ประชาชน สุข ประชาธิปไตย งอกงาม ประเทศ ก้าวหน้า

❝ ความท้าทาย 3 ระยะที่รัฐบาลหนู 2 ต้องเจอ ❞





4 ปีจากนี้จึงท้าทายบรรดา "เทคโนแครตมือโปร" ว่าจะสามารถใช้ความรู้และประสบการณ์นำพาประเทศไทยภายใต้รัฐบาลสีน้ำเงิน เดินทางไปจนถึงฝั่งฝันได้หรือไม่
.
ขณะที่โครงสร้างของรัฐบาลใหม่เอง ต้องยอมรับว่าแม้หน้าตาของหลายคนจะเป็นรัฐมนตรีต่อเนื่องมาจากชุดเก่า แต่ก็มีอีกหลายคนที่เป็นคนรุ่นใหม่สืบทอดตำแหน่งทางการเมือง ได้รับฉายาว่า "รัฐมนตรีลูกเทพ" จำนวนไม่น้อย
.
แก๊ง ครม.ลูกเทพฯ หรือ ครม.ลูกบังเกิดเกล้าฯ ครั้งนี้ไม่ธรรมดา เพราะเป็นเจเนอเรชั่นใหม่ที่เติบโตมากับความรู้ชุดใหม่ อาจจะเข้าใจความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองสมัยใหม่ ขณะเดียวกันก็เติบโตมากับโครงสร้างการเมืองเก่า หากสามารถพลิกวิกฤตรอบนี้เปลี่ยนเป็นโอกาสสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ ก็จะลดแรงกดดันทางการเมืองจากประชาชนได้ในอนาคต
.
แต่ถ้ายังทำงานการเมืองแบบเดิม แช่แข็งการเปลี่ยนแปลง ไม่ต้องสนองความต้องการใดๆ นอกจากการเมืองในมุ้ง ครม.ลูกเทพก็จะกลายเป็นเชื้อเพลิงเร่งปฏิกิริยาต่อต้านรัฐบาลชั้นดีในอนาคต
.
◤ เบื้องต้น รัฐบาลหนู 2 ต้องเจอความท้าทาย 3 ระยะ
.
◤ 1. คือความท้าทายระยะสั้นจากวิกฤตราคาพลังงาน ซึ่งวันนี้ยังไม่ประสบความสำเร็จในการประคองสถานการณ์นัก
.
◤ 2. ความท้าทายระยะกลางคือ การแก้ปัญหาวิกฤตค่าครองชีพ การกระตุ้นการพัฒนาอุตสาหกรรมและการลงทุน การรักษาสภาพทางเศรษฐกิจและการจ้างงานไม่ได้รับผลกระทบจากภูมิรัฐศาสตร์โลก
.
◤ 3. ความท้าทายระยะยาวคือ ความท้าทายทางการเมือง ซึ่งเป็นปัญหารากฐานสำคัญของประเทศ ที่ส่งผลต่อปัญหาเชิงโครงสร้างหลายอย่าง
.
ต้องไม่ลืมว่าประชาชนมากกว่า 20 ล้านคน แสดงเจตจำนงชัดเจน ให้ไฟเขียวสภานิติบัญญัติยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และพร้อมที่จะยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับมรดกรัฐประหาร
.
หากรัฐบาลภูมิใจไทยจะพยายามเหยียบความต้องการนี้ปิดไว้ใต้พรม อาจทำได้ในระยะสั้น เพราะคนมองเห็นปัญหาสำคัญที่ต้องแก้ไขก่อน แต่ถึงอย่างไรเรื่องนี้ก็จะปะทุขึ้นมากดดันรัฐบาลได้ในอนาคต หากรัฐบาลมีท่าทีไม่ตอบสนอง ความเข้มข้นของระดับความขัดแย้งจะยิ่งรุนแรงมากขึ้น
.
แม้รัฐบาลภูมิใจไทยจะประสบความสำเร็จในการเล่นเกมตามกติการัฐธรรมนูญปี 2560 เข้ายึดกุมอำนาจรัฐสำเร็จ จนผงาดเป็นทั้งประมุขฝ่ายบริหาร ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ทั้งยังมีองค์กรตรวจสอบที่ให้คำตัดสินเป็นคุณอยู่เสมอ ขณะที่ฝ่ายค้านถูกนิติสงครามรุมกระทำอย่างหนัก
.
แต่ต้องไม่ลืมว่า แม้จะชนะ ส.ส.เขต แต่ค่ายสีน้ำเงินก็พ่ายแพ้ในการเมืองเชิงกระแส พ่ายแพ้ในการเลือกตั้งแบบป๊อปปูลาร์โหวตจากศึกเลือกตั้งที่ผ่านมา คะแนนเลือกพรรคตามหลังค่ายสีส้มหลายล้านคะแนน การเดินหน้าของรัฐบาลจากนี้จึงไม่ง่าย
.
คนจำนวนมากมองรัฐบาลนายอนุทินไม่ต่างกับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (จะต่างกันอย่างเดียวก็คือ นายอนุทินไม่ปิดคอมเมนต์เวลาโพสต์เฟซบุ๊ก ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์จะปิดไม่ให้แสดงความเห็น)
.
◤ สถานะของรัฐบาลค่ายสีน้ำมันดูจะพึ่งพิงอยู่กับกลไกรัฐธรรมนูญ 2560 มากกว่าพึ่งพิงอยู่กับศรัทธาประชาชน
.
และนี่ก็คือปัญหา เพราะการอ้างอิงความชอบธรรมจากกฎหมายและสถาบันการเมืองเป็นหลัก จะทำให้รัฐบาลดำรงอยู่ได้อย่างติดขัดเต็มไปด้วยอุปสรรคเพราะไร้การยินยอมยอมรับจากประชาชน ประเทศก็จะไม่ก้าวหน้าในระยะยาว
.
ตัวอย่างชัดเจนที่สุดก็คือการครองอำนาจกว่า 1 ทษวรรษที่ผ่านมาของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์นี้เอง

ประชาชน สุข ประชาธิปไตย งอกงาม ประเทศ ก้าวหน้า

https://www.matichon.co.th/weekly/featured/article_890900


https://www.facebook.com/share/p/18JQoLojw1/
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่