ทำไมไทยถึงเหมาะลงทุนสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้ามากสุดในภูมิภาคนี้ครับ

อะไรคือข้อได้เปรียบหรือข้อดีที่ไทยมีและเหมาะกว่าชาติอื่นๆในอาเซี่ยนในด้านการตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับเป็นฮับในแถบนี้ครับเพราะอะไร

สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 12
ผมว่าคนไทยบางคนต้อง Reflash สมองตัวเองใหม่นะ เพราะดูเหมือนจะถูกล้างสมองตั้งโปรแกรมกันมาจากที่ไหนก็ไม่รู้ว่าไทยไม่เหมาะจะเป็นฐานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า แต่ไปเชิดชูยกหางอินโดนีเซียที่มีปัญญาทำได้แค่เซลล์แบตเตอรี่เพราะมีวัตถุดิบกับค่าแรงที่มันไม่ใช่นัยสำคัญของต้นทุนการผลิตรถยนต์ชนิดใหม่หรือที่ใช้เทคโนโลยีสูงๆเลยซักนิดแค่นั้น

ไทย เหมาะสมจะเป็นฐานผลิต BEV มากที่สุดใน ASEAN แล้วเพราะ

1. ไทย มีปริมาณ จำนวน ชนิด และความหลากหลาย ของห่วงงโซ่อุปทานชิ้นส่วนรถยนต์ซึ่งรวมถึงชิ้นส่วน BEV ด้วยมากที่สุดใน ASEAN เมื่อมีชิ้นส่วนมากก็สามารถหา Local Content ได้มาก เมื่อมี Local Content ได้ตามสัดส่วนที่รัฐบาลกำหนดก็สามารถประกอบรถยนต์แล้วขายในประเทศไทยได้โดยไม่เสียภาษีนำเข้า และถึงจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้านำเข้าที่ไม่เสียภาษีจากประเทศจีนก็ยังต้องการชิ้นส่วนที่มี Domestic Production เพื่อสร้างโรงงานประกอบรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยอยู่ดีเพราะสามารถตอบสนองการส่งมอบจำนวนมากในระยะเวลาอันสั้นได้ ไม่เหมือนกับการนำเข้า

2. ไทย มีขีดความสามารถของระบบ Logistics ในอุตสาหกรรมยานยนต์มากที่สุดใน ASEAN ยิ่งช่วงเวลา COVID และสถานการณ์ขาดแคลน Semicon ที่ผ่านมายิ่งตอกย้ำว่าไทยเหนือชั้นกว่าประเทศอื่นใน ASEAN มากมาย ทั้งภูมิศาสตร์ ทั้งระบบการขนส่งทางน้ำ อากาศ ถนน และราง ที่สามารถเชื่อมต่อกับห่วงโซ่อุปทานชิ้นส่วนยานยนต์ขนาดใหญ่ของโลกโดยเฉพาะจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดใน ASEAN

3. ไทย มีหน่วยงาน R&D ของบริษัทรถยนต์และชิ้นส่วนจำนวนมากมาย มากกว่าอินโดนีเซีย มาเลเเซีย เวียดนาม ชนิดไม่เห็นฝุ่น ซึ่งหน่วยงาน R&D จำเป็นอย่างยิ่งต่อการผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ชนิดใหม่ๆ หรือใช้เทคโนโลยีใหม่ เพราะโรงงานผลิตทั้งรถและชิ้นส่วนต้องการการสนับสนุนด้านการออกแบบและพัฒนาในกระบวนการเตรียมการผลิตและหลังการผลิตมากกว่ารถยนต์ทั่วๆไปที่มีวางขายอยู่แล้ว

4. ไทย มีตลาดในประเทศขนาดใหญ่อันดับ 2 และมีกำลังซื้อติด 1 ใน 3 ของ ASEAN ทำให้มีตลาดในประเทศที่น่าลงทุน เสริมกับตลาดส่งออกที่ไทยเป็นฐานผลิตรถยนต์เพื่อส่งออกไปยัง ANZ, ตะวันออกกลาง, แคริบเบียน, เอเชียใต้ (ยกเว้นอินเดีย), เอเชียกลาง, ละตินอเมริกา อยู่แล้ว ทำให้การลงทุนในประเทศไทยยิ่งคุ้มค่าเพราะมี Commit Volume สูงมาก (Dom = 50% Exp = 50%) คือรถยนต์มันไม่ใช่รองเท้าหรือเสื้อเชิ้ตที่ไปตั้งฐานผลิตที่ไหนก็ส่งออกไปขายได้ทั่วโลก อย่างโรงงานในอินโดนีเซียจู่ๆจะส่งรถไปขายใน ANZ ก็ไม่มีใครยอมรับเพราะมาตรฐานการผลิตไม่ผ่าน มี FTA ที่รถยนต์สามารถใช้สิทธิพิเศษทางการค้าได้หรือไม่ และที่สำคัญที่สุดเลยคือโรงงานในอินโดนีเซียมีหน่วยงานที่มีความสามารถสนับสนุนการรับประกันการขายในต่างประเทศได้ไม่ เพราะปัญหาที่ปวดหัวที่สุดของโรงงานรถยนต์คืองานเคลมจากต่างประเทศ การที่จะมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่นี้ได้มันไม่ใช่แค่ตั้งขึ้นมาแต่มันต้องมีบุคลากรที่มีประสบการณ์อันยาวนาน

5. ไทย มีนโยบายส่งเสริมการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศที่เป้นรูปธรรมและก้าวหน้ามากที่สุดใน ASEAN เพราะคู่แข่งอย่างมาเลเซียนั้นตลาดเล็กกว่าไทยเกือบ 40% แถมรัฐบาลยังมีปัญหากับเรื่องน้ำมันเพราะมาเลเซียเป็นผู้ส่งออกน้ำมันแถมยัง Subsidy ราคาน้ำมันจนประชาชนเคยตัวไปแล้วไม่ต้องการเปลี่ยนไปใช้พลังงานอย่างอื่น ส่วนอินโดนีเซียกำลังซื้อต่ำ มาตรฐานการผลิตก็ต่ำ ตลาดในประเทศใหญ่กว่าไทยแค่นิดเดียว ตลาดส่งออกแทบไม่มี การส่งเสริมของรัฐบาลก็ทำไม่เต็มที่ ล่าสุดเพิ่งจะออกมาตรการส่งเสริมตามหลังไทยออกมานี่เอง

ทั้งหมดทั้งมวลไม่ต้องอะไรมาก การที่บริษัทรถยนต์ทั้งญี่ปุ่น จีน ยุโรป อเมริกา ต่างเริ่มสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าหรือมีแผนงานที่เป็นรูปธรรมในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ก็น่าจะเป็นคำตอบให้เจ้าของกระทู้ได้แล้วว่าไทยเหมาะสมจะเป็นฐานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าหรือไม่ เพราะโรงงานรถยนต์เค้าไม่ได้เล่นขายของเค้าลงทุนกันจริงๆเป็นพันเป็นหมื่นล้านบาท ดังนั้นก่อนจะมาลงทุนในประเทศไทยเค้าย่อมศึกษาข้อดีข้อเสียเพื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆใน ASEAN มาทุกมิติแล้ว ต่างจากประชาชนชาวเน็ตที่ไปอ่านจากแค่เพจบางเพจ บทความบางบทความ หรือ Infographic ที่ทำขึ้นโดยคนที่รู้ไม่จริงมา แล้วชอบมาตอบว่าไทยสู้ประเทศเพื่อนบ้านไม่ได้ ทั้งๆที่ความจริงที่ปรากฎออกมาตรงหน้ามันคือไทยชนะขาดลอยชนิดไม่เห็นฝุ่น
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่