เกี่ยวกับการทำร้ายร่างกายตัวเองค่ะ
ส่วนตัวเป็นซึมเศร้าอยู่เเล้ว เริ่มมีความคิดทำร้ายตัวเองตั้งเเต่จบป.6ค่ะ
เคยทานยาเกินขนาดเป็นยาธาตุเหล็ก (เราเป็นโรคเลือดจาง)
หลังจากขึ้นม.1เราก็เริ่มกรีดเเขนตลอดมาจนถึงม.6เลยค่ะ
ตอนเเรกเราคิดว่าเราเเค่คิดไปเองค่ะเพราะส่วนมากเขาว่าโรคนี้คนเบียวเยอะ เราเลยคิดว่าเราน่าจะเเค่เบียวเฉยๆ เราเริ่มกรีดเเขนหนักขึ้นเรื่อยๆ
จนเรารู้สึกไม่ไหวกับตัวเองเป็นเเบบนี้ เราไม่สามารถห้ามความคิดตัวเองได้เลยค่ะ
เราไม่อยากทำ เราเป็นคนคิดอะไรเราก็จะทำเลยเลยไม่ห้ามตัวเองไม่ได้ เราเลือกเล่าให้ครูที่ปรึกษาฟังก่อนเพราะไม่กล้าคุยกับครอบครัวเรื่องนี้เพราะคนที่มีอายุ40-50ขึ้นไปส่วนมากมักคิดว่าโรคนี้ไม่มีจริงคิดไปเอง เราเลยคุยกับครูก่อน เเรกๆครูดูอาการเราไปก่อน
เเต่พอหลังๆเรายังไม่หยุดทำร้ายตัวเองไม่หยุด
ครูเลยนัดหมอเเละพาไปคุยปรึกษาค่ะ
หลังๆครอบครัวก็เพิ่งรู้ว่าเราเป็นซึมเศร้า
เเล้วพึ่งมารู้ว่าตัวเองเป็นซึมเศร้าจริงๆ เรารักษาอยู่ประมาณ 5-6 เดือนค่ะ
เเต่หลังจากออกจากม.6เเล้ว เข้าปรึกษากับหมอเเค่ 3เดือน
ตอนนี้เราไม่ได้เข้าหาหมออีกเลยมา 8 เดือนเเล้วค่ะ ด้านปัญญา เราไม่อยากไปเเล้ว อีกทั้ง
เราไม่อยากเป็นภาระครอบครัวที่ต้องให้เขาพาเราไปค่ะ
โรงพยาบาลที่เราไป เป็นโรงพยาบาลรัฐค่ะ
การปรึกษากับหมอ หมอเบี้ยวนัดบ่อยครั้งมากค่ะ จนคนที่บ้านบอกว่ามันเสียเวลา เราเข้าใจที่หมอไม่ว่างเพราะต้องเข้าอบรมอื่นๆอีกมาก
เเต่เรากลัวเป็นภาระค่ะเลยไม่อยากไป
ส่วนตัวเเล้วเราอายุ 19 ปีค่ะ เรายังมีความคิดเป็นเเด็กอยู่เลยค่ะปัจจุบันทำงานเป็น นักวาด ซึ่งเงินไม่ได้ดีมากขนาดถึงขั้นที่สามารถเอาไปใช้ชีวิตในเเต่ละวันได้ เราทำงานอื่นไม่เป็นเลยค่ะ ด้านการสื่อสารพูดคุย ร่างกายไม่ไหวทเราเคลียดกับปัจจุบันที่ถ้าคุณยายตายไปเราจะอยู่ยังไง
เราไม่สามารถไปหาหมอคนเดียวได้
เราเป็นคนไม่เเก้ปัญหาอะไรเลยค่ะ เเม้เเต่ ม.6 เราก็ไม่ได้รับวุฒิ เพราะไม่ได้เเก้เกรด เราอยากเรียนต่อเเต่ไม่มีเงินส่งเรียนรวมทั้งเราเอาตัวรอดไม่ได้ ครอบครัวเป็นห่วงเราเลยไม่ได้ไปเรียนต่อ การกู้กยศ.เรียนเราไม่สามารถทำได้ค่ะ เราเอาตัวเองไม่รอดต้งหาเงินมาใช้กยศ.อีกเลยคิดว่าไม่ไหว ทั้งครอบครัวไม่ให้กู้ด้วยค่ะ คุณยายเคยกู้กยศ.เอาบ้านไปจำไว้
เลยไม่อยากเพิ่มหนี้เข้าไปอีก
อีกทั้งเป็นเพราะเราเคลียดกับการเรียน งานกลุ่มที่เป็นเศษของห้องเเล้วไม่มีคนอยากรับเข้า ทั้งกลัวครอบครัวผิดหวัง ไม่มีเพื่อนที่คุยกันได้จริงๆชักคนเลยค่ะ เราถูกบลูลี่ นั่งคนเดียวหน้าห้อง มีเพื่อนเคยนั่งด้วยเเต่ขอเเยกไปนั่งด้านหลังค่ะ เรานั่งคนเดียวมาตั้งเเต่ ม.6 จนเขาจบกันหมด
เราถูกเพื่อนเอากระเป๋าตังของเราไปซ่อนค่ะ ในนั้นมีบัตรเครดิต บัตรประชาชน เราบอกเพื่อนว่ากระเป๋าเงินหาย เพื่อนๆหัวเราะกันค่ะซึ่งเราไม่ขำเลยเเต่ เราห้ามตัวเองไม่ได้ เราเลยขำออกมาทั้งน้ำตาเล็ดเลยค่ะ เราโดนบลูลี่ด้านคำพูดมากมายเลยค่ะ หลักๆที่จำได้คือเราจำได้เเค่เราเป็นส่วนเกิน เราโดนทิ้งบ่อย เลยทิ้งตัวหนีออกมาคนเดียวตั้งเเต่ ม.5 หลังจากนั้นก็ไม่มีเพื่อนเลย
เราเลยเลือกหนีจากทุกคน เลิกคบเพื่อนคคนอื่นเลยด้วย
เพราะเรามันเป็นโรคจิต เรารู้สึกว่าตัวเป็นภัยคนรอบข้าง
เราทำร้ายตัวเองชักวันเรากลัวเราจะทำร้ายคนอื่น รึทำคนอื่นเป็นศึมเศร้าไปด้วย พออยู่ตัวคนเดียวอาการมันก็ไม่ได้ดีขึ้นเลยด้วยค่ะ
เราอยู่คนเดียวเดินคนเดียวตลอดม.6เลยค่ะ
พอตอนปักฉิม เราพอมีเพื่อนที่ไปด้วยกันได้เฉยๆเเต่ไม่ได้สนิทกันมากนัก
เราไม่สนุกเลยค่ะในวัยเรียน เราไม่มีโอกาศได้กลับไปเเล้วด้วย
ทุกคนมองว่าเราอ่อนเเอ รวมทั้งเราไม่สามารถเอาตัวรอดคนเดียวในโลกภายนอกได้ ครอบครัวเราเลี้ยงมาเเบบเป็นห่วงเรา ไม่เคยให้ออกนอกกรอบ เราเข้าใจว่าครอบครัวเป็นห่วงเพราะวูปบ่อยๆค่ะ ถึงมันจะทำร้ายเราในการเอาตัวรอดจากสังคมไม่ได้
ไม่เคยออกไปเที่ยวกับเพื่อนๆ เพราะครอบครัวไม่อยากให้ไปเป็นห่วง
เราก็ไม่ไปค่ะเราไม่ขัดอะไร อีกทั้งไม่ได้ชอบไปอยู่เเล้วด้วย
ตัวคุณป้าเกลียดเราค่ะไม่อยากเป็นคนขับรถพาไปเพราะทางคุณยายที่ไปด้วยไม่สามารถขับรถได้ค่ะ คุณยายเแผ้นนิ้วล็อคการขับรถเลยยาก
ป้าเคยพูดใส่เราประมาณว่า " ถ้ากูเป็นเเบบนี้กูตายไปนานเเล้ว"
เราเลยไม่อยากไปหาหมออีกเลยค่ะ
เราไม่สามารถไปเองคนเดียวได้ เพราะทำตัวไม่ถูกเเละเเพนิคมาก
ใน 8 เดือนที่ไม่ได้รับการรักษาเเล้ว เเละไม่ได้ทานยาเลย เพราะครอบครัวไม่ให้กินเพราะคิดว่า พอกินก็จะว่าเราเป็นบ้า หงุดหงิดง่ายค่ะ
อารมณ์หงุดหงิดง่ายของเราเป็นเพราะการนอนน้อยเเละจากโรคซึมเศร้า
เเต่ทางครอบครัวไม่เข้าใจเลย คิดว่าเป็นที่ตัวยาทางครอบครัวไม่เคย
รู้จักโรคนี้เเล้งคิดว่าเเค่คิดไปเอง จนขนาดไปหาหมอเขาก็ยังไม่ค่อยเข้าใจค่ะ
ซึ่งเราไม่อยากให้คนที่เรารักมาว่าเรา เป็นบ้า ทั้งที่จริงๆเเล้วเรารู้ตัวดีค่ะว่าเราอาจจะเป็นคนไม่ปกติ
ติดเป็นสันดาน กรีดเเขน เเละขา ค่ะ ยิ่งลึกเเล้วมันรู้สึกสะใจ
พอโดนเส้นเส้นหรือเห็นไขมันเเล้ว คือเรายิ้มค่ะ (ออกมาได้ยังไง😭)
ทั้งที่เรารู้สึกเเย่นะเเต่ว่า คือเราไม่สามารถร้องให้ออกมาได้เลยค่ะ
เป็นความร้สึกเหมือน ร้องให้ไม่ออก กลึนไม่เข้า คายไม่ออก
เพราะ ความรู้สึกมันตีกันไปหมด ทั้งสะใจที่มันลึกพอใจ
ทั้งความรู้สึกที่รู้สึกเเย่กับตัวเอง ว่าทำไมถึง ต้องยิ้ม ต้องดีใจ ทั้งที่มันไม่ได้ตรงกับความรู้สึกจริงๆเลย อีกทั้ง ไม่ว่าเราจะ รู้สึกดีใจ รู้สึกตื่นเต้น
รู้สึกเศร้า รู้สึกโกรธ เราก็จะทำร้ายตัวเอง เเล้วคนส่วนมากมีความสุขก็คือมีความสุข เเล้วทำไมเรามีความสุขเเล้วต้องทำให้ตัวเองรู้สึกเจ็บปวดทั้งที่ตัวเองไม่ได้เศร้า ในใจเคยคิดว่า ความสุขมันไม่สนุก
ความรู้สึกความเศร้าความเจ็บปวด มันสนุก มันน่าตื่นเต้นกว่า
เราทราบดีนะคะว่าความคิดนี้มันไม่ถูกต้อง เเต่เราไม่สามารถเปลี่ยนความคิดที่ตัวเองคิดทางลบๆได้เลยค่ะ เราชอบคิดลบกับโลกมาก
พอมีความคิดที่มันถูกต้องมันไม่ใช่สวนเข้ามาบ้างเเต่ ความคิดลบก็เหมือจะบดบังหมดเลยค่ะ
บางครั้งการผูกคอตัวเอง วนอยู่ในหัวตลอด
อาทิตย์นึงเราจะเอาเชือกไปผูกที่ห้องน้ำเเละผูกคอตัวเอง
ทุกครั้งที่วางเเผน หาโต้ะเล็กๆปินขึ้นละปล่อยตัวลงมา พอรู้สึกว่าชาละเริ่มปวดหัวเหมือนหัวจะระเบิด เเล้วก็พยายามเอาเท้าไปเเต่ะเก้าอี้เพื่อ
พยุ่งตัวเองขึ้น เรารู้นะคะว่ามันอันตราย ถ้าพลาดเราอาจจะตายจริงๆ
เเต่เราไม่สามารถห้ามความคิดที่อยากทำได้เลยค่ะ มันเหมือนจะห้ามง่ายเเต่เราไม่สามารถควบคุมตัวเองกับความความคิดได้เลย ในอาทิตย์นึง
เราจะทำทุกอาทิตย์เลยค่ะ อาทิตย์ละ 1ครั้ง 2ครั้ง บางวันเเค่เอาเชือกมารัดคอตัวเองเเน่นๆเเละหลับคาเชือกไปเลย พอนานๆไปที่ไม่ได้ทำก็จะรู้สึก คิดถึงความรู้สึกเเบบนี้ เเละจะหลับมาทำอีกรอบค่ะ
ยังวางเป็นในอนาคตทุกวัน ทุกครั้งที่เดินทางไปที่ไหน ก็มักจะมองที่สูงๆเเละคิดในหัว ว่าตัวเองอยากกระโดดลงมาซ้ำๆ
คิดทุกวันอยากตายอยู่ทุกวัน เเต่ก็ไม่อยากตายเพราะตายไม่ได้
ทุกๆคน มีสิ่งที่ตัวเองต้องทำให้มันเสร็จ ยังมีห่วงยังมีความหวังอยู่
ยังมีสิ่งอื่นอีกมากมายที่อยากทำเลยยังไม่อยากตาย
มีเรื่องนึงคำเราสงสัยว่าเราเป็นบ้าจริงๆไม่
เราไม่เคยเล่าให้ใครฟังที่ไหนเลย
ในตัวเรา มีคนนึงที่เราสร้างขึ้นมาเองค่ะ
เราไม่เเน่ใจว่ามันเรียกว่า2บุคลิกได้ไหม
เราเรารู้สึกตัวค่ะ เเละรับรู้ดี มันเหมือนกับเราเล่นบทละครคนเดียวค่ะ
เราสร้างตัวตนนี้ขึ้นมา ชื่อ ฮานะ เป็นเพศชายค่ะ
ตัวเรามักจะเล่นบทเป็นฮานะ เเละทำร้ายตัวเองค่ะ
บางครั้งเราก็จะเล่นเป็นบทตัวเราเองทำร้าย ฮานะ ที่เป็นตัวเราอีกที
เรามักจะเล่นบทนี้ตอนกลางคืนค่ะ บางครั้งเราก็จะคุยกับ ฮานะ
ระบายต่างๆให้เขาฟังมันเป็นความสบายใจของเราค่ะ
คือเราเป็นบ้ามั้ยคะ😭
เรากลัวทั้งถ้าเราหายจากโรคที่เราเป็นอยู่นี้เเล้ว
เรากลัวว่าฮานะจะหายไปด้วย
เราคิดกับฮานะเป็นเพื่อนเเละที่ระบายค่ะ เราคิดเป็นเพื่อนคนนึงเลย
เราคิดว่าเขามีชีวิตจริงๆเลยในตัวเราด้วย พอคิดว่าเขาจะหายไป
เราค่อนข้างเสียใจมากๆเลยค่ะ เราอยากหายเเต่ก็ไม่อยากให้เขาหายไป
เราทั้งไม่อยากตายเเละอยากตายค่ะ
อนาคตเราตั้งเป้าว่าไม่อยากอายุเกิน 25 ปี
ถ้ามันยังไม่มีความสำเร็จที่ตั้งเราจะฆตต.เราเเค่คิดไว้ค่ะ
เเละอยากจะทำจริงๆถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนเเปลง
เรารู้นะคะว่าเราควรเลิกคิดเเบบนี้ก่อนถ้าอยากหาย เราทำไม่ได้
เราอยากจะหายจากโรคนี้ค่ะเเต่ว่าเรากลัวว่าครอบครัวจะรู้สึกเสียเวลา
เรากลัวเข้าเเอดมิด เราไม่มีเงินมากพอที่จะขอเป็นห้อง vip ถ้าเป็นห้องธรรมดาเราก็อยู่ไม่ได้ค่ะ คนหลายโรคอยู่รวมกัน เราเป็นคนไม่ชอบสังคม อะไรที่เสียงดัง ผู้คนที่มากมายเลยค่ะ เราเลยกลัว
ไม่กล้าพูดคุยกับครอบครัวให้พาาไปอีกเเล้ว
เรารู้นะคะว่าเราต้องเปลี่ยนตัวเองหัดพึ่งตัวเอง เราถูกเลี้ยงมาเเบบมีครอบครัวพึ่งมาตลอดเราเลยเเก้ไขมันไม่ได้ เรายอมเเพ้ง่ายงี้เลยค่ะค่ะ
เราพยายามหาอะไรที่ชอบใหม่ๆเเล้วนะคะ เเต่มันไม่ได้ดีขึ้นมากขนาดนั้น เราไม่เข้าใจตัวเองเลยค่ะ
เราไม่กล้าที่เปิดใจคุยกับหมอเลยค่ะ โดยความคิดด้านลบของเรา
หมอเเค่ทำงาน หมอชอบพูดขัดเราตอนที่เราเล่าค่ะ ซึ่งเราเข้าใจว่าหมอคิดวิเคราะห์กับสิ่งที่เราเป็นอยู่ เเต่มันก็ทำให้เราไม่อยากเล่าต่อด้วยค่ะ
เเล้วรักษาต่อไปเราเป็นคนเบื่อยา ทั้งไม่ถูกกับยาเพราะเคยกินยาเกินขนาดไป กินยาเเล้วขมคอ ยาคาคอ อาเจียน เลยเลยไม่อยากกินค่ะ
เเล้วคือใมันยังมีทางอื่นอีกไหมที่สามารถหายจากมันได้มั้ยคะ
ทั้งที่ความรู้สึกในๆไม่อยากหาย เเต่ก็อยากหายเพราะเป็นภัยคนรอบข้าง
เราไม่รู้จะมีคนอื่นที่อ่านจบไหม เเต่ถ้าหากมีจริงๆ เราขอบคุณมากค่ะที่อ่านจบเราอาจจะเขียนวกๆวนๆงงๆ เราเรียงคำออกมาได้เเเย่มากเลยค่ะ
อย่างไรก็ตาม เราขอเเค่ เเสดงความคิดเห็นที่ไม่หยาบคายนะคะ
เรารับไม่ไหวกับคำต่อว่ารุนเเรงเลยค่ะ
เราไม่เข้าใจตัวเองในตอนนี้มากๆ เราอยากฟังมุมมองคนอื่นที่ได้ฟังเรื่องราวของเรา ว่าเราเป็นอะไร
ส่วนตัวเป็นซึมเศร้าอยู่เเล้ว เริ่มมีความคิดทำร้ายตัวเองตั้งเเต่จบป.6ค่ะ
เคยทานยาเกินขนาดเป็นยาธาตุเหล็ก (เราเป็นโรคเลือดจาง)
หลังจากขึ้นม.1เราก็เริ่มกรีดเเขนตลอดมาจนถึงม.6เลยค่ะ
ตอนเเรกเราคิดว่าเราเเค่คิดไปเองค่ะเพราะส่วนมากเขาว่าโรคนี้คนเบียวเยอะ เราเลยคิดว่าเราน่าจะเเค่เบียวเฉยๆ เราเริ่มกรีดเเขนหนักขึ้นเรื่อยๆ
จนเรารู้สึกไม่ไหวกับตัวเองเป็นเเบบนี้ เราไม่สามารถห้ามความคิดตัวเองได้เลยค่ะ
เราไม่อยากทำ เราเป็นคนคิดอะไรเราก็จะทำเลยเลยไม่ห้ามตัวเองไม่ได้ เราเลือกเล่าให้ครูที่ปรึกษาฟังก่อนเพราะไม่กล้าคุยกับครอบครัวเรื่องนี้เพราะคนที่มีอายุ40-50ขึ้นไปส่วนมากมักคิดว่าโรคนี้ไม่มีจริงคิดไปเอง เราเลยคุยกับครูก่อน เเรกๆครูดูอาการเราไปก่อน
เเต่พอหลังๆเรายังไม่หยุดทำร้ายตัวเองไม่หยุด
ครูเลยนัดหมอเเละพาไปคุยปรึกษาค่ะ
หลังๆครอบครัวก็เพิ่งรู้ว่าเราเป็นซึมเศร้า
เเล้วพึ่งมารู้ว่าตัวเองเป็นซึมเศร้าจริงๆ เรารักษาอยู่ประมาณ 5-6 เดือนค่ะ
เเต่หลังจากออกจากม.6เเล้ว เข้าปรึกษากับหมอเเค่ 3เดือน
ตอนนี้เราไม่ได้เข้าหาหมออีกเลยมา 8 เดือนเเล้วค่ะ ด้านปัญญา เราไม่อยากไปเเล้ว อีกทั้ง
เราไม่อยากเป็นภาระครอบครัวที่ต้องให้เขาพาเราไปค่ะ
โรงพยาบาลที่เราไป เป็นโรงพยาบาลรัฐค่ะ
การปรึกษากับหมอ หมอเบี้ยวนัดบ่อยครั้งมากค่ะ จนคนที่บ้านบอกว่ามันเสียเวลา เราเข้าใจที่หมอไม่ว่างเพราะต้องเข้าอบรมอื่นๆอีกมาก
เเต่เรากลัวเป็นภาระค่ะเลยไม่อยากไป
ส่วนตัวเเล้วเราอายุ 19 ปีค่ะ เรายังมีความคิดเป็นเเด็กอยู่เลยค่ะปัจจุบันทำงานเป็น นักวาด ซึ่งเงินไม่ได้ดีมากขนาดถึงขั้นที่สามารถเอาไปใช้ชีวิตในเเต่ละวันได้ เราทำงานอื่นไม่เป็นเลยค่ะ ด้านการสื่อสารพูดคุย ร่างกายไม่ไหวทเราเคลียดกับปัจจุบันที่ถ้าคุณยายตายไปเราจะอยู่ยังไง
เราไม่สามารถไปหาหมอคนเดียวได้
เราเป็นคนไม่เเก้ปัญหาอะไรเลยค่ะ เเม้เเต่ ม.6 เราก็ไม่ได้รับวุฒิ เพราะไม่ได้เเก้เกรด เราอยากเรียนต่อเเต่ไม่มีเงินส่งเรียนรวมทั้งเราเอาตัวรอดไม่ได้ ครอบครัวเป็นห่วงเราเลยไม่ได้ไปเรียนต่อ การกู้กยศ.เรียนเราไม่สามารถทำได้ค่ะ เราเอาตัวเองไม่รอดต้งหาเงินมาใช้กยศ.อีกเลยคิดว่าไม่ไหว ทั้งครอบครัวไม่ให้กู้ด้วยค่ะ คุณยายเคยกู้กยศ.เอาบ้านไปจำไว้
เลยไม่อยากเพิ่มหนี้เข้าไปอีก
อีกทั้งเป็นเพราะเราเคลียดกับการเรียน งานกลุ่มที่เป็นเศษของห้องเเล้วไม่มีคนอยากรับเข้า ทั้งกลัวครอบครัวผิดหวัง ไม่มีเพื่อนที่คุยกันได้จริงๆชักคนเลยค่ะ เราถูกบลูลี่ นั่งคนเดียวหน้าห้อง มีเพื่อนเคยนั่งด้วยเเต่ขอเเยกไปนั่งด้านหลังค่ะ เรานั่งคนเดียวมาตั้งเเต่ ม.6 จนเขาจบกันหมด
เราถูกเพื่อนเอากระเป๋าตังของเราไปซ่อนค่ะ ในนั้นมีบัตรเครดิต บัตรประชาชน เราบอกเพื่อนว่ากระเป๋าเงินหาย เพื่อนๆหัวเราะกันค่ะซึ่งเราไม่ขำเลยเเต่ เราห้ามตัวเองไม่ได้ เราเลยขำออกมาทั้งน้ำตาเล็ดเลยค่ะ เราโดนบลูลี่ด้านคำพูดมากมายเลยค่ะ หลักๆที่จำได้คือเราจำได้เเค่เราเป็นส่วนเกิน เราโดนทิ้งบ่อย เลยทิ้งตัวหนีออกมาคนเดียวตั้งเเต่ ม.5 หลังจากนั้นก็ไม่มีเพื่อนเลย
เราเลยเลือกหนีจากทุกคน เลิกคบเพื่อนคคนอื่นเลยด้วย
เพราะเรามันเป็นโรคจิต เรารู้สึกว่าตัวเป็นภัยคนรอบข้าง
เราทำร้ายตัวเองชักวันเรากลัวเราจะทำร้ายคนอื่น รึทำคนอื่นเป็นศึมเศร้าไปด้วย พออยู่ตัวคนเดียวอาการมันก็ไม่ได้ดีขึ้นเลยด้วยค่ะ
เราอยู่คนเดียวเดินคนเดียวตลอดม.6เลยค่ะ
พอตอนปักฉิม เราพอมีเพื่อนที่ไปด้วยกันได้เฉยๆเเต่ไม่ได้สนิทกันมากนัก
เราไม่สนุกเลยค่ะในวัยเรียน เราไม่มีโอกาศได้กลับไปเเล้วด้วย
ทุกคนมองว่าเราอ่อนเเอ รวมทั้งเราไม่สามารถเอาตัวรอดคนเดียวในโลกภายนอกได้ ครอบครัวเราเลี้ยงมาเเบบเป็นห่วงเรา ไม่เคยให้ออกนอกกรอบ เราเข้าใจว่าครอบครัวเป็นห่วงเพราะวูปบ่อยๆค่ะ ถึงมันจะทำร้ายเราในการเอาตัวรอดจากสังคมไม่ได้
ไม่เคยออกไปเที่ยวกับเพื่อนๆ เพราะครอบครัวไม่อยากให้ไปเป็นห่วง
เราก็ไม่ไปค่ะเราไม่ขัดอะไร อีกทั้งไม่ได้ชอบไปอยู่เเล้วด้วย
ตัวคุณป้าเกลียดเราค่ะไม่อยากเป็นคนขับรถพาไปเพราะทางคุณยายที่ไปด้วยไม่สามารถขับรถได้ค่ะ คุณยายเแผ้นนิ้วล็อคการขับรถเลยยาก
ป้าเคยพูดใส่เราประมาณว่า " ถ้ากูเป็นเเบบนี้กูตายไปนานเเล้ว"
เราเลยไม่อยากไปหาหมออีกเลยค่ะ
เราไม่สามารถไปเองคนเดียวได้ เพราะทำตัวไม่ถูกเเละเเพนิคมาก
ใน 8 เดือนที่ไม่ได้รับการรักษาเเล้ว เเละไม่ได้ทานยาเลย เพราะครอบครัวไม่ให้กินเพราะคิดว่า พอกินก็จะว่าเราเป็นบ้า หงุดหงิดง่ายค่ะ
อารมณ์หงุดหงิดง่ายของเราเป็นเพราะการนอนน้อยเเละจากโรคซึมเศร้า
เเต่ทางครอบครัวไม่เข้าใจเลย คิดว่าเป็นที่ตัวยาทางครอบครัวไม่เคย
รู้จักโรคนี้เเล้งคิดว่าเเค่คิดไปเอง จนขนาดไปหาหมอเขาก็ยังไม่ค่อยเข้าใจค่ะ
ซึ่งเราไม่อยากให้คนที่เรารักมาว่าเรา เป็นบ้า ทั้งที่จริงๆเเล้วเรารู้ตัวดีค่ะว่าเราอาจจะเป็นคนไม่ปกติ
ติดเป็นสันดาน กรีดเเขน เเละขา ค่ะ ยิ่งลึกเเล้วมันรู้สึกสะใจ
พอโดนเส้นเส้นหรือเห็นไขมันเเล้ว คือเรายิ้มค่ะ (ออกมาได้ยังไง😭)
ทั้งที่เรารู้สึกเเย่นะเเต่ว่า คือเราไม่สามารถร้องให้ออกมาได้เลยค่ะ
เป็นความร้สึกเหมือน ร้องให้ไม่ออก กลึนไม่เข้า คายไม่ออก
เพราะ ความรู้สึกมันตีกันไปหมด ทั้งสะใจที่มันลึกพอใจ
ทั้งความรู้สึกที่รู้สึกเเย่กับตัวเอง ว่าทำไมถึง ต้องยิ้ม ต้องดีใจ ทั้งที่มันไม่ได้ตรงกับความรู้สึกจริงๆเลย อีกทั้ง ไม่ว่าเราจะ รู้สึกดีใจ รู้สึกตื่นเต้น
รู้สึกเศร้า รู้สึกโกรธ เราก็จะทำร้ายตัวเอง เเล้วคนส่วนมากมีความสุขก็คือมีความสุข เเล้วทำไมเรามีความสุขเเล้วต้องทำให้ตัวเองรู้สึกเจ็บปวดทั้งที่ตัวเองไม่ได้เศร้า ในใจเคยคิดว่า ความสุขมันไม่สนุก
ความรู้สึกความเศร้าความเจ็บปวด มันสนุก มันน่าตื่นเต้นกว่า
เราทราบดีนะคะว่าความคิดนี้มันไม่ถูกต้อง เเต่เราไม่สามารถเปลี่ยนความคิดที่ตัวเองคิดทางลบๆได้เลยค่ะ เราชอบคิดลบกับโลกมาก
พอมีความคิดที่มันถูกต้องมันไม่ใช่สวนเข้ามาบ้างเเต่ ความคิดลบก็เหมือจะบดบังหมดเลยค่ะ
บางครั้งการผูกคอตัวเอง วนอยู่ในหัวตลอด
อาทิตย์นึงเราจะเอาเชือกไปผูกที่ห้องน้ำเเละผูกคอตัวเอง
ทุกครั้งที่วางเเผน หาโต้ะเล็กๆปินขึ้นละปล่อยตัวลงมา พอรู้สึกว่าชาละเริ่มปวดหัวเหมือนหัวจะระเบิด เเล้วก็พยายามเอาเท้าไปเเต่ะเก้าอี้เพื่อ
พยุ่งตัวเองขึ้น เรารู้นะคะว่ามันอันตราย ถ้าพลาดเราอาจจะตายจริงๆ
เเต่เราไม่สามารถห้ามความคิดที่อยากทำได้เลยค่ะ มันเหมือนจะห้ามง่ายเเต่เราไม่สามารถควบคุมตัวเองกับความความคิดได้เลย ในอาทิตย์นึง
เราจะทำทุกอาทิตย์เลยค่ะ อาทิตย์ละ 1ครั้ง 2ครั้ง บางวันเเค่เอาเชือกมารัดคอตัวเองเเน่นๆเเละหลับคาเชือกไปเลย พอนานๆไปที่ไม่ได้ทำก็จะรู้สึก คิดถึงความรู้สึกเเบบนี้ เเละจะหลับมาทำอีกรอบค่ะ
ยังวางเป็นในอนาคตทุกวัน ทุกครั้งที่เดินทางไปที่ไหน ก็มักจะมองที่สูงๆเเละคิดในหัว ว่าตัวเองอยากกระโดดลงมาซ้ำๆ
คิดทุกวันอยากตายอยู่ทุกวัน เเต่ก็ไม่อยากตายเพราะตายไม่ได้
ทุกๆคน มีสิ่งที่ตัวเองต้องทำให้มันเสร็จ ยังมีห่วงยังมีความหวังอยู่
ยังมีสิ่งอื่นอีกมากมายที่อยากทำเลยยังไม่อยากตาย
มีเรื่องนึงคำเราสงสัยว่าเราเป็นบ้าจริงๆไม่
เราไม่เคยเล่าให้ใครฟังที่ไหนเลย
ในตัวเรา มีคนนึงที่เราสร้างขึ้นมาเองค่ะ
เราไม่เเน่ใจว่ามันเรียกว่า2บุคลิกได้ไหม
เราเรารู้สึกตัวค่ะ เเละรับรู้ดี มันเหมือนกับเราเล่นบทละครคนเดียวค่ะ
เราสร้างตัวตนนี้ขึ้นมา ชื่อ ฮานะ เป็นเพศชายค่ะ
ตัวเรามักจะเล่นบทเป็นฮานะ เเละทำร้ายตัวเองค่ะ
บางครั้งเราก็จะเล่นเป็นบทตัวเราเองทำร้าย ฮานะ ที่เป็นตัวเราอีกที
เรามักจะเล่นบทนี้ตอนกลางคืนค่ะ บางครั้งเราก็จะคุยกับ ฮานะ
ระบายต่างๆให้เขาฟังมันเป็นความสบายใจของเราค่ะ
คือเราเป็นบ้ามั้ยคะ😭
เรากลัวทั้งถ้าเราหายจากโรคที่เราเป็นอยู่นี้เเล้ว
เรากลัวว่าฮานะจะหายไปด้วย
เราคิดกับฮานะเป็นเพื่อนเเละที่ระบายค่ะ เราคิดเป็นเพื่อนคนนึงเลย
เราคิดว่าเขามีชีวิตจริงๆเลยในตัวเราด้วย พอคิดว่าเขาจะหายไป
เราค่อนข้างเสียใจมากๆเลยค่ะ เราอยากหายเเต่ก็ไม่อยากให้เขาหายไป
เราทั้งไม่อยากตายเเละอยากตายค่ะ
อนาคตเราตั้งเป้าว่าไม่อยากอายุเกิน 25 ปี
ถ้ามันยังไม่มีความสำเร็จที่ตั้งเราจะฆตต.เราเเค่คิดไว้ค่ะ
เเละอยากจะทำจริงๆถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนเเปลง
เรารู้นะคะว่าเราควรเลิกคิดเเบบนี้ก่อนถ้าอยากหาย เราทำไม่ได้
เราอยากจะหายจากโรคนี้ค่ะเเต่ว่าเรากลัวว่าครอบครัวจะรู้สึกเสียเวลา
เรากลัวเข้าเเอดมิด เราไม่มีเงินมากพอที่จะขอเป็นห้อง vip ถ้าเป็นห้องธรรมดาเราก็อยู่ไม่ได้ค่ะ คนหลายโรคอยู่รวมกัน เราเป็นคนไม่ชอบสังคม อะไรที่เสียงดัง ผู้คนที่มากมายเลยค่ะ เราเลยกลัว
ไม่กล้าพูดคุยกับครอบครัวให้พาาไปอีกเเล้ว
เรารู้นะคะว่าเราต้องเปลี่ยนตัวเองหัดพึ่งตัวเอง เราถูกเลี้ยงมาเเบบมีครอบครัวพึ่งมาตลอดเราเลยเเก้ไขมันไม่ได้ เรายอมเเพ้ง่ายงี้เลยค่ะค่ะ
เราพยายามหาอะไรที่ชอบใหม่ๆเเล้วนะคะ เเต่มันไม่ได้ดีขึ้นมากขนาดนั้น เราไม่เข้าใจตัวเองเลยค่ะ
เราไม่กล้าที่เปิดใจคุยกับหมอเลยค่ะ โดยความคิดด้านลบของเรา
หมอเเค่ทำงาน หมอชอบพูดขัดเราตอนที่เราเล่าค่ะ ซึ่งเราเข้าใจว่าหมอคิดวิเคราะห์กับสิ่งที่เราเป็นอยู่ เเต่มันก็ทำให้เราไม่อยากเล่าต่อด้วยค่ะ
เเล้วรักษาต่อไปเราเป็นคนเบื่อยา ทั้งไม่ถูกกับยาเพราะเคยกินยาเกินขนาดไป กินยาเเล้วขมคอ ยาคาคอ อาเจียน เลยเลยไม่อยากกินค่ะ
เเล้วคือใมันยังมีทางอื่นอีกไหมที่สามารถหายจากมันได้มั้ยคะ
ทั้งที่ความรู้สึกในๆไม่อยากหาย เเต่ก็อยากหายเพราะเป็นภัยคนรอบข้าง
เราไม่รู้จะมีคนอื่นที่อ่านจบไหม เเต่ถ้าหากมีจริงๆ เราขอบคุณมากค่ะที่อ่านจบเราอาจจะเขียนวกๆวนๆงงๆ เราเรียงคำออกมาได้เเเย่มากเลยค่ะ
อย่างไรก็ตาม เราขอเเค่ เเสดงความคิดเห็นที่ไม่หยาบคายนะคะ
เรารับไม่ไหวกับคำต่อว่ารุนเเรงเลยค่ะ