📌 ไทยเตรียมถอดโมเดล “Hometown Tax” ระบบภาษีของญี่ปุ่นมาใช้
ลดความเหลื่อมล้ำ กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น
.
เมื่อโอกาสกระจุกอยู่ในเมือง ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ คนเก่งและแรงงานหลั่งไหลเข้าเมืองเพื่อมาเรียน หรือทำงาน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้เมืองหลวงยิ่งขยายตัว จากเศรษฐกิจที่เติบโตขึ้นตลอด
ส่งผลให้บริการสาธารณะเข้าถึงง่าย
.
ขณะเดียวกัน หลายพื้นที่ต่างจังหวัดกลับสูญเสียกำลังคน จนทำให้ฐานเศรษฐกิจในชุมชนอ่อนแรง รวมถึงงบประมาณเพื่อพัฒนาพื้นที่ก็ไม่เพียงพอเพื่อแก้ปัญหาที่ซับซ้อน
.
⚫️ Hometown Tax คืออะไร ทำไมต้องมี ?
.
แนวคิดนโยบาย “Hometown Tax” กำลังถูกผลักดันร่างกฎหมายโดยกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นการจัดสรรรายได้จากภาษีเงินได้ส่วนหนึ่งกลับสู่ท้องถิ่น และเปิดให้ประชาชนบริจาคเงินเพื่อพัฒนาบ้านเกิดได้โดยตรง
.
ที่มีข้อเสนอสำคัญคือการคืนภาษีให้บ้านเกิด โดยนำภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 10% ส่งกลับไปยังพื้นที่ภูมิลำเนาของผู้เสียภาษี เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีงบประมาณไปพัฒนาพื้นที่ของตัวเองได้โดยตรง
.
นอกจากนี้ รัฐยังเปิดทางให้ประชาชนและเอกชน บริจาคเงินเพื่อพัฒนาท้องถิ่นได้ง่ายขึ้น โดยที่ผู้สนับสนุนจะได้รับสิทธิพิเศษ เช่น ลดหย่อนภาษีเงินได้ และลดหย่อนภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
รวมถึงอาจได้รับของที่ระลึกเป็นสินค้าจากชุมชนเพื่อตอบแทนการบริจาค
.
ซึ่งกำหนดสัดส่วนมูลค่าของสมนาคุณให้เหมาะสม เช่น กำหนดที่ 30% ของเงินบริจาคคล้ายกับญี่ปุ่น เพื่อให้ชุมชนมีทุนเหลือหลังหักค่าใช้จ่าย
.
⚫️ จะดีไหมถ้าเราเป็นอีกแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยพัฒนาบ้านเกิด แม้ย้ายมาเมืองใหญ่ ?
.
ระบบแบบนี้ จะช่วยให้เงินภาษีที่เราจ่ายอยู่แล้วสามารถกลับไปสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้มากขึ้น ผ่านการจัดสรรของหน่วยงานในท้องถิ่น เช่น การสนับสนุนโรงเรียนในพื้นที่ให้มีอุปกรณ์การเรียนที่ทันสมัย การให้ทุนการศึกษาสำหรับเด็กที่ขาดโอกาส รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นในชุมชน
.
สร้างโอกาสให้คนในท้องถิ่นมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ช่วยลดอัตราการย้ายเข้าเมือง เพื่อให้คนเก่งได้ทำงานอยู่ใกล้บ้าน และส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่ตัวเองมากขึ้น
.
โดยระยะแรก จะทดลองใช้กับพื้นที่ที่กำหนดก่อน เพื่อให้ภาครัฐสามารถติดตามประสิทธิภาพของนโยบายได้ใกล้ชิด เข้าใจปัญหา และหาแนวทางแก้ไขก่อนประกาศใช้จริง ซึ่งอาจทดลองใช้กับจังหวัดที่มีรายได้ต่อหัวจำนวนน้อยใน 10 อันดับแรก
.
สุดท้ายนโยบายนี้จะสร้างประโยชน์ได้แค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับว่าเงื่อนไขถูกออกแบบมาอย่างไร ครอบคลุมมากพอหรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องจับตาดูกันต่อไป เพราะต้องทำให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์อย่างเป็นธรรมมากที่สุด
.
TechMovement
CR⬇️
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ https://www.facebook.com/techmovementofficial/photos/-ไทยเตรียมถอดโมเดล-hometown-tax-ระบบภาษีของญี่ปุ่นมาใช้ลดความเหลื่อมล้ำ-กระตุ้นเ/925789069972588/?set=a.173073255244177&http_ref=eyJ0cyI6MTc3MTAzNTY5MzAwMCwiciI6Imh0dHBzOlwvXC93d3cuZmFjZWJvb2suY29tXC9zaGFyZVwvMUdNc0FaUG5pZFwvP21pYmV4dGlkPXd3WElmciJ9
เมื่อโอกาสกระจุกอยู่ในเมือง !!! ไทยเตรียมถอดโมเดล “Hometown Tax” ระบบภาษีของญี่ปุ่นมาใช้
ลดความเหลื่อมล้ำ กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น
.
เมื่อโอกาสกระจุกอยู่ในเมือง ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ คนเก่งและแรงงานหลั่งไหลเข้าเมืองเพื่อมาเรียน หรือทำงาน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้เมืองหลวงยิ่งขยายตัว จากเศรษฐกิจที่เติบโตขึ้นตลอด
ส่งผลให้บริการสาธารณะเข้าถึงง่าย
.
ขณะเดียวกัน หลายพื้นที่ต่างจังหวัดกลับสูญเสียกำลังคน จนทำให้ฐานเศรษฐกิจในชุมชนอ่อนแรง รวมถึงงบประมาณเพื่อพัฒนาพื้นที่ก็ไม่เพียงพอเพื่อแก้ปัญหาที่ซับซ้อน
.
⚫️ Hometown Tax คืออะไร ทำไมต้องมี ?
.
แนวคิดนโยบาย “Hometown Tax” กำลังถูกผลักดันร่างกฎหมายโดยกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นการจัดสรรรายได้จากภาษีเงินได้ส่วนหนึ่งกลับสู่ท้องถิ่น และเปิดให้ประชาชนบริจาคเงินเพื่อพัฒนาบ้านเกิดได้โดยตรง
.
ที่มีข้อเสนอสำคัญคือการคืนภาษีให้บ้านเกิด โดยนำภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 10% ส่งกลับไปยังพื้นที่ภูมิลำเนาของผู้เสียภาษี เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีงบประมาณไปพัฒนาพื้นที่ของตัวเองได้โดยตรง
.
นอกจากนี้ รัฐยังเปิดทางให้ประชาชนและเอกชน บริจาคเงินเพื่อพัฒนาท้องถิ่นได้ง่ายขึ้น โดยที่ผู้สนับสนุนจะได้รับสิทธิพิเศษ เช่น ลดหย่อนภาษีเงินได้ และลดหย่อนภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
รวมถึงอาจได้รับของที่ระลึกเป็นสินค้าจากชุมชนเพื่อตอบแทนการบริจาค
.
ซึ่งกำหนดสัดส่วนมูลค่าของสมนาคุณให้เหมาะสม เช่น กำหนดที่ 30% ของเงินบริจาคคล้ายกับญี่ปุ่น เพื่อให้ชุมชนมีทุนเหลือหลังหักค่าใช้จ่าย
.
⚫️ จะดีไหมถ้าเราเป็นอีกแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยพัฒนาบ้านเกิด แม้ย้ายมาเมืองใหญ่ ?
.
ระบบแบบนี้ จะช่วยให้เงินภาษีที่เราจ่ายอยู่แล้วสามารถกลับไปสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้มากขึ้น ผ่านการจัดสรรของหน่วยงานในท้องถิ่น เช่น การสนับสนุนโรงเรียนในพื้นที่ให้มีอุปกรณ์การเรียนที่ทันสมัย การให้ทุนการศึกษาสำหรับเด็กที่ขาดโอกาส รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นในชุมชน
.
สร้างโอกาสให้คนในท้องถิ่นมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ช่วยลดอัตราการย้ายเข้าเมือง เพื่อให้คนเก่งได้ทำงานอยู่ใกล้บ้าน และส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่ตัวเองมากขึ้น
.
โดยระยะแรก จะทดลองใช้กับพื้นที่ที่กำหนดก่อน เพื่อให้ภาครัฐสามารถติดตามประสิทธิภาพของนโยบายได้ใกล้ชิด เข้าใจปัญหา และหาแนวทางแก้ไขก่อนประกาศใช้จริง ซึ่งอาจทดลองใช้กับจังหวัดที่มีรายได้ต่อหัวจำนวนน้อยใน 10 อันดับแรก
.
สุดท้ายนโยบายนี้จะสร้างประโยชน์ได้แค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับว่าเงื่อนไขถูกออกแบบมาอย่างไร ครอบคลุมมากพอหรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องจับตาดูกันต่อไป เพราะต้องทำให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์อย่างเป็นธรรมมากที่สุด
.
TechMovement
CR⬇️
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้