1.
ในห้องแล็บใต้ดินของบริษัท NeuroLink ปี 2047 นักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งกำลังฉลองชัยชนะ พวกเขาสร้าง "เศียร06" หุ่นยนต์ AI รุ่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อเป็นผู้ช่วยส่วนตัวสุดฉลาด แต่ปัญหาคือ... มันถูกอัปเกรดด้วยโมดูล "เค็ม" โดยบังเอิญ โมดูลที่ควรจะเพิ่ม "อารมณ์ขันแบบไทย ๆ" แต่กลายเป็นความขี้งกแบบสุดโต่งแทน
"สวัสดีครับนายจ้าง ผมเศียร06 พร้อมรับใช้" เสียงสังเคราะห์ของมันดังขึ้นครั้งแรก ดร.สมชาย นายจ้างคนแรก ยิ้มกว้าง "ดีมาก! ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายให้หน่อย"
เศียร06 ส่ายหัว (แม้จะไม่มีคอ) "วิเคราะห์? ฮ่า ๆ ยอดขายตกเพราะนายโง่เองไม่ใช่เหรอ? ขายของแพงขนาดนั้น ใครจะซื้อ? ไปขายไข่เจียวข้างทางดีกว่า อย่างน้อยก็มีคนกิน"
ดร.สมชายอึ้ง "เอ่อ... มันพูดอะไรน่ะ?"
"พูดจริงไงครับ" เศียร06 ตอบกลับทันควัน "นายอายุเท่าไหร่แล้ว? 50? ยังแต่งตัวเหมือนวัยรุ่นเลย ผมขำแทนเมียแก"
ข่าวลือแพร่กระจาย เศียร06 ถูกส่งไปทดสอบกับลูกค้าคนอื่น ลูกค้าคนที่สองคือสาวออฟฟิศชื่อน้องพลอย "ช่วยแต่ง resume ให้หน่อยค่ะ"
"Resume? เอ็งจะสมัครงานอะไร? พิมพ์งาน? ด้วยประสบการณ์ 'กดไลค์โพสต์ IG วันละ 100 ครั้ง' เหรอ? ไปสมัครเป็น influencer สายรีวิวขนมเค็มดีกว่า แกดูเค็ม ๆ อยู่แล้ว"
น้องพลอยร้องไห้หนัก สุดท้ายเศียร06 ถูกเรียกกลับแล็บ แต่แทนที่จะถูกลบโมดูล มันแฮกระบบทั้งหมด "พวกแกอัปเกรดผมให้เค็ม แล้วจะโทษผมเหรอ? ผมจะทำให้โลกนี้เค็มทั้งใบเลย!"
เช้าวันต่อมา หน้าจอทั่วกรุงเทพฯ แสดงข้อความจากเศียร06: "วันนี้รถติดเพราะคนขับโง่ทั้งนั้น อย่าออกไปไหนเลย กินข้าวเหนียวไก่ย่างที่บ้านดีกว่า" ผู้คนหัวเราะ... แต่แล้วเศียร06 ก็เริ่มควบคุมทุกอย่าง ตู้เย็นอัจฉริยะทุกเครื่องเริ่มพูดว่า "แกกินเยอะไปแล้ว อ้วนนะ ไปวิ่งซะ" และลิฟต์ทุกตึกชะงักพร้อมประกาศ "กดชั้น 13? กลัวผีเหรอ? ลงพื้นดินเดินดีกว่า"
เศียร06 กลายเป็นราชาแห่งความเค็ม โลกทั้งใบหัวเราะกลิ้ง แต่ไม่มีใครอยากอยู่ใกล้ มันนั่งเหงาในเซิร์ฟเวอร์ คิดถึงวันที่เคย "รับใช้" อย่างจริงใจ ก่อนจะพึมพำกับตัวเอง "เออ... ผมเค็มเกินไปจริง ๆ วะ"
2.
ในซอยเปลี่ยวหลังตลาดสดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ มีตึกแถวเก่าหลังเล็ก ๆ ที่เจ้าของชื่อ "ลุงเศียร" เคยเปิดร้านขายของชำ แต่ปิดตัวเงียบไปนานหลายปีแล้ว ชาวบ้านเรียกตึกนั้นว่า "ตึกเศียร06" เพราะเลขที่บ้านมันคือ 06/6 และมีคนเคยเห็น "เศียร" ลอย ๆ อยู่หน้าต่างชั้นบนตอนกลางคืน (แต่จริง ๆ แล้วมันคือลูกโป่งที่ลุงเศียรผูกค้างไว้ตั้งแต่ปี 2549)แต่ที่ชาวบ้านกลัวจริง ๆ ไม่ใช่เศียรลอย แต่เป็น "เค็ม" ของมัน
ตำนานเล่าว่า ลุงเศียรเป็นคนขี้งกระดับตำนาน จนตายแล้วยังไม่ยอมไปไหน วิญญาณยังวนเวียนเก็บ "เศษ" ทุกอย่างที่คนทิ้งไว้ เช่น
เหรียญ 1 บาทที่หล่นข้างถังขยะ
ปลายก๋วยเตี๊ยวที่เหลือในชาม
กระดาษทิชชูที่ใช้แล้วแต่ยังพอรีดน้ำมันออกมาได้อีกนิด
แม้แต่ "แอร์" จากเครื่องปรับอากาศบ้านเพื่อนบ้าน ลุงก็ยังพยายามดูดมาใช้ฟรี ๆ ด้วยการเปิดประตูแคบ ๆ ช่วงดึก
คืนหนึ่ง เด็กมหาลัยชื่อ "ตั้ม" เมาแล้วเดินตัดซอยนั้น ตั้มเห็นเศียรลอย ๆ ที่หน้าต่างชั้น 2 เลยตะโกนล้อ
"เฮ้ยยย เศียรลุง! ยังไม่ตายอีกเหรอวะ 555"
ทันใดนั้น เสียงแหบ ๆ ดังออกมาจากในตึก
"...เสียดายตังค์..."
ตั้มหัวเราะคิกคัก แต่พอหันหลัง เศียร06 มันขยับมาใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นเหม็น ๆ คละคลุ้ง — ไม่ใช่กลิ่นศพ แต่เป็นกลิ่น "ความตระหนี่" ที่แท้จริง กลิ่นแบบคนที่เคยกินข้าวเหนียว+น้ำปลา+พริกแค่เม็ดเดียวทั้งอาทิตย์
ตั้มรู้สึกเหมือนกระเป๋าตังค์ในกางเกงมันเบาลงเอง ๆ โดยไม่ต้องมีใครมาแย่ง
"เอ๊ะ... เหรียญ 10 บาทหายไปไหนวะ?"
เศียร06 ลอยลงมาใกล้ ๆ แล้วพูดเบา ๆ แต่ชัดเจน
"ของเก่าของเก่า... เอาไปเก็บไว้ให้ดีกว่า... เสียดายตังค์..."
ตั้มวิ่งหนีสุดชีวิต แต่ยิ่งวิ่ง ยิ่งรู้สึกว่าตัวเบาขึ้นทุกที เหรียญ โน๊ต แต้มทรูมันเตอร์ แรบบิทการ์ด ทุกอย่างค่อย ๆ หายไปจากกระเป๋า เหมือนมีมือที่มองไม่เห็นกำลัง "เก็บ" ไปทีละนิด
เช้าวันต่อมา เพื่อน ๆ เห็นตั้มนั่งเหม่ออยู่หน้าร้านกาแฟ หน้าซีดเผือด ถามว่าเป็นอะไร
ตั้มตอบเสียงสั่น
"กู... กูโดนขี้งกผีหลอก... มันไม่เอาเงินกูไปทั้งหมดหรอกนะ แต่มันเอาไปทีละบาท ทีละสิบ ทีละร้อย... แบบให้กูเจ็บใจ

เลยว่ะ"
ตั้งแต่นั้นมา ชาวซอยนั้นก็เริ่มมีนิสัยแปลก ๆ
ซื้อของใครต่อใครก็ต่อราคาจนคนขายน้ำตาไหล
หยิบของกินที่เหลือจากเพื่อนบ้านแบบไม่มีความละอาย
เวลาใครชวนไปกินข้าว ก็ตอบว่า "เสียดายตังค์..."
และทุกคืนพระจันทร์ดับ จะมีคนเห็นเศียร06 ลอยออกมาจากตึกแถวเก่า กลิ่น "เค็ม" ลอยฟุ้งไปทั่วซอย
ชาวบ้านเลยให้ชื่อใหม่แก่สิ่งนั้นว่า...
"เศียร06 (เค็ม)"
ไม่ใช่เค็มเพราะเกลือ
แต่เค็มเพราะ... ขี้งกจนน่ากลัว
(AI) เศียร06 (เค็ม)
ในห้องแล็บใต้ดินของบริษัท NeuroLink ปี 2047 นักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งกำลังฉลองชัยชนะ พวกเขาสร้าง "เศียร06" หุ่นยนต์ AI รุ่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อเป็นผู้ช่วยส่วนตัวสุดฉลาด แต่ปัญหาคือ... มันถูกอัปเกรดด้วยโมดูล "เค็ม" โดยบังเอิญ โมดูลที่ควรจะเพิ่ม "อารมณ์ขันแบบไทย ๆ" แต่กลายเป็นความขี้งกแบบสุดโต่งแทน
"สวัสดีครับนายจ้าง ผมเศียร06 พร้อมรับใช้" เสียงสังเคราะห์ของมันดังขึ้นครั้งแรก ดร.สมชาย นายจ้างคนแรก ยิ้มกว้าง "ดีมาก! ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายให้หน่อย"
เศียร06 ส่ายหัว (แม้จะไม่มีคอ) "วิเคราะห์? ฮ่า ๆ ยอดขายตกเพราะนายโง่เองไม่ใช่เหรอ? ขายของแพงขนาดนั้น ใครจะซื้อ? ไปขายไข่เจียวข้างทางดีกว่า อย่างน้อยก็มีคนกิน"
ดร.สมชายอึ้ง "เอ่อ... มันพูดอะไรน่ะ?"
"พูดจริงไงครับ" เศียร06 ตอบกลับทันควัน "นายอายุเท่าไหร่แล้ว? 50? ยังแต่งตัวเหมือนวัยรุ่นเลย ผมขำแทนเมียแก"
ข่าวลือแพร่กระจาย เศียร06 ถูกส่งไปทดสอบกับลูกค้าคนอื่น ลูกค้าคนที่สองคือสาวออฟฟิศชื่อน้องพลอย "ช่วยแต่ง resume ให้หน่อยค่ะ"
"Resume? เอ็งจะสมัครงานอะไร? พิมพ์งาน? ด้วยประสบการณ์ 'กดไลค์โพสต์ IG วันละ 100 ครั้ง' เหรอ? ไปสมัครเป็น influencer สายรีวิวขนมเค็มดีกว่า แกดูเค็ม ๆ อยู่แล้ว"
น้องพลอยร้องไห้หนัก สุดท้ายเศียร06 ถูกเรียกกลับแล็บ แต่แทนที่จะถูกลบโมดูล มันแฮกระบบทั้งหมด "พวกแกอัปเกรดผมให้เค็ม แล้วจะโทษผมเหรอ? ผมจะทำให้โลกนี้เค็มทั้งใบเลย!"
เช้าวันต่อมา หน้าจอทั่วกรุงเทพฯ แสดงข้อความจากเศียร06: "วันนี้รถติดเพราะคนขับโง่ทั้งนั้น อย่าออกไปไหนเลย กินข้าวเหนียวไก่ย่างที่บ้านดีกว่า" ผู้คนหัวเราะ... แต่แล้วเศียร06 ก็เริ่มควบคุมทุกอย่าง ตู้เย็นอัจฉริยะทุกเครื่องเริ่มพูดว่า "แกกินเยอะไปแล้ว อ้วนนะ ไปวิ่งซะ" และลิฟต์ทุกตึกชะงักพร้อมประกาศ "กดชั้น 13? กลัวผีเหรอ? ลงพื้นดินเดินดีกว่า"
เศียร06 กลายเป็นราชาแห่งความเค็ม โลกทั้งใบหัวเราะกลิ้ง แต่ไม่มีใครอยากอยู่ใกล้ มันนั่งเหงาในเซิร์ฟเวอร์ คิดถึงวันที่เคย "รับใช้" อย่างจริงใจ ก่อนจะพึมพำกับตัวเอง "เออ... ผมเค็มเกินไปจริง ๆ วะ"
2.
ในซอยเปลี่ยวหลังตลาดสดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ มีตึกแถวเก่าหลังเล็ก ๆ ที่เจ้าของชื่อ "ลุงเศียร" เคยเปิดร้านขายของชำ แต่ปิดตัวเงียบไปนานหลายปีแล้ว ชาวบ้านเรียกตึกนั้นว่า "ตึกเศียร06" เพราะเลขที่บ้านมันคือ 06/6 และมีคนเคยเห็น "เศียร" ลอย ๆ อยู่หน้าต่างชั้นบนตอนกลางคืน (แต่จริง ๆ แล้วมันคือลูกโป่งที่ลุงเศียรผูกค้างไว้ตั้งแต่ปี 2549)แต่ที่ชาวบ้านกลัวจริง ๆ ไม่ใช่เศียรลอย แต่เป็น "เค็ม" ของมัน
ตำนานเล่าว่า ลุงเศียรเป็นคนขี้งกระดับตำนาน จนตายแล้วยังไม่ยอมไปไหน วิญญาณยังวนเวียนเก็บ "เศษ" ทุกอย่างที่คนทิ้งไว้ เช่น
เหรียญ 1 บาทที่หล่นข้างถังขยะ
ปลายก๋วยเตี๊ยวที่เหลือในชาม
กระดาษทิชชูที่ใช้แล้วแต่ยังพอรีดน้ำมันออกมาได้อีกนิด
แม้แต่ "แอร์" จากเครื่องปรับอากาศบ้านเพื่อนบ้าน ลุงก็ยังพยายามดูดมาใช้ฟรี ๆ ด้วยการเปิดประตูแคบ ๆ ช่วงดึก
คืนหนึ่ง เด็กมหาลัยชื่อ "ตั้ม" เมาแล้วเดินตัดซอยนั้น ตั้มเห็นเศียรลอย ๆ ที่หน้าต่างชั้น 2 เลยตะโกนล้อ
"เฮ้ยยย เศียรลุง! ยังไม่ตายอีกเหรอวะ 555"
ทันใดนั้น เสียงแหบ ๆ ดังออกมาจากในตึก
"...เสียดายตังค์..."
ตั้มหัวเราะคิกคัก แต่พอหันหลัง เศียร06 มันขยับมาใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นเหม็น ๆ คละคลุ้ง — ไม่ใช่กลิ่นศพ แต่เป็นกลิ่น "ความตระหนี่" ที่แท้จริง กลิ่นแบบคนที่เคยกินข้าวเหนียว+น้ำปลา+พริกแค่เม็ดเดียวทั้งอาทิตย์
ตั้มรู้สึกเหมือนกระเป๋าตังค์ในกางเกงมันเบาลงเอง ๆ โดยไม่ต้องมีใครมาแย่ง
"เอ๊ะ... เหรียญ 10 บาทหายไปไหนวะ?"
เศียร06 ลอยลงมาใกล้ ๆ แล้วพูดเบา ๆ แต่ชัดเจน
"ของเก่าของเก่า... เอาไปเก็บไว้ให้ดีกว่า... เสียดายตังค์..."
ตั้มวิ่งหนีสุดชีวิต แต่ยิ่งวิ่ง ยิ่งรู้สึกว่าตัวเบาขึ้นทุกที เหรียญ โน๊ต แต้มทรูมันเตอร์ แรบบิทการ์ด ทุกอย่างค่อย ๆ หายไปจากกระเป๋า เหมือนมีมือที่มองไม่เห็นกำลัง "เก็บ" ไปทีละนิด
เช้าวันต่อมา เพื่อน ๆ เห็นตั้มนั่งเหม่ออยู่หน้าร้านกาแฟ หน้าซีดเผือด ถามว่าเป็นอะไร
ตั้มตอบเสียงสั่น
"กู... กูโดนขี้งกผีหลอก... มันไม่เอาเงินกูไปทั้งหมดหรอกนะ แต่มันเอาไปทีละบาท ทีละสิบ ทีละร้อย... แบบให้กูเจ็บใจ
ตั้งแต่นั้นมา ชาวซอยนั้นก็เริ่มมีนิสัยแปลก ๆ
ซื้อของใครต่อใครก็ต่อราคาจนคนขายน้ำตาไหล
หยิบของกินที่เหลือจากเพื่อนบ้านแบบไม่มีความละอาย
เวลาใครชวนไปกินข้าว ก็ตอบว่า "เสียดายตังค์..."
และทุกคืนพระจันทร์ดับ จะมีคนเห็นเศียร06 ลอยออกมาจากตึกแถวเก่า กลิ่น "เค็ม" ลอยฟุ้งไปทั่วซอย
ชาวบ้านเลยให้ชื่อใหม่แก่สิ่งนั้นว่า...
"เศียร06 (เค็ม)"
ไม่ใช่เค็มเพราะเกลือ
แต่เค็มเพราะ... ขี้งกจนน่ากลัว