จีนงัดอาวุธใหม่! "ดาบเงิน" ที่พร้อมฟาดคู่แข่งทางการค้าแบบจุกๆ
เมื่อจีนควบคุมการผลิตแร่เงินถึง 70% ของโลก และกำลังจะจำกัดการส่งออก
ทำไมต้องกลัว? เพราะแร่เงินคือตัวนำไฟฟ้าที่ดีที่สุดในโลก อุตสาหกรรมทุกอย่าง
ตั้งแต่โซลาร์เซลล์ EV Data Center ไปจนถึงอิเล็กทรอนิกส์ทางการทหาร ล้วนต้องใช้!
ปีที่แล้วราคาเงินพุ่ง 150% แซงทองคำที่ขึ้นแค่ 70%
แล้วจีนจะบีบโลกตะวันตกได้จริงไหม? มาฟังทรายวิเคราะห์ในคลิปนี้!
หลายคนอาจจะสงสัยว่า ทองกับแร่เงินต่างกันยังไง ก็แร่เหมือนกัน แต่ทำไมทองถึงดูเป็นที่นิยมมากกว่า
แล้วแร่เงินล่ะ มีข้อดีอะไรบ้าง วันนี้พี่ทุยจะมาเปรียบเทียบให้ดูกันแบบชัด ๆ เลยฮะ
การลงทุนในโลหะมีค่าเป็นทางเลือกหนึ่งที่นักลงทุนหลายคนสนใจ เพราะช่วยป้องกันความเสี่ยงจาก
เงินเฟ้อและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ แต่การเลือกว่าจะลงทุนในทองหรือแร่เงินนั้น
ต้องเข้าใจความแตกต่างระหว่างทั้งสองอย่างให้ชัดเจนก่อน มาดูกันเลยครับ
ความแตกต่างพื้นฐานระหว่างทองกับ แร่เงิน
ก่อนจะไปดูรายละเอียด พี่ทุยอยากอธิบายความแตกต่างพื้นฐานระหว่างทองกับแร่เงินก่อน
ทองเป็นโลหะมีค่าที่ใช้กันมานานหลายพันปี เป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งและอำนาจ ใช้เป็นเงินตรา
เครื่องประดับ และสินทรัพย์สำรองของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ทองมีคุณสมบัติพิเศษคือ ไม่เปลี่ยนสภาพง่าย
ไม่เป็นสนิม และหาได้ยาก ทำให้มีมูลค่าสูง
แร่เงินก็เป็นโลหะมีค่าเช่นกัน แต่มีการใช้งานที่แตกต่างออกไป นอกจากจะใช้ทำเครื่องประดับแล้ว
ยังใช้ในอุตสาหกรรมมากมาย เช่น อิเล็กทรอนิกส์ แผงโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ และอุปกรณ์ทางการแพทย์
เพราะมีคุณสมบัตินำไฟฟ้าและนำความร้อนได้ดีที่สุดในบรรดาโลหะทั้งหมด
ความแตกต่างหลักคือ ทองมุ่งเน้นไปที่การเป็นสินทรัพย์สำรอง ส่วนแร่เงินมีความสำคัญทั้งในด้านการลงทุน
และการใช้งานในอุตสาหกรรม ทำให้ปัจจัยที่มีผลต่อราคาของทั้งสองแตกต่างกันครับ
ผลตอบแทนแตกต่างกันอย่างไร

ที่มา
https://www.moneybuffalo.in.th
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้https://www.moneybuffalo.in.th/%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99/silver-vs-gold#:~:text=%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%20%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%20%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%20%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%87%20%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%20%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81%20%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%99,%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%A3%20%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%20%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%99%20%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B8%87%20%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%20%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%20%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A
ถ้ามองผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี จากปี 2020-2024 จะเห็นความแตกต่างชัดเจน
ทองให้ผลตอบแทน 12.08% ในขณะที่แร่เงินให้ผลตอบแทน 11.72% ดูเหมือนจะใกล้เคียงกัน
แต่พอมาดูความผันผวนก็เห็นภาพที่ต่างกันเลย
คือทองนี่ ด้วยความที่มันเป็นสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูง และใช้กันมานาน ทำให้ความผันผวน
ไม่รุนแรงมาก จากข้อมูลจะเห็นว่าปี 2021 ลงไปแค่ 3.80% ปี 2022 ลงอีกนิดหน่อยที่ 0.40%
แต่หลังจากนั้นก็กลับมาแรง ปี 2023 ขึ้น 13.80% และปี 2024 พุ่งไปที่ 26.60%
เป็นการเติบโตที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ จนมาปีนี้ที่ผลตอบแทนพุ่งกระฉูดทะลุฟ้า
เช่นกัน แร่เงินก็มีความผันผวนสูงไม่แพ้กัน ปี 2020 อยู่ที่ 46.80% สูงมาก แล้วปี 2021
ดิ่งลงไปที่ 12.80% ติดลบเลย ปี 2022 ขึ้นมาเล็กน้อยที่ 3.70% ปี 2023 ลงอีกที่ 0.60%
แล้วปี 2024 พุ่งขึ้นไปที่ 21.50% เห็นมั้ยว่าค่อนข้างสวิงเอาเรื่องอยู่นะ
นี่แสดงให้เห็นว่า แร่เงินมีความผันผวนสูงกว่าทองมาก เหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง
และมองหาโอกาสทำกำไรในระยะสั้น ส่วนทองเหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการความมั่นคงและความผันผวนต่ำครับ
แร่เงินมีความสำคัญทั้งในประวัติศาสตร์
เป็นสื่อกลางแลกเปลี่ยนและเครื่องประดับ และในยุคปัจจุบันเป็นโลหะที่ขาดไม่ได้
ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีพลังงานสะอาด (โซลาร์เซลล์, EV), อิเล็กทรอนิกส์,
และการแพทย์ เพราะมีคุณสมบัติการนำไฟฟ้าและความร้อนสูง จึงใช้ทำเซมิคอนดักเตอร์,
เซ็นเซอร์ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ อุตสาหกรรมทหาร และเป็นสินทรัพย์เพื่อ
การลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงในช่วงที่อุปทานจำกัด.
1. ความสำคัญในอดีต (ฐานะเงินตราและของมีค่า)
เงินตรา: ใช้เป็นสื่อกลางแลกเปลี่ยนและเก็บมูลค่ามานานหลายพันปี เป็น "เงินแท้"
ก่อนยุคเงินกระดาษ และเคยเป็นสกุลเงินแรกของโลกที่ใช้กันทั่วโลก.
เครื่องประดับ: ใช้ทำเครื่องประดับและของใช้มาตั้งแต่สมัยโบราณ.
2. ความสำคัญในปัจจุบัน (อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี)
พลังงานสะอาด: เป็นส่วนประกอบสำคัญในโซลาร์เซลล์ และแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV).
อิเล็กทรอนิกส์: ใช้ทำเซมิคอนดักเตอร์, ระบบเซ็นเซอร์ในรถยนต์ไฟฟ้า และอุปกรณ์ดิจิทัล.
การแพทย์: มีการนำไปใช้ในอุปกรณ์ทางการแพทย์.
อุตสาหกรรมอื่นๆ: ใช้ในงานอุตสาหกรรมที่ต้องการการนำไฟฟ้าและความร้อนสูง เช่น หน้าสัมผัสไฟฟ้า และฟิล์มถ่ายภาพ.
3. ความสำคัญด้านการลงทุน
ผลตอบแทนสูง: บางปีให้ผลตอบแทนสูงกว่าทองคำมาก (เช่น ปี 2020).
ความต้องการจริง: มีความต้องการใช้สูงในภาคอุตสาหกรรม ทำให้มีมูลค่าพื้นฐานแข็งแกร่ง ไม่ใช่แค่การเก็งกำไร.
สินทรัพย์หลบภัย: เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการกระจายความเสี่ยงทางการเงิน.
เข้าถึงง่าย: ราคาต่ำกว่าทองคำ ทำให้คนมีเงินน้อยก็ลงทุนได้
ข้อได้เปรียบของแร่เงิน มาดูกันว่าแร่เงินมีข้อดีอะไรบ้าง
ข้อดีแรกคือ ช่วงขาขึ้นให้ผลตอบแทนสูง จากข้อมูลจะเห็นว่า ในบางปีแร่เงินให้ผลตอบแทนสูง
กว่าทองมาก เช่น ปี 2020 ที่ให้ผลตอบแทน 46.80% ซึ่งสูงกว่าทองมาก ถ้าเข้าจังหวะได้ ก็จะได้กำไรมหาศาล
ข้อดีที่สองคือ ราคาถูก เข้าถึงง่าย ราคาแร่เงินต่ำกว่าทองมาก ทำให้คนที่มีเงินน้อยก็สามารถลงทุนได้
ไม่ต้องมีเงินเยอะเหมือนการซื้อทอง
ข้อดีที่สามคือ ความต้องการใช้สูง มูลค่าพื้นฐานดี แร่เงินไม่ได้ใช้แค่ทำเครื่องประดับ
แต่ยังใช้ในอุตสาหกรรมมากมาย เช่น อิเล็กทรอนิกส์ แผงโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ การแพทย์
ทำให้มีความต้องการใช้จริง ๆ ไม่ใช่แค่เก็งกำไร
ข้อดีที่สี่คือ เป็นที่นิยมในช่วงที่ขาดแคลน เมื่ออุปทานแร่เงินลดลง ราคาก็จะพุ่งขึ้น
เพราะความต้องการจากอุตสาหกรรมยังคงอยู่ ทำให้มีโอกาสทำกำไรสูงครับ
ข้อเสียของ แร่เงิน
แม้แร่เงินจะมีข้อดี แต่ก็มีข้อเสียที่ต้องระวัง
ข้อเสียแรกคือ ราคาผันผวนสูงมาก จากข้อมูลจะเห็นว่า ปีหนึ่งอาจขึ้น 46% แต่ปีถัดไปอาจลง 12%
ความผันผวนสูงมาก ไม่เหมาะกับคนที่รับความเสี่ยงไม่ได้ หรือคนที่ต้องการความมั่นคง
ข้อเสียที่สองคือ ขายคืนยาก ไม่มีสภาพคล่องเท่าทอง ในประเทศไทย ร้านทองส่วนใหญ่ไม่รับซื้อแร่เงิน
ต้องหาช่องทางพิเศษในการขาย อาจไม่สะดวกเท่าทอง
ข้อเสียที่สามคือ ราคาขึ้นกับอุตสาหกรรม ถ้าอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
แร่เงินก็จะได้รับผลกระทบ ราคาอาจลง ไม่เหมือนทองที่เป็นสินทรัพย์สำรองที่มั่นคง
ข้อเสียที่สี่คือ ต้องศึกษามาก เพราะมีปัจจัยที่มีผลต่อราคามากกว่าทอง ต้องติดตามข่าวอุตสาหกรรม
การผลิต อุปสงค์อุปทาน ต้องใช้เวลาในการศึกษาครับ
อ้าวเดี๋ยวนี้ .. มีแร่ .. เงินนับเป็นพี่ มีแค่ .. ทองนับเป็นน้อง แล้ว
เมื่อจีนควบคุมการผลิตแร่เงินถึง 70% ของโลก และกำลังจะจำกัดการส่งออก
ทำไมต้องกลัว? เพราะแร่เงินคือตัวนำไฟฟ้าที่ดีที่สุดในโลก อุตสาหกรรมทุกอย่าง
ตั้งแต่โซลาร์เซลล์ EV Data Center ไปจนถึงอิเล็กทรอนิกส์ทางการทหาร ล้วนต้องใช้!
ปีที่แล้วราคาเงินพุ่ง 150% แซงทองคำที่ขึ้นแค่ 70%
แล้วจีนจะบีบโลกตะวันตกได้จริงไหม? มาฟังทรายวิเคราะห์ในคลิปนี้!
หลายคนอาจจะสงสัยว่า ทองกับแร่เงินต่างกันยังไง ก็แร่เหมือนกัน แต่ทำไมทองถึงดูเป็นที่นิยมมากกว่า
แล้วแร่เงินล่ะ มีข้อดีอะไรบ้าง วันนี้พี่ทุยจะมาเปรียบเทียบให้ดูกันแบบชัด ๆ เลยฮะ
การลงทุนในโลหะมีค่าเป็นทางเลือกหนึ่งที่นักลงทุนหลายคนสนใจ เพราะช่วยป้องกันความเสี่ยงจาก
เงินเฟ้อและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ แต่การเลือกว่าจะลงทุนในทองหรือแร่เงินนั้น
ต้องเข้าใจความแตกต่างระหว่างทั้งสองอย่างให้ชัดเจนก่อน มาดูกันเลยครับ
ความแตกต่างพื้นฐานระหว่างทองกับ แร่เงิน
ก่อนจะไปดูรายละเอียด พี่ทุยอยากอธิบายความแตกต่างพื้นฐานระหว่างทองกับแร่เงินก่อน
ทองเป็นโลหะมีค่าที่ใช้กันมานานหลายพันปี เป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งและอำนาจ ใช้เป็นเงินตรา
เครื่องประดับ และสินทรัพย์สำรองของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ทองมีคุณสมบัติพิเศษคือ ไม่เปลี่ยนสภาพง่าย
ไม่เป็นสนิม และหาได้ยาก ทำให้มีมูลค่าสูง
แร่เงินก็เป็นโลหะมีค่าเช่นกัน แต่มีการใช้งานที่แตกต่างออกไป นอกจากจะใช้ทำเครื่องประดับแล้ว
ยังใช้ในอุตสาหกรรมมากมาย เช่น อิเล็กทรอนิกส์ แผงโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ และอุปกรณ์ทางการแพทย์
เพราะมีคุณสมบัตินำไฟฟ้าและนำความร้อนได้ดีที่สุดในบรรดาโลหะทั้งหมด
ความแตกต่างหลักคือ ทองมุ่งเน้นไปที่การเป็นสินทรัพย์สำรอง ส่วนแร่เงินมีความสำคัญทั้งในด้านการลงทุน
และการใช้งานในอุตสาหกรรม ทำให้ปัจจัยที่มีผลต่อราคาของทั้งสองแตกต่างกันครับ
ผลตอบแทนแตกต่างกันอย่างไร
ที่มา https://www.moneybuffalo.in.th
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ถ้ามองผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี จากปี 2020-2024 จะเห็นความแตกต่างชัดเจน
ทองให้ผลตอบแทน 12.08% ในขณะที่แร่เงินให้ผลตอบแทน 11.72% ดูเหมือนจะใกล้เคียงกัน
แต่พอมาดูความผันผวนก็เห็นภาพที่ต่างกันเลย
คือทองนี่ ด้วยความที่มันเป็นสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูง และใช้กันมานาน ทำให้ความผันผวน
ไม่รุนแรงมาก จากข้อมูลจะเห็นว่าปี 2021 ลงไปแค่ 3.80% ปี 2022 ลงอีกนิดหน่อยที่ 0.40%
แต่หลังจากนั้นก็กลับมาแรง ปี 2023 ขึ้น 13.80% และปี 2024 พุ่งไปที่ 26.60%
เป็นการเติบโตที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ จนมาปีนี้ที่ผลตอบแทนพุ่งกระฉูดทะลุฟ้า
เช่นกัน แร่เงินก็มีความผันผวนสูงไม่แพ้กัน ปี 2020 อยู่ที่ 46.80% สูงมาก แล้วปี 2021
ดิ่งลงไปที่ 12.80% ติดลบเลย ปี 2022 ขึ้นมาเล็กน้อยที่ 3.70% ปี 2023 ลงอีกที่ 0.60%
แล้วปี 2024 พุ่งขึ้นไปที่ 21.50% เห็นมั้ยว่าค่อนข้างสวิงเอาเรื่องอยู่นะ
นี่แสดงให้เห็นว่า แร่เงินมีความผันผวนสูงกว่าทองมาก เหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง
และมองหาโอกาสทำกำไรในระยะสั้น ส่วนทองเหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการความมั่นคงและความผันผวนต่ำครับ
แร่เงินมีความสำคัญทั้งในประวัติศาสตร์
เป็นสื่อกลางแลกเปลี่ยนและเครื่องประดับ และในยุคปัจจุบันเป็นโลหะที่ขาดไม่ได้
ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีพลังงานสะอาด (โซลาร์เซลล์, EV), อิเล็กทรอนิกส์,
และการแพทย์ เพราะมีคุณสมบัติการนำไฟฟ้าและความร้อนสูง จึงใช้ทำเซมิคอนดักเตอร์,
เซ็นเซอร์ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ อุตสาหกรรมทหาร และเป็นสินทรัพย์เพื่อ
การลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงในช่วงที่อุปทานจำกัด.
1. ความสำคัญในอดีต (ฐานะเงินตราและของมีค่า)
เงินตรา: ใช้เป็นสื่อกลางแลกเปลี่ยนและเก็บมูลค่ามานานหลายพันปี เป็น "เงินแท้"
ก่อนยุคเงินกระดาษ และเคยเป็นสกุลเงินแรกของโลกที่ใช้กันทั่วโลก.
เครื่องประดับ: ใช้ทำเครื่องประดับและของใช้มาตั้งแต่สมัยโบราณ.
2. ความสำคัญในปัจจุบัน (อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี)
พลังงานสะอาด: เป็นส่วนประกอบสำคัญในโซลาร์เซลล์ และแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV).
อิเล็กทรอนิกส์: ใช้ทำเซมิคอนดักเตอร์, ระบบเซ็นเซอร์ในรถยนต์ไฟฟ้า และอุปกรณ์ดิจิทัล.
การแพทย์: มีการนำไปใช้ในอุปกรณ์ทางการแพทย์.
อุตสาหกรรมอื่นๆ: ใช้ในงานอุตสาหกรรมที่ต้องการการนำไฟฟ้าและความร้อนสูง เช่น หน้าสัมผัสไฟฟ้า และฟิล์มถ่ายภาพ.
3. ความสำคัญด้านการลงทุน
ผลตอบแทนสูง: บางปีให้ผลตอบแทนสูงกว่าทองคำมาก (เช่น ปี 2020).
ความต้องการจริง: มีความต้องการใช้สูงในภาคอุตสาหกรรม ทำให้มีมูลค่าพื้นฐานแข็งแกร่ง ไม่ใช่แค่การเก็งกำไร.
สินทรัพย์หลบภัย: เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการกระจายความเสี่ยงทางการเงิน.
เข้าถึงง่าย: ราคาต่ำกว่าทองคำ ทำให้คนมีเงินน้อยก็ลงทุนได้
ข้อได้เปรียบของแร่เงิน มาดูกันว่าแร่เงินมีข้อดีอะไรบ้าง
ข้อดีแรกคือ ช่วงขาขึ้นให้ผลตอบแทนสูง จากข้อมูลจะเห็นว่า ในบางปีแร่เงินให้ผลตอบแทนสูง
กว่าทองมาก เช่น ปี 2020 ที่ให้ผลตอบแทน 46.80% ซึ่งสูงกว่าทองมาก ถ้าเข้าจังหวะได้ ก็จะได้กำไรมหาศาล
ข้อดีที่สองคือ ราคาถูก เข้าถึงง่าย ราคาแร่เงินต่ำกว่าทองมาก ทำให้คนที่มีเงินน้อยก็สามารถลงทุนได้
ไม่ต้องมีเงินเยอะเหมือนการซื้อทอง
ข้อดีที่สามคือ ความต้องการใช้สูง มูลค่าพื้นฐานดี แร่เงินไม่ได้ใช้แค่ทำเครื่องประดับ
แต่ยังใช้ในอุตสาหกรรมมากมาย เช่น อิเล็กทรอนิกส์ แผงโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ การแพทย์
ทำให้มีความต้องการใช้จริง ๆ ไม่ใช่แค่เก็งกำไร
ข้อดีที่สี่คือ เป็นที่นิยมในช่วงที่ขาดแคลน เมื่ออุปทานแร่เงินลดลง ราคาก็จะพุ่งขึ้น
เพราะความต้องการจากอุตสาหกรรมยังคงอยู่ ทำให้มีโอกาสทำกำไรสูงครับ
ข้อเสียของ แร่เงิน
แม้แร่เงินจะมีข้อดี แต่ก็มีข้อเสียที่ต้องระวัง
ข้อเสียแรกคือ ราคาผันผวนสูงมาก จากข้อมูลจะเห็นว่า ปีหนึ่งอาจขึ้น 46% แต่ปีถัดไปอาจลง 12%
ความผันผวนสูงมาก ไม่เหมาะกับคนที่รับความเสี่ยงไม่ได้ หรือคนที่ต้องการความมั่นคง
ข้อเสียที่สองคือ ขายคืนยาก ไม่มีสภาพคล่องเท่าทอง ในประเทศไทย ร้านทองส่วนใหญ่ไม่รับซื้อแร่เงิน
ต้องหาช่องทางพิเศษในการขาย อาจไม่สะดวกเท่าทอง
ข้อเสียที่สามคือ ราคาขึ้นกับอุตสาหกรรม ถ้าอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
แร่เงินก็จะได้รับผลกระทบ ราคาอาจลง ไม่เหมือนทองที่เป็นสินทรัพย์สำรองที่มั่นคง
ข้อเสียที่สี่คือ ต้องศึกษามาก เพราะมีปัจจัยที่มีผลต่อราคามากกว่าทอง ต้องติดตามข่าวอุตสาหกรรม
การผลิต อุปสงค์อุปทาน ต้องใช้เวลาในการศึกษาครับ