อ้าวเดี๋ยวนี้ .. มีแร่ .. เงินนับเป็นพี่ มีแค่ .. ทองนับเป็นน้อง แล้ว

กระทู้สนทนา
จีนงัดอาวุธใหม่! "ดาบเงิน" ที่พร้อมฟาดคู่แข่งทางการค้าแบบจุกๆ



เมื่อจีนควบคุมการผลิตแร่เงินถึง 70% ของโลก และกำลังจะจำกัดการส่งออก
ทำไมต้องกลัว? เพราะแร่เงินคือตัวนำไฟฟ้าที่ดีที่สุดในโลก อุตสาหกรรมทุกอย่าง
ตั้งแต่โซลาร์เซลล์ EV Data Center ไปจนถึงอิเล็กทรอนิกส์ทางการทหาร ล้วนต้องใช้!    

ปีที่แล้วราคาเงินพุ่ง 150% แซงทองคำที่ขึ้นแค่ 70%  เพี้ยนสะอื้น

แล้วจีนจะบีบโลกตะวันตกได้จริงไหม? มาฟังทรายวิเคราะห์ในคลิปนี้!

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

       หลายคนอาจจะสงสัยว่า ทองกับแร่เงินต่างกันยังไง ก็แร่เหมือนกัน แต่ทำไมทองถึงดูเป็นที่นิยมมากกว่า
แล้วแร่เงินล่ะ มีข้อดีอะไรบ้าง วันนี้พี่ทุยจะมาเปรียบเทียบให้ดูกันแบบชัด ๆ เลยฮะ

        การลงทุนในโลหะมีค่าเป็นทางเลือกหนึ่งที่นักลงทุนหลายคนสนใจ เพราะช่วยป้องกันความเสี่ยงจาก
เงินเฟ้อและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ แต่การเลือกว่าจะลงทุนในทองหรือแร่เงินนั้น
ต้องเข้าใจความแตกต่างระหว่างทั้งสองอย่างให้ชัดเจนก่อน มาดูกันเลยครับ
 
ความแตกต่างพื้นฐานระหว่างทองกับ แร่เงิน

        ก่อนจะไปดูรายละเอียด พี่ทุยอยากอธิบายความแตกต่างพื้นฐานระหว่างทองกับแร่เงินก่อน
ทองเป็นโลหะมีค่าที่ใช้กันมานานหลายพันปี เป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งและอำนาจ ใช้เป็นเงินตรา
เครื่องประดับ และสินทรัพย์สำรองของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ทองมีคุณสมบัติพิเศษคือ ไม่เปลี่ยนสภาพง่าย
ไม่เป็นสนิม และหาได้ยาก ทำให้มีมูลค่าสูง


        แร่เงินก็เป็นโลหะมีค่าเช่นกัน แต่มีการใช้งานที่แตกต่างออกไป นอกจากจะใช้ทำเครื่องประดับแล้ว
ยังใช้ในอุตสาหกรรมมากมาย เช่น อิเล็กทรอนิกส์ แผงโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ และอุปกรณ์ทางการแพทย์
เพราะมีคุณสมบัตินำไฟฟ้าและนำความร้อนได้ดีที่สุดในบรรดาโลหะทั้งหมด


ความแตกต่างหลักคือ ทองมุ่งเน้นไปที่การเป็นสินทรัพย์สำรอง ส่วนแร่เงินมีความสำคัญทั้งในด้านการลงทุน
และการใช้งานในอุตสาหกรรม ทำให้ปัจจัยที่มีผลต่อราคาของทั้งสองแตกต่างกันครับ
 
ผลตอบแทนแตกต่างกันอย่างไร


ที่มา https://www.moneybuffalo.in.th
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
          ถ้ามองผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี จากปี 2020-2024 จะเห็นความแตกต่างชัดเจน

ทองให้ผลตอบแทน 12.08% ในขณะที่แร่เงินให้ผลตอบแทน 11.72% ดูเหมือนจะใกล้เคียงกัน
แต่พอมาดูความผันผวนก็เห็นภาพที่ต่างกันเลย

          คือทองนี่ ด้วยความที่มันเป็นสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูง และใช้กันมานาน ทำให้ความผันผวน
ไม่รุนแรงมาก จากข้อมูลจะเห็นว่าปี 2021 ลงไปแค่ 3.80% ปี 2022 ลงอีกนิดหน่อยที่ 0.40%
แต่หลังจากนั้นก็กลับมาแรง ปี 2023 ขึ้น 13.80% และปี 2024 พุ่งไปที่ 26.60%
เป็นการเติบโตที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ จนมาปีนี้ที่ผลตอบแทนพุ่งกระฉูดทะลุฟ้า


เช่นกัน แร่เงินก็มีความผันผวนสูงไม่แพ้กัน ปี 2020 อยู่ที่ 46.80% สูงมาก แล้วปี 2021
ดิ่งลงไปที่ 12.80% ติดลบเลย ปี 2022 ขึ้นมาเล็กน้อยที่ 3.70% ปี 2023 ลงอีกที่ 0.60%

แล้วปี 2024 พุ่งขึ้นไปที่ 21.50% เห็นมั้ยว่าค่อนข้างสวิงเอาเรื่องอยู่นะ

           นี่แสดงให้เห็นว่า แร่เงินมีความผันผวนสูงกว่าทองมาก เหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง
และมองหาโอกาสทำกำไรในระยะสั้น ส่วนทองเหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการความมั่นคงและความผันผวนต่ำครับ


แร่เงินมีความสำคัญทั้งในประวัติศาสตร์

เป็นสื่อกลางแลกเปลี่ยนและเครื่องประดับ และในยุคปัจจุบันเป็นโลหะที่ขาดไม่ได้
ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีพลังงานสะอาด (โซลาร์เซลล์, EV), อิเล็กทรอนิกส์,
และการแพทย์ เพราะมีคุณสมบัติการนำไฟฟ้าและความร้อนสูง จึงใช้ทำเซมิคอนดักเตอร์,
เซ็นเซอร์ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ อุตสาหกรรมทหาร และเป็นสินทรัพย์เพื่อ
การลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงในช่วงที่อุปทานจำกัด. 


1. ความสำคัญในอดีต (ฐานะเงินตราและของมีค่า)

เงินตรา: ใช้เป็นสื่อกลางแลกเปลี่ยนและเก็บมูลค่ามานานหลายพันปี เป็น "เงินแท้"
ก่อนยุคเงินกระดาษ และเคยเป็นสกุลเงินแรกของโลกที่ใช้กันทั่วโลก.

เครื่องประดับ: ใช้ทำเครื่องประดับและของใช้มาตั้งแต่สมัยโบราณ. 

2. ความสำคัญในปัจจุบัน (อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี)

พลังงานสะอาด: เป็นส่วนประกอบสำคัญในโซลาร์เซลล์ และแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV).

อิเล็กทรอนิกส์: ใช้ทำเซมิคอนดักเตอร์, ระบบเซ็นเซอร์ในรถยนต์ไฟฟ้า และอุปกรณ์ดิจิทัล.

การแพทย์: มีการนำไปใช้ในอุปกรณ์ทางการแพทย์.

อุตสาหกรรมอื่นๆ: ใช้ในงานอุตสาหกรรมที่ต้องการการนำไฟฟ้าและความร้อนสูง เช่น หน้าสัมผัสไฟฟ้า และฟิล์มถ่ายภาพ. 

3. ความสำคัญด้านการลงทุน

ผลตอบแทนสูง: บางปีให้ผลตอบแทนสูงกว่าทองคำมาก (เช่น ปี 2020).

ความต้องการจริง: มีความต้องการใช้สูงในภาคอุตสาหกรรม ทำให้มีมูลค่าพื้นฐานแข็งแกร่ง ไม่ใช่แค่การเก็งกำไร.

สินทรัพย์หลบภัย: เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการกระจายความเสี่ยงทางการเงิน.

เข้าถึงง่าย: ราคาต่ำกว่าทองคำ ทำให้คนมีเงินน้อยก็ลงทุนได้


ข้อได้เปรียบของแร่เงิน   มาดูกันว่าแร่เงินมีข้อดีอะไรบ้าง

   ข้อดีแรกคือ ช่วงขาขึ้นให้ผลตอบแทนสูง จากข้อมูลจะเห็นว่า ในบางปีแร่เงินให้ผลตอบแทนสูง
กว่าทองมาก เช่น ปี 2020 ที่ให้ผลตอบแทน 46.80% ซึ่งสูงกว่าทองมาก ถ้าเข้าจังหวะได้ ก็จะได้กำไรมหาศาล

   ข้อดีที่สองคือ ราคาถูก เข้าถึงง่าย ราคาแร่เงินต่ำกว่าทองมาก ทำให้คนที่มีเงินน้อยก็สามารถลงทุนได้
ไม่ต้องมีเงินเยอะเหมือนการซื้อทอง

    ข้อดีที่สามคือ ความต้องการใช้สูง มูลค่าพื้นฐานดี แร่เงินไม่ได้ใช้แค่ทำเครื่องประดับ
แต่ยังใช้ในอุตสาหกรรมมากมาย เช่น อิเล็กทรอนิกส์ แผงโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ การแพทย์
ทำให้มีความต้องการใช้จริง ๆ ไม่ใช่แค่เก็งกำไร

    ข้อดีที่สี่คือ เป็นที่นิยมในช่วงที่ขาดแคลน เมื่ออุปทานแร่เงินลดลง ราคาก็จะพุ่งขึ้น
เพราะความต้องการจากอุตสาหกรรมยังคงอยู่ ทำให้มีโอกาสทำกำไรสูงครับ
 
ข้อเสียของ แร่เงิน

            แม้แร่เงินจะมีข้อดี แต่ก็มีข้อเสียที่ต้องระวัง

  ข้อเสียแรกคือ ราคาผันผวนสูงมาก จากข้อมูลจะเห็นว่า ปีหนึ่งอาจขึ้น 46% แต่ปีถัดไปอาจลง 12%
ความผันผวนสูงมาก ไม่เหมาะกับคนที่รับความเสี่ยงไม่ได้ หรือคนที่ต้องการความมั่นคง

  ข้อเสียที่สองคือ ขายคืนยาก ไม่มีสภาพคล่องเท่าทอง ในประเทศไทย ร้านทองส่วนใหญ่ไม่รับซื้อแร่เงิน
ต้องหาช่องทางพิเศษในการขาย อาจไม่สะดวกเท่าทอง

   ข้อเสียที่สามคือ ราคาขึ้นกับอุตสาหกรรม ถ้าอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
แร่เงินก็จะได้รับผลกระทบ ราคาอาจลง ไม่เหมือนทองที่เป็นสินทรัพย์สำรองที่มั่นคง

   ข้อเสียที่สี่คือ ต้องศึกษามาก เพราะมีปัจจัยที่มีผลต่อราคามากกว่าทอง ต้องติดตามข่าวอุตสาหกรรม
การผลิต อุปสงค์อุปทาน ต้องใช้เวลาในการศึกษาครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่