[แชร์] ขั้นตอนตั้งแต่จดทะเบียนสมรสที่ญี่ปุ่น จนได้วีซ่าแต่งงาน 3 ปี

สวัสดีค่ะ วันนี้เราได้รับวีซ่าแต่งงาน (Spouse of Japanese) 3 ปี จากทางสถานทูตญี่ปุ่น เรากับสามีทำทุกขั้นตอนเองทั้งหมด เลยอยากมาแบ่งปันแนวทาง ที่อาจจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลังจะจดทะเบียนสมรสกับคนญี่ปุ่น และขอวีซ่าแต่งงานค่ะ

เราขอแบ่งเป็น 5 ขั้นตอนนะคะ
1. การจดทะเบียนสมรสที่ญี่ปุ่น
ในกรณีของเรา เป็นการจดทะเบียนสมรสที่ประเทศญี่ปุ่นก่อน แล้วแจ้งที่อำเภอไทยตอนหลัง (ข้อดีของวิธีนี้คือ ฝั่งไทยไม่จำเป็นต้องไปที่อำเภอที่ญี่ปุ่นค่ะ แค่ส่งเอกสารไปให้ฝ่ายญี่ปุ่นดำเนินการ)
2. การขอหนังสือรับรองการสมรสจากสถานทูตญี่ปุ่น
3. การบันทึกฐานะแห่งครอบครัว และการเปลี่ยนนามสกุล
4. การขอหนังสือรับรองสถานภาพพำนัก (Certificate of Eligibility: COE)
5. การขอวีซ่า No. 9 วีซ่าสำหรับผู้ที่ได้รับใบสถานภาพการพำนัก

ขั้นตอนที่ 1  การจดทะเบียนสมรสที่ญี่ปุ่น
- เอกสารที่ต้องเตรียมเพื่อให้ฝั่งญี่ปุ่นนำไปจดทะเบียนสมรสที่ city hall ที่ญี่ปุ่น สามารถดูคร่าวๆ จากเว็บไซต์ของสถานทูตค่ะ ระเบียบการสมรสระหว่างชาวไทยกับชาวญี่ปุ่น A : กรณียื่นจดทะเบียนสมรสที่ประเทศญี่ปุ่นก่อนแล้วแจ้งที่ประเทศไทยภายหลัง อาจจะไม่ตรงเป๊ะ แต่ละ city hall อาจจะต่างกันบ้าง ต้องให้ฝั่งญี่ปุ่นไปถาม city hall ที่จะไปจดทะเบียนสมรสค่ะ ว่าใช้เอกสารอะไรบ้าง, ใช้ภาษาอะไรบ้าง (ไทย/ญี่ปุ่น/อังกฤษ), อายุของเอกสารแต่ละอย่าง เป็นต้น
เอกสารที่ฝั่งไทยเตรียม 
(1) หนังสือรับรองคุณสมบัติการสมรส
(2) ท.ร.14/1
(3) หนังสือปฏิญาณตน
(4) เอกสารอื่นๆ เช่น สูติบัตร, สำเนาหนังสือเดินทาง
เอกสารที่ฝั่งญี่ปุ่นเตรียม
(1) ทะเบียนครอบครัวญี่ปุ่น
(2) ใบคำร้องขอจดทะเบียนสมรส
(3) เอกสารอื่นๆ
- เอกสารที่เป็นภาษาญี่ปุ่นไม่ต้องรับรองนิติกรณ์ค่ะ
- หนังสือรับรองคุณสมบัติการสมรส ขอที่อำเภอที่มีทะเบียนบ้านอยู่เท่านั้นค่ะ
- กรณีที่ใช้เอกสารภาษาอังกฤษด้วย เอกสาร เช่น สูติบัตร, ทร.14/1 สามารถขอภาษาอังกฤษที่อำเภอ แล้วนำไปรับรองนิติกรณ์ได้เลย ไม่ต้องแปลเองค่ะ ดูเอกสารที่ขอเป็นภาษาอังกฤษได้ที่อำเภอ
- เอกสารที่ขอเป็นภาษาอังกฤษไม่ได้ ตัองแปลเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อนำไปรับรองนิติกรณ์ค่ะ ดู หลักการแปลเอกสาร และดูตัวอย่างคำศัพท์
- ดูขั้นตอนการรับรองนิติกรณ์ หลายแห่งไม่รับ walk-in ต้องจองคิวออนไลน์ก่อน
- เมื่อเตรียมเอกสารเรียบร้อยแล้ว ให้ฝั่งญี่ปุ่นนำไปจดทะเบียนสมรสที่ญี่ปุ่น หลังจากนั้นประมาณ 1 สัปดาห์ ชื่อฝั่งไทยจะอยู่ในทะเบียนครอบครัวญี่ปุ่นค่ะ

ขั้นตอนที่ 2 การขอหนังสือรับรองการสมรสจากสถานทูตญี่ปุ่น
- เอกสารที่เตรียมไปยื่นขอหนังสือรับรองการสมรส ดูรายละเอียด ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม และดูตัวอย่างการกรอกได้ที่เว็บไซต์ค่ะ
เอกสารที่เตรียม
(1) ใบคำร้องขอหนังสือรับรอง (กรอกด้วยภาษาอังกฤษหรือญี่ปุ่น)
(2) ทะเบียนครอบครัวญี่ปุ่น ที่มีชื่อฝั่งไทยเรียบร้อยแล้ว
- ออกภายใน 3 เดือนนับถึงวันที่มายื่น
- เขียนคำอ่านภาษาอังกฤษหรือฟุริกานากำกับชื่อเฉพาะ เช่น ชื่อ-สกุล, ชื่อเมือง แยกออกมาในกระดาษอีกแผ่นค่ะ ดูข้อควรระวัง
(3) หนังสือมอบอำนาจ
-ใช้กรณีฝั่งญี่ปุ่นไม่ได้มาเอง
- ฝั่งญี่ปุ่นต้องกรอกชื่อ-สกุลของผู้รับมอบอำนาจด้วยตัวเอง
- ลายเซ็นในหนังสือมอบอำนาจ เซ็นเหมือนกับที่เซ็นในพาสปอร์ตนะคะ
-ให้แนบสำเนาพาสปอร์ตของฝั่งญี่ปุ่น (หน้าที่มีรูปถ่าย) และให้ฝั่งญี่ปุ่นเซ็นกำกับในสำเนาด้วยค่ะ (ลายเซ็นเดียวกับที่เซ็นในพาสปอร์ต) 
(4)  บัตรประจำตัวประชาชนและพาสปอร์ตของฝั่งไทย (ถ้ามีพาร์สปอร์ต)
- เมื่อยื่นเอกสารเสร็จจะได้ใบนัดรับ ให้นำใบนัดรับมารับหนังสือรับรองการสมรสตามวันที่กำหนดค่ะ
- หนังสือรับรองการสมรสออกเป็นภาษาอังกฤษ ต้องแปลเป็นภาษาไทย แล้วนำไปรับรองนิติกรณ์ เพื่อนำไปบันทึกฐานะแห่งครอบครัวที่อำเภอต่อไปค่ะ

ขั้นตอนที่ 3 การบันทึกฐานะแห่งครอบครัว และการเปลี่ยนนามสกุล
ขั้นตอนที่ 3.1 การบันทึกฐานะแห่งครอบครัว และการเปลี่ยนนามสกุลที่อำเภอไทย
- ในกรณีที่ต้องการเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อหรือนามสกุลหลังสมรส ต้องบันทึกที่อำเภอที่ฝั่งไทยมีทะเบียนบ้านอยู่ค่ะ
เอกสารที่เตรียม
(1) หนังสือรับรองการสมรส ที่แปลเป็นภาษาไทยและรับรองนิติกรณ์เรียบร้อยแล้ว
(2) เอกสารอื่นๆ เช่น ทะเบียนบ้านตัวจริง, สำเนาพาสปอร์ตของฝั่งญี่ปุ่น, พาร์สปอร์ตของฝั่งไทย, บัตรประชาชน เป็นต้น เอกสารอื่นๆ เพิ่มเติมให้สอบถามกับทางอำเภอที่จะไปบันทึกอีกทีนะคะ
- เมื่อไปที่อำเภอ เจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลในแบบ คร.22 ควรศึกษาและทำความเข้าใจแบบ คร.22 ล่วงหน้าค่ะ โดยเฉพาะข้อ 2 รายการที่ขอให้บันทึก เพราะบางอำเภอ เจ้าหน้าที่มีประสบการณ์ไม่มาก (อย่างอำเภอที่เราไป) อาจจะมาปรึกษากับผู้ขอบันทึกค่ะ
- หลังจากที่บันทึกข้อมูลในแบบ คร.22 เสร็จ ในกรณีที่มีการเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อหรือนามสกุล นอกจากจะได้รับแบบ คร.22 แล้ว ก็จะได้รับแบบ ช.5 และเจ้าหน้าที่จะมีการทำบัตรประชาชนใหม่ให้ค่ะ
- สามารถขอ ช.5 เป็นภาษาอังกฤษ เพื่อใช้ในขั้นตอนที่ 3.2 ค่ะ
- สำหรับคนที่เปลี่ยนนามสกุล ควรไปทำพาสปอร์ตใหม่ไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อใช้ในขั้นตอนต่อๆ ไปค่ะ
- และคนที่เปลี่ยนนามสกุลต้องทำข้อ 3.2 ต่อนะคะ
ขั้นตอนที่ 3.2 การแจ้งเปลี่ยนนามสกุลที่ city hall ญี่ปุ่น และเปลี่ยนนามสกุลในทะเบียนครอบครัวญี่ปุ่น
เอกสารที่เตรียม
(1) แบบ ช.5 ภาษาไทย, ภาษาอังกฤษที่รับรองนิติกรณ์แล้ว และภาษาญี่ปุ่น
(2) เอกสารอื่นๆ เช่น สำเนาพาสปอร์ตของฝั่งไทย
- เอกสารที่เตรียม สอบถามกับทาง city hall ที่จะไปยื่นโดยตรงอีกทีนะคะ
- เมื่อฝั่งไทยเตรียมเอกสารเสร็จ ก็ส่งเอกสารทั้งหมดไปให้ฝั่งญี่ปุ่นแจ้งเปลี่ยนนามสกุลที่ city hall
- หลังจากนั้นประมาณ 1 สัปดาห์ ฝั่งไทยก็จะได้รับการเปลี่ยนนามสกุลตามฝั่งญี่ปุ่น บันทึกอยู่ในทะเบียนครอบครัวญี่ปุ่นค่ะ

ขั้นตอนที่ 4 การขอหนังสือรับรองสถานภาพพำนัก (Certificate of Eligibility: COE)
- ขั้นตอนนี้มีเอกสารที่ต้องเตรียมเยอะและละเอียดมาก ดูรายละเอียดได้บนเว็บไซต์ค่ะ
- มีข้อสงสัย รวบรวมคำถาม โทรไปถามเจ้าหน้าที่ได้ที่เบอร์ตามเว็บไซต์ กรณีโทรจากไทย เบอร์ 03-5796-7112 ค่ะ เจ้าหน้าที่พูดภาษาอังกฤษได้นะคะ
- เราแบ่งกันเตรียมกับสามี ที่เราเตรียมก็จะมีเอกสารข้อ (1), (2), (4), (8), (9) และ (11) จะขอลงรายละเอียดเฉพาะข้อเหล่านี้นะคะ
เอกสารที่เตรียม
(1) แบบฟอร์มขอหนังสือรับรองสถานภาพการพำนัก (Application for Certificate of Eligibility) 
- กรอกเป็นภาษาญี่ปุ่น
- เราดูตัวอย่างการกรอกจากspouse-visa.jp กับ noah-visa-guidance.com และดูจาก Yuge Office Japan VISA TV ค่ะ
(2) รูปถ่าย
- ติดในแบบฟอร์มข้อ (1) ค่ะ
(3) ทะเบียนครอบครัวญี่ปุ่น
(4) คร.22 และ/หรือ ช.5 ภาษาไทย และภาษาญี่ปุ่น
(5) resident tax certificate และ tax payment certificate 
(6) หนังสือรับรอง
(7) residence certificate
(8) แบบสอบถาม
- เป็นเอกสารที่ยากและใช้เวลานานที่สุดสำหรับเราค่ะ
- เราดูแนวทางจาก kekkonvisa-nextstep.com, spouse-visa.jp และ marriage.kyoka-ok.comค่ะ
- ในแบบสอบถามข้อ 2 ประวัติความเป็นมา เราพยายามเล่าให้ละเอียดที่สุด ไล่เลียงตั้งแต่วันแรกที่พบกัน จนถึงปัจจุบัน และแผนในอนาคตค่ะ โดยเน้นช่วงเวลาสำคัญ หรือช่วงเวลาที่เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ความสัมพันธ์พัฒนาไปค่ะ
- เล่าข้อเท็จจริง และอารมณ์ความรู้สึก พร้อมแนบหลักฐานประกอบสิ่งที่เล่าลงไป (เช่น รูปถ่าย, ตั๋วเครื่องบิน, ใบจองที่พัก) ให้เยอะที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ค่ะ
- เราเขียนเป็นภาษาไทยก่อน แล้วใช้ ChatGPT แปลเป็นภาษาญี่ปุ่น จากนั้นให้สามีตรวจค่ะ
(9) หลักฐานแสดงความสัมพันธ์ 
- ได้แก่ (1) Snapshots (2) อื่นๆ เช่น ประวัติการโทร, SNS
- เราดูแนวทางจาก spouse-visa.jpค่ะ
(10) ซองจดหมายติดแสตมป์
(11) สำเนาพาสปอร์ต
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
- เตรียมเอกสารข้อ (1) - (9) และสำเนาพาสปอร์ตครบแล้ว ก็ส่งไปให้ฝั่งญี่ปุ่น นำใส่ซองจดหมายที่ติดแสตมป์ในข้อ (10) แล้วนำไปยื่นที่ immigration office ค่ะ 
- หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่อาจส่งจดหมายมาขอหลักฐานเพิ่มเติม หรือส่งใบ COE ให้ทางไปรษณีย์ ตามที่อยู่ที่ญี่ปุ่นที่กรอกไว้ค่ะ
- เมื่อได้ใบ COE แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการขอวีซ่า No. 9 วีซ่าสำหรับผู้ที่ได้รับใบสถานภาพการพำนัก อ่านในความคิดเห็นที่ 4 นะคะ

ขอบคุณที่ติดตามค่ะ
พาพันขอบคุณ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่