สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 10
การแก้ไม่ใช่ยกเลิกภาษีที่ดิน
แต่เป็นจัดที่ดินอีกประเภท ให้ภาษีน้อย อาจจะเรียกที่ดินสีเขียวอะไรก็ว่าไป ถือว่าสร้าง O2 และ Carbon credit ให้ประเทศ อาจจะคิดภาษี maximum ที่ 0.5%
แต่เป็นจัดที่ดินอีกประเภท ให้ภาษีน้อย อาจจะเรียกที่ดินสีเขียวอะไรก็ว่าไป ถือว่าสร้าง O2 และ Carbon credit ให้ประเทศ อาจจะคิดภาษี maximum ที่ 0.5%
หล่อลื่น ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 5249550 ถูกใจ, DIVERSITY ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 797757 ถูกใจ, ชายชิน ถูกใจ, Ken Akamatsu ถูกใจ, Sudjarid back ถูกใจ, airduct ถูกใจ, ต๊องไม่ติ๊งค์ ถูกใจ, เคนตะซัง ถูกใจรวมถึงอีก 33 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 7
จริง เห็นด้วย
กฏหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนี่ตัวทำลายธรรมชาติของจริง
เล่นไปจัดให้พื้นที่ๆมีธรรมชาติเจริญงอกงาม ว่าเป็นพื้นที่รกร้างว่างเปล่าซะหมด จะไปเก็บภาษีเค้าในอัตราเต็มที่และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกปี เจ้าของที่(จะมีตังค์หรือไม่มี)ก็ต้องหาเงินเพื่อเอาไปทำการแผ้วถางพื้นที่ดังกล่าวจนเหี้ยนเตียนเพื่อเตรียมเป็นไร่เพาะปลูกพืชตามเงื่อนไขที่กำหนดเพื่อเลี่ยงภาษีที่แพงมากๆ
ที่ดินที่เคยมีธรรมชาติปกคลุม มีต้นไม้หลายชนิดขึ้นอยู่ให้สัตว์น้อยใหญ่ได้อาศัยก็ถูกตัดโค่น
สัตว์เมื่อถูกทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยมันไม่ได้ ความหลากหลายทางธรรมชาติก็มลายหายไป ยากจะฟื้นคืนกลับมาอีก
อีกทั้งการปลูกพืชซ้ำๆซากๆกัน ปลูกกันกว้างขวางเป็นจำนวนมาก ยังเสี่ยงต่อราคาผลผลิตตกต่ำ การเกิดโรคและศัตรูพืชระบาดอย่างรุนแรงด้วย
โดยรวมแล้วกฏหมายฉบับนี้ กระทบสิ่งแวดล้อมอย่างมาก
เรียกว่าออกกฏหมายมาไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเลยก็ว่าได้
กฏหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนี่ตัวทำลายธรรมชาติของจริง
เล่นไปจัดให้พื้นที่ๆมีธรรมชาติเจริญงอกงาม ว่าเป็นพื้นที่รกร้างว่างเปล่าซะหมด จะไปเก็บภาษีเค้าในอัตราเต็มที่และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกปี เจ้าของที่(จะมีตังค์หรือไม่มี)ก็ต้องหาเงินเพื่อเอาไปทำการแผ้วถางพื้นที่ดังกล่าวจนเหี้ยนเตียนเพื่อเตรียมเป็นไร่เพาะปลูกพืชตามเงื่อนไขที่กำหนดเพื่อเลี่ยงภาษีที่แพงมากๆ
ที่ดินที่เคยมีธรรมชาติปกคลุม มีต้นไม้หลายชนิดขึ้นอยู่ให้สัตว์น้อยใหญ่ได้อาศัยก็ถูกตัดโค่น
สัตว์เมื่อถูกทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยมันไม่ได้ ความหลากหลายทางธรรมชาติก็มลายหายไป ยากจะฟื้นคืนกลับมาอีก
อีกทั้งการปลูกพืชซ้ำๆซากๆกัน ปลูกกันกว้างขวางเป็นจำนวนมาก ยังเสี่ยงต่อราคาผลผลิตตกต่ำ การเกิดโรคและศัตรูพืชระบาดอย่างรุนแรงด้วย
โดยรวมแล้วกฏหมายฉบับนี้ กระทบสิ่งแวดล้อมอย่างมาก
เรียกว่าออกกฏหมายมาไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเลยก็ว่าได้
ฉัตรชนก ถูกใจ, Ken Akamatsu ถูกใจ, Sudjarid back ถูกใจ, Bigkub ถูกใจ, puylogin ถูกใจ, f458italia ถูกใจ, นูเบ ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3261777 ถูกใจ, NaeNaee ถูกใจ, สวยสุดซอย ถูกใจรวมถึงอีก 25 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 4
จังหวัดผมเสียดายทีแปลงหนึ่งมากเลย
แต่ก่อน มีต้นยางนา ความสูงน่าจะอายุไม่ต่ำกว่า50ปี
ในแปลงมี ประมาณ 40-50ต้น ได้ บรรยากาศ ร่มรื่นมาก
ปีนี้ โดนตัดเกลียง เลย คาดว่าเดียวคงกลายเป็น สวนกล้วยกลางเมือง
แต่ก่อน มีต้นยางนา ความสูงน่าจะอายุไม่ต่ำกว่า50ปี
ในแปลงมี ประมาณ 40-50ต้น ได้ บรรยากาศ ร่มรื่นมาก
ปีนี้ โดนตัดเกลียง เลย คาดว่าเดียวคงกลายเป็น สวนกล้วยกลางเมือง
สมาชิกหมายเลข 5249550 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4420146 ถูกใจ, Ken Akamatsu ถูกใจ, Sudjarid back ถูกใจ, puylogin ถูกใจ, BONGKOCH.SP ทึ่ง, สมาชิกหมายเลข 1395114 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 839221 ซึ้ง, ลมปะทะ ถูกใจ, Loveis U ถูกใจรวมถึงอีก 1 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 12
บางทีกฎหมายที่ออกมาโดนไม่รอบคอบมันก็ส่งผลกระทบต่อสังคม เช่นกรณีกัญชาเสรี ส่วนเรื่องภาษีที่ดินนี้ กลายเป็นว่าคนรวยกลับเสียภาษีลดลงอย่างที่อ.ชัชชาติออกมาพูดเรื่องการจัดเก็บภาษีได้น้อยลงในเขตกรุงเทพ ส่วนคนทั่วไปกลับมีรายจ่ายภาษีที่เยอะขึ้น หรือมีค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงที่รกร้างของตัวเองไปปลูกพืชพันธุ์ที่ไม่ได้เป็นความตั้งใจปลูกจริงๆ เพื่อลดภาษี กลายเป็นผลผลิตต่างๆเช่นกล้วย ออกมาก็ล้นตลาดและไปกระทบต่อคนปลูกเดิมอีก และแน่นอนว่าระบบนิเวศน์จะเปลี่ยนไปจากเดิม
สมาชิกหมายเลข 5249550 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4060353 ถูกใจ, puylogin ถูกใจ, f458italia ถูกใจ, Arden ถูกใจ, -APEM ถูกใจ, REDBULLRUN ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6010125 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2208824 ถูกใจ
ความคิดเห็นที่ 25
ต้องทำแบบญี่ปุ่นซึ่งเขาก็ทำมานานแล้วตามกฏหมาย Cropland Act
ห้ามใช้ที่ดินเพื่อทำการเกษตรและใช้กฏหมายควบคุมอย่างเข้มงวด
ผู้ที่จะทำการเกษตรจะต้องเป็นเกษตรกร หรือบริษัทการเกษตรที่เป็นเจ้าของที่ดิน
ที่ลงทะเบียนอนุญาตกับคณะกรรมการเกษตรของเทศบาล
และต้องสังกัดสหกรณ์การเกษตร
ห้ามใช้ที่ดินเพื่อทำการเกษตรและใช้กฏหมายควบคุมอย่างเข้มงวด
ผู้ที่จะทำการเกษตรจะต้องเป็นเกษตรกร หรือบริษัทการเกษตรที่เป็นเจ้าของที่ดิน
ที่ลงทะเบียนอนุญาตกับคณะกรรมการเกษตรของเทศบาล
และต้องสังกัดสหกรณ์การเกษตร
Arden ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1395114 ถูกใจ, REDBULLRUN ถูกใจ, จะใช้ชื่อนี้จนกว่าจะรวย ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6010125 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4357576 ถูกใจ
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
การพัฒนาสังคม (Social Development)
ที่ดิน
ชีววิทยา
เศรษฐศาสตร์
อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
มุลนิธิ สืบ....บอกว่า..ภาษีที่ดิน คือ จุดเริ่มต้นของการทำลายความหลากหลายทางชีวภาพ
ทว่าปัจจุบันเจ้าของที่ดินทุกคนจะต้องกลับมาเสียภาษีที่ดินเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์
โดยที่ดินแต่ละประเภทจะเสียภาษีตามลักษณะการใช้ประโยชน์ต่างกัน เช่น
เกษตรกรรม อัตราภาษีปัจจุบัน ตั้งแต่ 0.01-0.1 เปอร์เซ็นต์
ที่ดินรกร้างว่างเปล่า อัตราภาษีปัจจุบัน ตั้งแต่ 0.3-0.7 เปอร์เซ็นต์...
และหากปล่อยรกร้างเป็นเวลานานติดต่อกัน 3 ปี จะปรับอัตราภาษีที่ดินรกร้างเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อีก 0.3 เปอร์เซ็นต์ ทุก 3 ปี แต่สูงสุดไม่เกิน 3 เปอร์เซ็นต์....
แน่นอนว่าการเป็นการกระตุ้นให้ผู้ครอบครองที่ดินใช้ประโยชน์จากที่ดิน ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม เพิ่มรายได้เข้ารัฐบาลนำไปสู่การพัฒนาประเทศ
.
แต่ผลที่ได้กลับกลายเป็นว่ากฎหมายนี้ยิ่งเอื้อประโยชน์ให้คนรวย จนเกิดบริษัทรับจ้างพัฒนาที่ดินรกร้าง เปลี่ยนพื้นที่รกร้างให้เป็นพื้นที่การเกษตร
เห็นได้จากพื้นที่ต่าง ๆ มีการลงกล้วย ลงมะนาว กันยกใหญ่เพื่อหลีกเลี่ยงภาษี
กฎหมายตัวนี้จึงไม่สามารถทำตามได้ในสิ่งที่หวังไว้ หนำซ้ำตัวบทกฎหมายนี้ ยังไปซ้ำเติมทำให้ความหลากหลายทางชีวภาพลดลง
เนื่องจากการตีความหมายของคำว่า ‘ที่รกร้าง’ กลับสร้างปัญหาแก่พื้นที่ที่มีสภาพเป็นป่าอยู่แล้ว หรือกำลังฟื้นคืนสภาพ
ต้องถูกแปรสภาพเป็นสวนกล้วย สวนมะนาว หรือสวนป่า เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีจึงเป็นการทำลายความหลากหลายทางชีวภาพครั้งใหญ่ ...........
ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว พื้นที่รกร้าง ที่ถูกมองว่าไม่ได้ใช้ประโยชน์ แท้จริงแล้วมันมีประโยชน์ในตัวของมันเอง
เป็นแหล่งระบบนิเวศขนาดเล็กให้สัตว์นานาชนิด แหล่งดูดซับคาร์บอน
ทั้งยังเป็น Ecology Corridor หรือสะพานระบบนิเวศ ที่เปิดทางให้พรรณไม้ท้องถิ่นได้กลับมาเจริญเติบโตได้ด้วยตนเองหรือผ่านการปลูกใหม่
เพื่อคุ้มครองพันธุกรรมของพันธุ์พืชเหล่านี้จากการคุกคามของพืชต่างถิ่น
ทั้งยังช่วยให้สัตว์บางชนิดอย่าง นกย้ายถิ่น นกอพยพ ได้มีที่พักที่หากิน ป้องกันการสูญพันธุ์อีกด้วย
.
หากมองในแง่ของเศรษฐกิจ พื้นที่เหล่านี้คงถือไม่ว่าไม่มีมูลค่าและเกิดประโยชน์ใด ๆ
ผู้คนที่มีพื้นที่จึงต้องเข้ามาจัดการกับพื้นที่เหล่านี้เพื่อหลีกเลี่ยงภาษี
แต่ก็มีกลุ่มคนบางคนที่ยอมรักษาพื้นที่ตรงนี้ไว้ไม่ทำอะไร หากแต่ใช่ว่าทุกคนจะยอมเสียภาษีแพงๆ แบบนั้นได้ ในคือในแง่ของตัวเงิน
แต่ในแง่สิ่งแวดล้อมนั้นพื้นที่เหล่านี้ล้วนมีประโยชน์ต่อระบบนิเวศและต่อตัวเรา โดยที่เราไม่ต้องเข้าไปทำอะไร หรือเสียเงินเพื่อลงทุนจัดการ
.
การปรับนิยามของคำว่า ‘ที่ดิน’ ให้มีข้อยกเว้นที่ดินบางพื้นที่ ที่ควรค่าเก็บไว้ไม่ควรแก่การพัฒนาควรเป็นที่ควรยกขึ้นมาพิจารณาก่อนพื้นที่เหล่านี้จะกลายเป็นเพียงสวนกล้วย สวนมะนาว
.
#มูลนิธิสืบนาคะเสถียร