เด็กน้อยนักล่าฝันทหารบกกับปัญหาหลายอย่างที่คอยทำให้ฝันไปไม่ถึง

สวัสดีผู้อ่านทุกคนครับ ผมมีเรื่องราวที่เป็นปัญหาทุกข์ใจของผมมาแบ่งปันให้ทุกคนได้อ่านครับ 
 ผมต้องขอเกรินก่อนว่า ผมมีความฝันที่อยากเป็นทหาร คิดไว้ว่าเรียนจบ ม.6 จะไปเรียนต่อนายสิบ 
 ขณะนี้ผมเรียนอยู่ระดับชั้น ม.4 แล้วก็มีปัญหาที่คอยทำให้ชีวิตประจำวันของผมไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลย
 คือการที่เราไม่มีเพื่อนคบนั่นครับเอง เรื่องราวมีอยู่ว่า ผมทะเลาะกับคนในห้องนิดนึง แต่ผมเป็นฝ่ายผิด
 ผมก็ขอโทษเขาไป แต่เหมือนเขาจะไม่จบ เขาเอาเพื่อนในกลุ่มเขามาเกลียดผมด้วย จนพากันมาเกลียด
 ผมทั้งห้อง ชีวิตวัยเรียนผมแต่ละวันยากลำบากมาก งานของแต่วิชาของผมก็มีแต่งานกลุ่มที่ต้องใช้แรงคน
 เยอะมากๆ แล้วครูก็ไม่ให้ผมทำงานกลุ่มคนเดียว ผมเป็นคนที่ดีกับเพื่อนมากๆ แต่พอมีคนมารุมเกลียด
 ผมก็พอทำใจไม่ค่อยได้ ทีนี้ผมปรึกษากับพ่อแม่ของผมเรื่องนี้ พวกเค้าก็ไม่ยอมฟังเหตุผลของผม
 แล้วก็บอกว่าเรียนๆไปเถอะเดี๋ยวก็จบ โดยไม่ถามว่าผมมีความสุขไหมบ้างเลย ผมพยายามพูดกับพ่อแม่
 ดีๆแล้ว แต่เหมือนจะไม่ได้ผล ครอบครัวของผมฐานะไม่ค่อยจะดีเสียเท่าไหร่ ผมก็พยายามลองคุยกับ
 พวกท่านดูเรื่องย้ายโรงเรียน ว่าผมมีความสนใจเรื่องโรงเรียนช่างฝีมือทหาร พวกท่านเขาก็บอกว่า
 ถ้าอยากเรียนก็ลองค้นหาข้อมูลดูสิว่าต้องเตรียมอะไรไปบ้างอย่างไร และผมก็บอกพวกท่านเขาไปว่า
 ค่าเทอม เทอมแรกที่ต้องจ่ายสี่หมื่นนะ เขาก็ตะคอกมาเลยว่า โอ้ย ค่าเทอมแพงขนาดนี้ไม่มีปัญญาจ่ายหรอก
 ตอนนั้นเหมือนฝันผมจบสิ้นเลยครับ ผมขอร้องพวกท่านแต่เค้าก็ไม่ยอมฟังผมบ้างสักครั้งเลย
 แต่เขาเลือกที่บอกกับผมว่าก็ทำตัวอย่างนี้ไง ก็เลยไม่มีใครคบ ผมเครียดมาก ผมเก็บความเครียดไว้คนเดียว
 แล้วพยายามกัดฟันยิ้มสู้เผื่ออะไรๆมันจะดีขึ้น แต่ผลปรากฏว่าแย่ลงกว่าเดิม ผมโดนเพื่อนในห้องด่าว่านินทาแรงกว่า
 เดิมมาก แล้วก็โดนเเพื่อนสนิทที่ผมเคยอยู่เป็นเพื่อนเค้าตอนที่เค้าไม่มีเพื่อนทิ้ง ผมคิดว่าสังคมสมัยนี้มันโหดร้าย
 มันมีคนที่ใจดีและจริงใจกับเราแค่ไม่กี่คนหรอก ตอนนี้งานผมก็เริ่มที่จะตามไม่ทัน แล้วก็ลาหยุดเยอะ อารมณ์เครียดๆ
 ส่วนมากผมก็เอาไปลงกับฟิตเนส แต่ก็กลับมาร้องไห้ที่บ้านทุกวัน ทุกวันนี้ผมไม่ค่อยมีความสุขเลย แม้แต่ครอบครัวผม
 ก็ไม่ค่อยอบอุ่นสักเท่าไหร่ ผมก็อยากที่จะทำให้พวกท่านภูมิใจ อยากทำตามความฝันของตัวเอง แต่เหมือนทุกอย่างจะ
 ไม่เป็นใจให้เลย ผมคิดอยู่ว่าผมจะดรอปเรียนไปเรียนม.4ใหม่ดีไหม เพราะจะได้ไปเจอสังคมใหม่ แต่เหมือนมันจะเสียเวลา
 ชีวิต ผมอยากทำงานที่จะสามารถคอยส่งผมเรียนโรงเรียนช่างฝืมือทหารได้ เคยถามพวกท่านเรื่องทำงานตอนปิดเทอมดู
 แต่พวกท่านเขาก็บอกผมว่า สภาพแบบนี้ใครเขาจะรับไปทำงาน ตอนนั้นผมรู้สึกเสียใจที่พ่อแม่ไม่เคยพูดดีกับผมสักครั้งบ้างเลย
 แม้แต่คำให้กำลังใจก็ไม่มี มีแต่บอกเปรียบเทียบผมกับลูกบ้านอื่น 
 
จบแล้วครับ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านกระทู้ของผมนะครับ 
ช่องทางติดต่อ
LINE : banknumnak
Facebook : Perapat Numnak Bank
เบอร์โทร 0967173933 (คุณแบงค์)
แก้ไขข้อความเมื่อ

คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 2
รู้สึกได้ถึงวัยรุ่น ให้เพื่อนเต็มร้อย แต่ ให้ตัวเองน้อยเดียว

คำตอบ ไม่ควรคิดไรมากหลอก  เรียนให้จบ ม.6 ไปก่อนเป็นพื้นฐาน ไว้ก่อนเพื่อเปลี่ยนใจ

แล้วหัดหามุมมองที่ทำเพื่อตัวเอง รู้ว่าผิดอะไรก็ไม่ต้องไปตามง้อขอโทษขอกลับไปเข้าร่วม แต่ผิดก็รู้จักผิดเขาไม่คบก็คบแค่ตัวเอง อึดอัดมันเป็นเรื่องปกติ แต่มันก็แค่กี่ปีเองอะ 3 ปีหรอ เดี๋ยวมันก็จบแยกย้ายไปตามทางมันแล้ว ให้ค่าอะไรขนาดนั้น แต่การไม่รักตัวเองมันไม่ใช่เรื่องปกติ ไปถามใครเขาก็ไม่อยากจะแนะนำเวย์อื่นมากหลอก นอกจากให้คิดถึงตัวเองเยอะๆ

ถ้าทำไม่ได้ ไม่อยากแนะนำให้สิ้นคิดวิ่งเข้ากอดรั๊วทหารขนาดนั้น เพราะเข้าไปยังไงก็ตุย แล้วบอกเลยว่าความคิดแบบนี้เข้าไปไม่นานล้างสมองแปปเดียวก็กลับมาเป็นทหารห้าวเป้งได้โคตรง่าย

แต่ถ้าสิ้นคิดจริง สอบเทียบสอบเข้าไม่ยากใช้เวลาหน่อย ระหว่างนั้นหาตังค่าสมัคเอานะ แล้วส่งตัวเองไปใต้ ไต่ยศให้เต็มที่ ให้ขึ้นเป็นร้อยเอกให้ได้ ค่อยขอย้ายประจำการ ถึงจะเจอคุณภาพชีวิตที่ดีหน่อย ระหว่างนั้นหวังว่าคงไม่โดนอะไรทำให้ได้ ยศ +5 แล้วกัน แต่ไม่แนะนำให้ประจำการเป็นแค่ช่างในค่าย เพราะมันแทบไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจาก ตรวจเขียนเซ็นจบเลิกออกเวร แล้วมีคนเรียกใช้ เงินเดือนไม่กระดิก ยศนี่ 2-3 ปีนึงจะได้ดขั้นนึง แล้วจงรู้ไว้ว่า ทำตัวแย่ปรุ๊บก็แค่ไล่ออก และ ถอดยศง่ายมาก
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่