[CR] ์No.81 Perfect Days : วันพิเศษที่มอบให้มากกว่าคำว่าความสุข


- ดูจบรู้สึกทันทีคือ ชอบ ประทับใจ ทุก Scene ตั้งแต่ต้นจนจบที่เสิร์ฟมาน้อยแต่ให้กลับมามาก อีกทั้งเป็นหนังที่ตอบแทนสำหรับคนที่เป็น Introvert ให้ชาวโลกรับทราบว่า กูชอบอยู่กับตัวเอง กูคุยกับคนอื่นได้แต่ไม่ต้องการให้มาวุ่นวายพื้นที่ส่วนตัวว่านี่แหล่ะคือสิ่งที่คนประเภทนี้เขาต้องการ ซึ่งหนังเล่าได้น่าติดตามโดยไม่มีเบื่อ ถึงแม้ภาพรวมภายในระยะเวลา 2 ชั่วโมง 4 นาที จะวนลูปอยู่กับชีวิตประจำวันของลุงที่ซ้ำซากจำเจ ไม่มีอะไรแปลกใหม่ ไม่มีจุดพีคให้ขยี้อารมณ์เพื่อกระตุ้นกับความรู้สึกไปกับมันในด้านใดด้านหนึ่ง แต่สิ่งที่ได้รับอย่างล้นหลามคือแก่นสารที่แฝงมากับบรรยากาศระหว่างทางกับการแสดงใบหน้ายิ้มของลุงในหลาย Scene มันมีนัยยะอะไรหลายอย่างให้เราสงสัยและคิดตามต่อกลับไปด้วยความปลื้มปริ่มโดยไม่รู้ว่าบางอย่างจะสื่อถึงอะไร แต่ Details ที่คว้ามาแต่ละอย่างมันสัมผัสได้จริงในปัจจุบัน

- ตลอดทั้งเรื่องอารมณ์เหมือนนั่งดูรายการ Reality ตามติดชีวิตชายสูงวัยคนหนึ่งว่าในแต่ละวันเขาทำอะไร ? ซึ่งจะเล่าไปเรื่อย ๆ ข้างหน้าอย่างเรียบง่ายด้วยความซื่อสัตย์ สำรวจ Life ของลุงผู้ประกอบอาชีพคนทำความสะอาดห้องน้ำตามสาธารณะเป็นหลัก ซึ่งตรงนี้เข้าใจง่ายไม่ซับซ้อนใด ๆ เพราะเป็นสิ่งที่คนวัยผู้ใหญ่อย่างเราคุ้นเคยอยู่แล้วว่ามันเป็น Fight บังคับในสิ่งที่ต้องทำทุกวันในเมื่ออยู่ใน Status นี้คือ ตื่นนอน อาบน้ำ แต่งตัว ทำงาน กลับบ้าน นอน แค่นั้น พอมีเวลาเหลือจากตอนเลิกงานหรือวันหยุดก็ออกไปส่องนกชมไม้ดูปะการังตามความสนใจของแต่ละคนเพื่อเติมเต็มอะไรบางอย่างในชีวิตให้กับตนเองมีความพิเศษขึ้นมาโดยไม่ต้องแคร์คนอื่นว่าจะคิดยังไง ? 

- ขณะดูมีหาวบ้างเป็นระยะ เพราะการเล่าที่เน้นบรรยากาศนำเป็นหลักแถม Character ของลุงที่มีความพูดน้อยด้วยจึงมีส่วนทำให้เรารู้สึกวูบวาบไปแบบนั้น แต่ยอมรับว่าการแสดงในระดับประมาณนี้ของลุงกลับมีพลังมวลสารที่เต็มไปด้วยความพิเศษที่ออกมาจากธรรมชาติในตัวเองให้เราจูนติดและหลงใหลตามไปโดยที่ไม่มีใครจงใจทำให้มันเป็น เช่น การแสดงสีหน้ายิ้มของลุงตลอดไม่ว่าจะตอนออกจากบ้านแล้วแหงนหน้ามองท้องฟ้า , ตอนขับรถ หรือเจอเรื่องอะไรก็ตามที่เข้ามากระทบความเป็น Private ของลุง ถ้ามองตามความเป็นจริงเราก็แอบคิดว่าไอ้ลุงนี้บ้าเปล่าวะ ? นั่งยิ้มอะไรอยู่คนเดียว แต่ถ้าลองมาวิเคราะห์แยกแยะและตีความดูก็จะพบว่าการแสดงของลุงแต่ละ Scene มันมี Message ที่ซ่อนอยู่ใน passion ให้เราสนใจที่จะตีความดูโดยมองข้ามไปไม่ได้เด็ดขาด

- อีกอย่างที่ชอบคือ เพลงประกอบ ที่แทรกเข้ามาทั้งอัลบั้มเป็นระยะ นอกจากช่วยตัดความเงียบของบรรยากาศข้างทางได้เป็นอย่างดีแล้วยังช่วยปรุงแต่งให้การเดินเรื่องมีชีวิตชีวาราวกับภาพถ่าย Portrait ที่ให้ความหมาย Abstract เคลื่อนที่ รวมถึงเป็นการบอกความรู้สึกของลุงว่าแกรู้สึกยังไง รวมถึงการใส่ภาพ Art ที่มากระตุกจิตให้เรากระชากใจล่องลอยไปในห้วงนิทราอันไกลโพ้น ชวนนึกถึงตอนดูหนังสั้นเชิงทดลอง Experiment เรื่อง Asleep (2566) ที่ดูในเทศกาล Wildtype ไปเมื่อปลายปีที่แล้ว อีกทั้งยังดึงเสน่ห์ระหว่างความเป็นวัฒนธรรมตะวันออกที่มีฉากหลังเป็นเมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นกับสไตล์งานกำกับของลุง Wim Winders ที่เป็นตัวแทนของโลกศิลปะ ภาพยนตร์ตะวันตกได้อย่างลงตัว ถึงแม้ฟังไม่ออกแต่รู้สึกว่าแต่ละเพลงเป็นภาษาอังกฤษหรือญี่ปุ่นหรือ Mix รวมกันแต่พอฟังแล้วก็แอบนึกถึงงาน Classic เก่า ๆ อย่างเรื่อง Paris,Texas (1984) และเรื่องอื่น ๆ ของลุง wim เหมือนกัน 
- ตัวละครในเรื่องมีน้อยนับนิ้วได้ ซึ่งถือว่าดีต่อใจ ไม่ต้องไปแวะหารู้เรื่องชาวบ้านให้เสียขบวน เอาเวลาที่ได้รับไปโฟกัสในสิ่งที่จำเป็นต่อ keywords ซึ่งก็คือตัวลุงว่าเป็นใคร มาจากไหน ทำไมถึงอยู่คนเดียว ทำไมถึงทำงานนี้ ไม่ว่าเจอใครหรือภัยที่มาในรูปของ เพื่อนที่ทำงานรุ่นน้องที่วัน ๆ คิดแต่หาวิธีจีบกิ๊กสาวทรงสก๊อยตามสไตล์คนเห่อมอย หรือ หลานสาว ที่ไม่ได้เจอกันนานก็โผล่มาหากระทันหัน ลุงก็ยังยิ้มได้ บางช่วงมีเรื่องเข้ามา ให้ชวนปวดหัวอยู่บ้าง แต่ลุงก็ Strong กับชีวิตด้วยการยิ้มสู้กลับไป ซึ่งเราจะเห็นความ Happy Friendly ของลุงตลอดเวลา โดยเฉพาะ Scene ที่ 2 ลุง-หลาน ออกไป Outdoor ด้วยกัน นอจากเป็นการปรับความสัมพันธ์ระหว่างลุงกับหลานแล้วยังถ่ายภาพทิวทัศน์ในเมืองได้สวยงดงามและอบอุ่นราวกับว่าโลกนี้มีเพียงเรา 2 คนยังไงยังงั้น แต่มีตำหนิอยู่คือปมของลุงนำเสนอมาน้อยไปหน่อย มีเพียงจากปากของหลานสาวกับน้องสาวของลุงเพียงผิวเผินแค่นั้น เราจึงไม่เห็นตัวตนที่ถูกซ่อนอยู่อีกด้านของลุงที่อาจเป็นมุมมืดก็ได้ แต่ให้มาเท่านี้เราพอจับต้นชนปลายหาเหตุและผลที่มาของปมได้อยู่แถมปมก็ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนก็เลยคาดเดาได้ไม่ยาก

- ขณะดูก็นึกภาพตนเองในวัยเกษียณว่าอยากจะเป็นแบบนั้นเหมือนกันแต่พอมองกลับมาที่เป็นอยู่ตอนนี้ทำได้แต่นอนอืดอยู่บนเตียงแล้วเอาตีนก่ายหน้าผาก ถอนหายใจด้วยความหดหู่ เอาแค่ว่าวันนี้จะกินอะไรก่อนก็ยังคิดแล้วคิดอีก ไหนจะเรื่องค่าใช้จ่ายที่ตามมาเป็นขบวนอีก จะก้าวขาออกจากบ้านทีนึงกูก็ต้องควักกระเป๋าตังออกมาดูคิดว่ากูจะต้องเสียเงินเท่าไหร่ ทำงานได้เงินมาก็ต้องเก็บไว้ใช้เท่าที่จำเป็น ซึ่งเรามองไม่เห็นภาพเหล่านั้นเลยเมื่อเทียบกับความเป็นจริงที่เป็นอยู่คือขายแต่คำพูดแต่จับต้องอะไรไม่ได้ คือ มันเกินกว่าจะเอื้อมที่จะไปถึงจุดนั้น ถ้ามีรัฐสวัสดิการที่ดีครอบคลุมดูแลอย่างเป็นระบบและทั่วถึงโดยไม่เลือกปฏิบัติ เปิดโอกาสให้ทางเลือกคนได้ออกแบบชีวิตของตนเองแวะข้างทางเก็บเกี่ยวประสบการณ์เพื่อเติมคุณค่าให้กับตนเองไม่ใช่มุ่งเอาแต่ส่งเขาไปสู่ปลายทางลูกเดียว ชีวิตก็จะมีคุณภาพที่ดีมีความสุขเหมือนในเรื่องนี้ได้โดยไม่จำเป็นต้องรวยเป็นเศรษฐี ถึงแม้บ้านเขาจะมีปัญหาสังคมภายในแต่เขาให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชนและเคารพคนในฐานะพลเมืองผู้เสียภาษีหรือบุคลากรที่มีบทบาทสำคัญต่อพัฒนาประเทศ ซึ่งต่างจากดินแดนคนดีย์ลิบลับที่แทบไม่มีอะไรมารองรับชีวิต รอความหวังจากการพึ่งโชคลาภและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มือใครยาวสาวได้สาวเอาถึงจะอยู่รอด

ขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านครับ เมื่อได้อ่านแล้ว สามารถกด Like กด Share บทความของผม และ  Facebook : EM Pascal เพื่อเป็นกำลังใจในการรีวิวครั้งต่อไป ขอบคุณครับ
ชื่อสินค้า:   Review By EMCONCEPT
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่