”
    3.    “ทำไมรัฐบาลไม่พูด? เมื่อฝ่ายค้านชิงพื้นที่ ‘ห่วงใยประชาชน’ ไปหมด”
    4.    “ญัตติแผ่นดินไหว = คะแนนนิยม? วิเคราะห์เกมการเมืองที่ซ่อนอยู่”
    5.    “เรื่องนี้ไม่ได้จบที่แผ่นดินไหว แต่มันคือสงครามภาพลักษณ์ในสภา”
    6.    “แผ่นดินไหวทางภูมิศาสตร์ หรือการเมือง? ใครกันแน่ที่ได้ประโยชน์”


“กรณีนี้ คำถามที่สังคมตั้งขึ้นคือ ทำไมจึงไม่ให้ฝ่ายรัฐบาลเป็นผู้เสนอยุติอภิปรายเรื่องแผ่นดินไหวเสียเอง แทนที่จะเป็นหน้าที่ของหัวหน้าฝ่ายค้าน”

หากรัฐบาลเป็นฝ่ายเสนอเรื่องดังกล่าวด้วยตนเอง เรื่องทั้งหมดอาจจบลงอย่างสงบเรียบร้อยและสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนมากขึ้นว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเหนือสิ่งอื่นใด

แต่เพราะฝ่ายค้านมีเจตนาแอบแฝง ใช้เหตุการณ์แผ่นดินไหวเป็นเครื่องมือทางการเมืองในการโจมตีฝ่ายรัฐบาล ขณะเดียวกัน ฝ่ายรัฐบาลเองก็มีท่าทีมุ่งมั่นที่จะแสดง “อำนาจ” และไม่ยอมให้ฝ่ายค้านชิงพื้นที่สื่อไปได้โดยง่าย จึงเกิดความขัดแย้งขึ้น

สุดท้ายแล้ว กลายเป็นภาพที่สื่อให้ประชาชนจำนวนมากเข้าใจว่า ฝ่ายรัฐบาล “เลือก” ที่จะเดินหน้าอภิปรายกฎหมายคาสิโน ก่อนที่จะเปิดโอกาสให้พูดถึงความเดือดร้อนของประชาชนจากภัยธรรมชาติ ซึ่งทำให้รัฐบาลสูญเสียความน่าเชื่อถือในสายตาของสังคมอย่างน่าเสียดาย

เมื่อการอภิปรายในวันดังกล่าวสิ้นสุดลง ก็ปรากฏภาพของการโจมตีและขยายประเด็นอย่างหนักจากฝ่ายค้าน โดยอาศัยเหตุการณ์นี้เป็นเครื่องมือในการโจมตีฝ่ายรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงเพื่อสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลเท่านั้น แต่ยังใช้โอกาสนี้ในการปลุกกระแสความไม่พอใจในหมู่ประชาชนที่มีแนวคิดตรงข้ามกับรัฐบาล

สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ได้เป็นเพียงการอภิปรายเพื่อหาทางแก้ปัญหาแผ่นดินไหวอย่างสร้างสรรค์ หากแต่กลายเป็นเวทีทางการเมือง เพื่อสะสมคะแนนเสียง และสร้างความได้เปรียบทางการเมืองให้กับตนเองในอนาคต

จากภาพรวมทั้งหมด ดูได้ชัดว่าเป็น เกมการเมืองที่ฝ่ายค้านวางหมากไว้อย่างแยบยล โดยใช้เหตุการณ์แผ่นดินไหว — ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความรู้สึกและความห่วงใยของประชาชนอยู่ในนั้น — มาเป็นเครื่องมือทางการเมือง

ฝ่ายค้านเลือกเสนอญัตติแทนที่จะให้รัฐบาลเป็นผู้ริเริ่ม ซึ่งเปิดช่องให้ตนเองกลายเป็น “ฝ่ายที่ดูใส่ใจประชาชน” พร้อมกับใช้จังหวะที่รัฐบาลนิ่งเงียบหรือขาดการอธิบาย มา ขยายภาพโจมตีและปลุกกระแส ให้เกิดความรู้สึกว่า รัฐบาลเพิกเฉยต่อความทุกข์ยากของประชาชน

ทั้งหมดนี้คือการวางแผนทางการเมืองที่มีเจตนาแฝงชัดเจน — เพื่อเพิ่มกระแสนิยมให้พรรคตนเอง และลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาลในเวลาเดียวกัน

สรุป —

กรณีอภิปรายเรื่องแผ่นดินไหว กลายเป็นประเด็นขัดแย้งเพราะฝ่ายค้านเป็นฝ่ายเสนอยุติอภิปราย ขณะที่รัฐบาลไม่แสดงบทบาทใด ๆ ทำให้ประชาชนมองว่าฝ่ายค้านคือผู้ยืนข้างประชาชน และโจมตีว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับกฎหมายคาสิโนมากกว่า

ประธานวันนอร์ยังถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจเลี่ยงควบคุมการประชุมเอง เพราะกฎหมายคาสิโนขัดหลักศาสนาอิสลาม จึงมอบหมายให้รองประธานดำเนินการแทน

สุดท้ายรัฐบาลไม่สามารถชี้แจงหรือปกป้องตนเองได้ชัดเจน เปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านขยายประเด็นโจมตีและปลุกกระแสสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่