เรื่องราวบอกเล่าเรื่องราวของ
"นายA" นักปฏิวัติผู้รักในเสรีภาพ และเป็นสมาชิกระดับสูงของคณะกบฎ เคียงข้างกับ "นายB" หัวหน้าพรรคกบฎ ที่เปรียบดั่งเพื่อนสนิท คู่หู และคนที่ไว้ใจกันและกัน
เผด็จการป่าเถื่อนถูกโค่นล้ม นายBนำพลพรรคของตนทำการปฏิวัติได้สำเร็จ ตั้งตัวเองเป็นผู้นำ และสัญญาจะนำความยุติธรรมมาสู่ประชาชน
นอกจากนี้เขายังตั้งให้นายA คู่หูคนสนิทที่สุดมาเป็นที่ปรึกษา(รองผู้นำ) มีหน้าที่คอยควบคุมงานด้านการข่าวสารต่าง ๆ นายAจึงรับปากในทันที เพราะเชื่ออย่างแรงกล้าว่า สังคมใหม่นี้ จะเป็นไปตามอุดมคติดั่งที่คิด
แต่กลับกัน นายBกลับลุ่มหลงในอำนาจเสียเอง เขาเริ่มเกณฑ์กองกำลังทหารมากขึ้น ส่งคนไปรบเพื่อขยายดินแดน มองไม่เห็นความทุกข์เรื่องของประชาชนจัดการฝ่ายที่เห็นต่างรุนแรง
ิ นายA ที่เห็นความเป็นไปของสังคมทั้งหมด ก็รับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่จะให้ไปค้านผู้นำก็ไม่กล้า เพราะแม้จะสนิทกันมาก แต่ก็ไม่รู้จะโดนอะไรบ้าง เพราะสิ่งที่นายBเป็นอยู่ตอนนี้ก็เกินกว่าจะคาดเดาได้
สุดท้ายก็ทำได้แค่ทนดูสิ่งที่เกิดขึ้น ประชาชนที่อดตาย ผู้เห็นต่างที่ถูกจับเข้าคุก ทหารที่ถูกส่งไปตายสนองอำนาจของผู้นำ
จนกระทั่งมีข่าวเกี่ยวกับกลุ่มต่อต้านในเขตชนบท นายAได้ยินเป็นคนแรก(เพราะว่าทำงานในหน่วยข่าวอยู่แล้ว) แม้ไม่รู้แน่ชัดกลุ่มต่อต้านนี้ต้องการอะไร รู้แค่ว่า ถ้าหากทำสำเร็จสังคมก็น่าจะดีกว่าที่เป็นอยู่นี้แน่นอน
เพื่อให้สังคมดีขึ้น เขาจึงยอมเป็นไส้ศึกให้ฝ่ายต่อต้านแบบลับๆ เอาข้อมูลวงในไปบอกฝ่ายกบฎ โดยที่ไม่ให้ใครรู้(ฝ่ายกบฎเองก็ไม่รู้) แม้จะรู้ว่าตัวเองจะต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นก็ตาม
กลับกันก็ต้องแสดงละครตบตาผู้นำ ทำเป็นตั้งใจหาตัวหนอนบ่อนไส้มาลงโทษ เพื่อให้ได้ความไว้วางใจของผู้นำ รวมไปถึงเขียนข่าวอวยรัฐบาลออกนอกหน้าจนประชาชนเริ่มเอือม กลายเป็นแนวร่วมมุมกลับไปในตัว
และปฏิบัติการนี้จะสำเร็จหรือไม่ โปรดรับชมตอนต่อไปๆๆๆๆ
.
.
.
พล๊อตประมาณนี้เลยครับ คิดพอดูสมเหตุสมผลไหมอะ555
ทุกคนคิดว่า พล๊อตเรื่องที่ผแต่งในหัวนี้ ดูสมเหตุสมผลหรือไม่
"นายA" นักปฏิวัติผู้รักในเสรีภาพ และเป็นสมาชิกระดับสูงของคณะกบฎ เคียงข้างกับ "นายB" หัวหน้าพรรคกบฎ ที่เปรียบดั่งเพื่อนสนิท คู่หู และคนที่ไว้ใจกันและกัน
เผด็จการป่าเถื่อนถูกโค่นล้ม นายBนำพลพรรคของตนทำการปฏิวัติได้สำเร็จ ตั้งตัวเองเป็นผู้นำ และสัญญาจะนำความยุติธรรมมาสู่ประชาชน
นอกจากนี้เขายังตั้งให้นายA คู่หูคนสนิทที่สุดมาเป็นที่ปรึกษา(รองผู้นำ) มีหน้าที่คอยควบคุมงานด้านการข่าวสารต่าง ๆ นายAจึงรับปากในทันที เพราะเชื่ออย่างแรงกล้าว่า สังคมใหม่นี้ จะเป็นไปตามอุดมคติดั่งที่คิด
แต่กลับกัน นายBกลับลุ่มหลงในอำนาจเสียเอง เขาเริ่มเกณฑ์กองกำลังทหารมากขึ้น ส่งคนไปรบเพื่อขยายดินแดน มองไม่เห็นความทุกข์เรื่องของประชาชนจัดการฝ่ายที่เห็นต่างรุนแรง
ิ นายA ที่เห็นความเป็นไปของสังคมทั้งหมด ก็รับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่จะให้ไปค้านผู้นำก็ไม่กล้า เพราะแม้จะสนิทกันมาก แต่ก็ไม่รู้จะโดนอะไรบ้าง เพราะสิ่งที่นายBเป็นอยู่ตอนนี้ก็เกินกว่าจะคาดเดาได้
สุดท้ายก็ทำได้แค่ทนดูสิ่งที่เกิดขึ้น ประชาชนที่อดตาย ผู้เห็นต่างที่ถูกจับเข้าคุก ทหารที่ถูกส่งไปตายสนองอำนาจของผู้นำ
จนกระทั่งมีข่าวเกี่ยวกับกลุ่มต่อต้านในเขตชนบท นายAได้ยินเป็นคนแรก(เพราะว่าทำงานในหน่วยข่าวอยู่แล้ว) แม้ไม่รู้แน่ชัดกลุ่มต่อต้านนี้ต้องการอะไร รู้แค่ว่า ถ้าหากทำสำเร็จสังคมก็น่าจะดีกว่าที่เป็นอยู่นี้แน่นอน
เพื่อให้สังคมดีขึ้น เขาจึงยอมเป็นไส้ศึกให้ฝ่ายต่อต้านแบบลับๆ เอาข้อมูลวงในไปบอกฝ่ายกบฎ โดยที่ไม่ให้ใครรู้(ฝ่ายกบฎเองก็ไม่รู้) แม้จะรู้ว่าตัวเองจะต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นก็ตาม
กลับกันก็ต้องแสดงละครตบตาผู้นำ ทำเป็นตั้งใจหาตัวหนอนบ่อนไส้มาลงโทษ เพื่อให้ได้ความไว้วางใจของผู้นำ รวมไปถึงเขียนข่าวอวยรัฐบาลออกนอกหน้าจนประชาชนเริ่มเอือม กลายเป็นแนวร่วมมุมกลับไปในตัว
และปฏิบัติการนี้จะสำเร็จหรือไม่ โปรดรับชมตอนต่อไปๆๆๆๆ
.
.
.
พล๊อตประมาณนี้เลยครับ คิดพอดูสมเหตุสมผลไหมอะ555