กระทู้นี้สำหรับผู้นับถือศาสนาอิสลาม และสำหรับมุสลิมผู้ที่ไม่สังกัดนิกายใดๆ และมุสลิมผู้ที่ไม่ได้ถูกครอบงำด้วย
لَهْوَ الْحَدِيثِ ฮาดีษที่ไร้สาระ
มีความมุ่งหมายที่จะอธิบายถึงความเชื่อในความมีอยู่จริงของ “มหาอำนาจศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่” ที่มนุษย์ขนานนามว่า พระเจ้า/อัลลอฮ์
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ มันเป็นสิ่งต้องห้ามและฝ่าฝืนหลักการของศาสนาอิสลาม ที่จะสร้างนิกายในศาสนาอิสลาม และแบ่งแยกศาสนาอิสลามออกเป็นนิกายต่างๆ
الْحَدِيثِإِنَّ الَّذِينَ فَرَّقُوا دِينَهُمْ وَكَانُوا شِيَعًا لَسْتَ مِنْهُمْ فِي شَيْءٍ ۚ إِنَّمَا أَمْرُهُمْ إِلَى اللَّهِ ثُمَّ يُنَبِّئُهُمْ بِمَا كَانُوا يَفْعَلُونَ {159}
{6:159} แท้จริงบรรดาผู้ที่แบ่งแยกศาสนาของพวกตน และพวกเขาได้กลายเป็นนิกายต่าง ๆ นั้น เธอ (ศาสดามูฮัมมัด) ไม่ได้อยู่ในพวกเขาแต่อย่างใด แท้จริงเรื่องราวของพวกเขานั้นย่อมไปสู่อัลลอฮฺ แล้วพระองค์จะทรงแจ้งแก่พวกเขาในสิ่งที่พวกเขากระทำ
وَمِنَ النَّاسِ مَنْ يَشْتَرِي لَهْوَ الْحَدِيثِ لِيُضِلَّ عَنْ سَبِيلِ اللَّهِ بِغَيْرِ عِلْمٍ وَيَتَّخِذَهَا هُزُوًا ۚ أُولَٰئِكَ لَهُمْ عَذَابٌ مُهِينٌ {6}
{31:6} และในหมู่มนุษย์มีผู้แลกเอา "เรื่องไร้สาระมา" เพื่อหลอกลวงผู้คนให้หลงออกจากทางของ อัลลอฮฺ โดยปราศจากความรู้ และถือเอามันเป็นเรื่องขบขัน ชนเหล่านี้พวกเขาจะได้รับการลงโทษอันอัปยศ
(لَهْوَ الْحَدِيثِ หมายถึง เรื่องราวที่เหลวไหลไร้สาระ ไม่ได้แปลว่า "ดนตรีหรือเสียงเพลง" ตามที่ผู้รู้ทั้งหลายอธิบาย เพื่ออ้างว่าศาสนาอิสลามห้ามฟังเพลงและเล่นดนตรี คำแปลที่แท้จริงคือ "ฮาดีษที่ไร้สาระ หรือเรื่องราวที่ไร้สาระ")
คำว่าพระเจ้า/อัลลอฮ์นั้น มนุษย์เป็นผู้ตั้งขึ้นเพื่อเรียกหรือขนานนาม “มหาอำนาจศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่” เนื่องจากมนุษย์ไม่อาจจะมองเห็นมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่นั้นได้ด้วยสายตา แต่มีความรู้สึกทางสัญชาติญาณ ว่าอำนาจนั้นมีอยู่จริง มวลมนุษย์ มีความเชื่อใน “มหาอำนาจศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่” ต่างๆกัน, บ้างก็เชื่อว่าอยู่นั่งอยู่บนบัลลังก์บนสวรรค์, บ้างก็เชื่อว่าอำนาจนั้น อยู่ในต้นไม้ใหญ่, ในภูเขา,ในจอมปลวกหรือสิ่งที่ผิดธรรมชาติ, บ้างศรัทธาต่อเทวรูปที่มนุษย์ปั้นสร้างขึ้นมาและปลุกเสกอัญเชิญอำนาจนั้นให้ สิงสถิตอยู่ภายในเจว็ดนั้น และยังเชื่อว่าถ้าปั้นหรือสร้างเทวรูปให้ใหญ่มากเท่าใดก็ยิ่งมีฤทธิอำนาจมากยิ่งขึ้นเท่านั้น (เรื่องเล่าถึงนบีอิบรอฮิมกับบิดาของท่าน)
แนวคิดของระบบอิสลามตั้งอยู่บนหลักการที่ว่าพระเจ้านั้นแตกต่างจากสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง, ความศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายเป็นของอัลลอฮ์ผู้สูงสุดเท่านั้น ในขณะที่ สิ่งมีชีวิตและทุกสิ่งทุกอย่างป็นธรรมดา, เนื่องจากอัลลอฮ์ผู้สูงสุดทรงเป็นพระเจ้าองค์เดียว
ดังนั้นคุณลักษณะอันศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดจึงเป็นของพระองค์เพียงผู้เดียว หรือจะกล่าวอีกอย่างหนึ่งได้ว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลกรวมกันเป็นอำนาจที่ยิ่งใหญ่เพียงหนึ่งเดียว เรียกอำนาจนั้นว่าพระเจ้า/อัลลอฮ์
การที่มนุษย์เรียกร้องหาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากล นั้นก็คือการเรียกหาความคุ้มครองจากพระเจ้าจากความรู้สึกตามสัญชาติญาณของมนุษย์, สำหรับผู้ที่มีศรัทธาต่อความมีอยู่จริงของ “มหาอำนาจศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่” ผู้ที่ใช้ทั้งความรู้ สติปัญญา ความเข้าใจสิ่งแวดล้อมและ
ความรู้สึกโดยสัญชาติญาณว่า“มหาอำนาจศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่” นั้นมีอยู่จริง
เหตุที่มนุษย์อ้อนวอนเรียกหาความคุ้มครองจาก "สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก" ทั้งๆที่เขาเหล่านั้นไม่มีความเชื่อว่า “มหาอำนาจศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่ (พระเจ้า)” มีอยู่จริง ก็เพราะว่า ความรู้สึกในสัญชาติของมนุษย์เรียกร้องให้มนุษย์นึกถึงพระองค์ ทั้งนี้เพราะว่า วิญญาณมนุษย์ทุกๆคนก่อนที่จะมาเกิดบนโลกนี้ได้สัญญาไว้กับ “มหาอำนาจศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่” ( اَللَّٰهُ أَكْبَرُ ) ว่าพวกเขายอมรับในความมีอยู่จริงของพระเจ้า
وَإِذْ أَخَذَ رَبُّكَ مِنْ بَنِي آدَمَ مِنْ ظُهُورِهِمْ ذُرِّيَّتَهُمْ وَأَشْهَدَهُمْ عَلَىٰ أَنْفُسِهِمْ أَلَسْتُ بِرَبِّكُمْ ۖ قَالُوا بَلَىٰ ۛ شَهِدْنَا ۛ أَنْ تَقُولُوا يَوْمَ الْقِيَامَةِ إِنَّا كُنَّا عَنْ هَٰذَا غَافِلِينَ {172}
{7:172} และ(จงรำลึก)ขณะที่พระเจ้าของเธอได้เอาวงศ์วานของอาดัมออกมาจากหลังของบุตรหลานอาดัม และให้พวกเขายืนยันแก่ตัวของพวกเขาเอง (โดยตอบคําถามที่ว่า) "ฉันไม่ใช่พระเจ้าของพวกเธอดอกหรือ?"
พวกเขากล่าวว่า "ใช่ขอรับ พวกข้าฯขอยืนยัน" ทั้งนี้เพื่อพวกเธอไม่กล่าวในวันฟื้นคืนชีพว่า "พวกข้าฯไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับเรื่องนี้"
“มหาอำนาจศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่” ( اَللَّٰهُ أَكْبَرُ ) คือความศรัทธาที่สูงสุดของมุสลิม
มีความมุ่งหมายที่จะอธิบายถึงความเชื่อในความมีอยู่จริงของ “มหาอำนาจศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่” ที่มนุษย์ขนานนามว่า พระเจ้า/อัลลอฮ์
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
คำว่าพระเจ้า/อัลลอฮ์นั้น มนุษย์เป็นผู้ตั้งขึ้นเพื่อเรียกหรือขนานนาม “มหาอำนาจศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่” เนื่องจากมนุษย์ไม่อาจจะมองเห็นมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่นั้นได้ด้วยสายตา แต่มีความรู้สึกทางสัญชาติญาณ ว่าอำนาจนั้นมีอยู่จริง มวลมนุษย์ มีความเชื่อใน “มหาอำนาจศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่” ต่างๆกัน, บ้างก็เชื่อว่าอยู่นั่งอยู่บนบัลลังก์บนสวรรค์, บ้างก็เชื่อว่าอำนาจนั้น อยู่ในต้นไม้ใหญ่, ในภูเขา,ในจอมปลวกหรือสิ่งที่ผิดธรรมชาติ, บ้างศรัทธาต่อเทวรูปที่มนุษย์ปั้นสร้างขึ้นมาและปลุกเสกอัญเชิญอำนาจนั้นให้ สิงสถิตอยู่ภายในเจว็ดนั้น และยังเชื่อว่าถ้าปั้นหรือสร้างเทวรูปให้ใหญ่มากเท่าใดก็ยิ่งมีฤทธิอำนาจมากยิ่งขึ้นเท่านั้น (เรื่องเล่าถึงนบีอิบรอฮิมกับบิดาของท่าน)
แนวคิดของระบบอิสลามตั้งอยู่บนหลักการที่ว่าพระเจ้านั้นแตกต่างจากสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง, ความศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายเป็นของอัลลอฮ์ผู้สูงสุดเท่านั้น ในขณะที่ สิ่งมีชีวิตและทุกสิ่งทุกอย่างป็นธรรมดา, เนื่องจากอัลลอฮ์ผู้สูงสุดทรงเป็นพระเจ้าองค์เดียว ดังนั้นคุณลักษณะอันศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดจึงเป็นของพระองค์เพียงผู้เดียว หรือจะกล่าวอีกอย่างหนึ่งได้ว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลกรวมกันเป็นอำนาจที่ยิ่งใหญ่เพียงหนึ่งเดียว เรียกอำนาจนั้นว่าพระเจ้า/อัลลอฮ์
การที่มนุษย์เรียกร้องหาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากล นั้นก็คือการเรียกหาความคุ้มครองจากพระเจ้าจากความรู้สึกตามสัญชาติญาณของมนุษย์, สำหรับผู้ที่มีศรัทธาต่อความมีอยู่จริงของ “มหาอำนาจศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่” ผู้ที่ใช้ทั้งความรู้ สติปัญญา ความเข้าใจสิ่งแวดล้อมและความรู้สึกโดยสัญชาติญาณว่า“มหาอำนาจศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่” นั้นมีอยู่จริง
เหตุที่มนุษย์อ้อนวอนเรียกหาความคุ้มครองจาก "สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก" ทั้งๆที่เขาเหล่านั้นไม่มีความเชื่อว่า “มหาอำนาจศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่ (พระเจ้า)” มีอยู่จริง ก็เพราะว่า ความรู้สึกในสัญชาติของมนุษย์เรียกร้องให้มนุษย์นึกถึงพระองค์ ทั้งนี้เพราะว่า วิญญาณมนุษย์ทุกๆคนก่อนที่จะมาเกิดบนโลกนี้ได้สัญญาไว้กับ “มหาอำนาจศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่” ( اَللَّٰهُ أَكْبَرُ ) ว่าพวกเขายอมรับในความมีอยู่จริงของพระเจ้า
وَإِذْ أَخَذَ رَبُّكَ مِنْ بَنِي آدَمَ مِنْ ظُهُورِهِمْ ذُرِّيَّتَهُمْ وَأَشْهَدَهُمْ عَلَىٰ أَنْفُسِهِمْ أَلَسْتُ بِرَبِّكُمْ ۖ قَالُوا بَلَىٰ ۛ شَهِدْنَا ۛ أَنْ تَقُولُوا يَوْمَ الْقِيَامَةِ إِنَّا كُنَّا عَنْ هَٰذَا غَافِلِينَ {172}
{7:172} และ(จงรำลึก)ขณะที่พระเจ้าของเธอได้เอาวงศ์วานของอาดัมออกมาจากหลังของบุตรหลานอาดัม และให้พวกเขายืนยันแก่ตัวของพวกเขาเอง (โดยตอบคําถามที่ว่า) "ฉันไม่ใช่พระเจ้าของพวกเธอดอกหรือ?" พวกเขากล่าวว่า "ใช่ขอรับ พวกข้าฯขอยืนยัน" ทั้งนี้เพื่อพวกเธอไม่กล่าวในวันฟื้นคืนชีพว่า "พวกข้าฯไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับเรื่องนี้"