เว็บไซต์ในเครือ
bloggang.com Bloggang pantown.com Pantown pantipmarket.com PantipMarket
maggang.com Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
Pantip Application Pantip iOS Pantip Android Pantip Android
เกี่ยวกับเรา

JJNY : 'พท.'จี้หยุดแก้ปัญหาแบบวันต่อวัน│ครัวเรือนชะลอก่อหนี้ก้อนใหญ่│‘สลัม4ภาค’โวย8ปีจนเพิ่ม│น้ำมูลน้ำมูลสูงต่อเนื่อง!

'เพื่อไทย' จี้ รัฐบาลเร่งเยียวยาปชช. หยุดแก้ปัญหาแบบวันต่อวัน บริหารตามมีตามเกิด
https://www.matichon.co.th/politics/news_3596143
  
‘เพื่อไทย’ จี้ กกต.ผ่อนปรนกฎเหล็ก 180 วันก่อนเลือกตั้ง-รัฐบาลเร่งเยียวยาปชช.-เกษตรกร อัด หยุดแก้ปัญหาแบบวันต่อวัน บริหารตามมีตามเกิดได้แล้ว
 
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 3 ตุลาคม ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. และโฆษกพรรค พท. แถลงกรณีที่พรรค พท. มีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์น้ำท่วมทั่วประเทศ ว่า พรรค พท. มีความห่วงใยประชาชนที่ประสบปัญหาน้ำท่วมใน 23 จังหวัดทั้งทางภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลางในขณะนี้เป็นอย่างมาก ตั้งแต่พายุโนรูเข้าประเทศไทยเมื่อปลายเดือนกันยายนจนถึงต้นเดือนตุลาคม ได้ส่งผลกระทบทำให้ฝนตกหนัก พื้นที่ทางการเกษตร ปศุสัตว์ และบ้านเรือนประชาชนจมน้ำ
 
ขณะที่การให้ความช่วยเหลือจากรัฐบาลเป็นไปด้วยความล่าช้า และยังเกิดปัญหาในบางพื้นที่ว่าสิ่งที่หน่วยงานปฏิบัติกับการแจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมตัวกับปริมาณน้ำที่จะเข้าพื้นที่นั้นสวนทางกัน ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง พฤติกรรมของผู้นำประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หรือแม้แต่รัฐบาลทั้งองคาพยพ อยู่มา 8 ปี ผ่านวิกฤตมาหลายครั้ง แต่ยังแก้ไขปัญหาแบบเดิม ตอบสนองต่อความเดือดร้อนของประชาชนล่าช้า หยุดทำงานในวันหยุดเสาร์และอาทิตย์ ทั้งที่ความเดือดร้อนไม่มีวันหยุด
 
ทั้งนี้ พรรค พท.รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากที่ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ถูกน้ำท่วมได้อย่างเต็มที่ เนื่องด้วยกฎเหล็ก 180 วันของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จำกัดการมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมได้ ทำได้เพียงการเยี่ยมเยือนไถ่ถามและประสานงานเท่านั้น โดยเฉพาะประชาชนลุ่มน้ำมูลและหลายจังหวัดในภาคอีสานต่างได้รับความเดือดร้อนแสนสาหัส ถูกน้ำท่วมบ้านเรือนและพื้นที่ทางการเกษตรเป็นวงกว้าง ซึ่งเป็นไปตามที่พรรค พท.โดย นายปลอดประสพ สุรัสวดี ประธานด้านนโยบายปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดการน้ำ เคยมีข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาลเพื่อให้เตรียมแผนการรับมือและเยียวยาทุกด้าน แต่รัฐบาลไม่ฟัง ไม่เตรียมการณ์ จนประชาชนเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า จึงอยากเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องผ่อนปรนกฎเหล็กนี้
 
นางสาวธีรรัตน์ กล่าวอีกว่า พรรค พท.เสียดายโอกาสของประเทศไทยที่ยังคงถูกน้ำท่วมซ้ำซาก ด้วยวิสัยทัศน์ของพรรคที่ได้จัดทำโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ภายหลังจากสถานกาณ์น้ำท่วมในปี 2554 เพื่อป้องกันและแก้ไขสถานการณ์น้ำท่วมและน้ำแล้งอย่างยั่งยืน หากมีโครงการในวันนั้น น้ำคงไม่ท่วมหนักเหมือนวันนี้ ประชาชนจะมีน้ำกิน น้ำใช้ ที่เพียงพอตลอดทั้งปี อย่างไรก็ตาม พรรค พท.มีแนวคิดที่จะปัดฝุ่นโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทอีกครั้ง เพื่อประโยชน์ของประเทศในระยะยาวด้วย และขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งให้การช่วยเหลือประชาชนทุกพื้นที่โดยด่วน ขณะเดียวกันต้องดำเนินการเร่งรัดกระบวนการเยียวยาความเสียหายอย่างรวดเร็ว ทันการณ์และเพียงพอต่อความเดือดร้อนของประชาชนและเกษตรกร
 
“พล.อ.ประยุทธ์ได้อยู่ต่อ คำถามคือ จากนี้ไปจะแก้ปัญหาให้ประชาชนอย่างไร ตอนนี้มีทั้งน้ำท่วม ปริมาณน้ำในเขื่อนหลายแห่งกำลังจะเต็มความจุอ่าง และยังมีปัญหาสินค้าราคาแพง คนตกงาน ภาคท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นตัว ท่านจะทำอย่างไร ประเทศจะอยู่รอดหรือไม่ อย่าทำแบบเดิม แก้ปัญหาแบบวันต่อวัน หยุดบริหารตามมีตามเกิดได้แล้ว” น.ส.ธีรรัตน์ กล่าว



ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้ ครัวเรือนไทยชะลอการก่อหนี้ก้อนใหญ่ สะท้อนกังวลเศรษฐกิจ-รายได้ไม่แน่นอน
https://ch3plus.com/news/economy/morning/313644
 
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ปรับทบทวนประมาณการสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีลงมาที่กรอบ 85.0-87.0% จากคาดการณ์เดิมที่ 86.5-88.5% ซึ่งชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับสัดส่วน 90.1% ต่อจีดีพีในปี 2564 เนื่องจากมูลค่าจีดีพี เติบโตสูงตามภาวะเงินเฟ้อ ประกอบกับครัวเรือนหลายๆ ส่วนระมัดระวังการก่อหนี้ก้อนใหม่
 
ทั้งนี้ แม้ว่า สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีในปี 2565 นี้อาจจะชะลอลง แต่ก็มีเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในหลายประเด็น อาทิ การที่ครัวเรือนหลายส่วนพึ่งพาสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงมาเสริมสภาพคล่องระยะสั้น และยอดคงค้างหนี้ครัวเรือนในภาพรวมที่ยังคงทยอยเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะนอกจากจะสะท้อนข้อจำกัดในการบริโภคของภาคเอกชนแล้ว ยังสะท้อนถึงความเปราะบางของฐานะทางการเงินของประชาชนและครัวเรือนรายย่อยในยุคที่อัตราดอกเบี้ยของไทยเปลี่ยนผ่านเข้าสู่จังหวะขาขึ้นด้วยเช่นกัน
 
สำหรับยอดหนี้คงค้างหนี้ครัวเรือนไตรมาส 2/2565 เติบโตในอัตราที่ชะลอลง โดยรายงานของ ธปท.ล่าสุดระบุว่า ยอดคงค้างหนี้ครัวเรือนไทยขยับขึ้นมาที่ระดับ 14.76 ล้านล้านบาทในไตรมาส 2/2565 แต่เมื่อเทียบกับมูลค่าเศรษฐกิจแล้ว สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพี ปรับตัวลงมาที่ระดับ 88.2% จากระดับ 89.2% ต่อจีดีพีในไตรมาส 1/2565 นอกจากนี้ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน หนี้ครัวเรือนเติบโตเพียง 3.5 ซึ่งต่ำสุดในรอบ 18 ปี และชะลอลงเมื่อเทียบกับ 3.7% ในไตรมาสแรกของปี 2565
 
โดยหนี้ครัวเรือนส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในรูปหนี้บ้านและหนี้เพื่อการประกอบอาชีพ (สัดส่วนรวมกันประมาณ 53% ของหนี้ครัวเรือนในภาพรวม หรือประมาณ 46.5% ของจีดีพี) แต่ทั้งนี้หนี้รายย่อยก้อนใหญ่ เช่น หนี้บ้าน หนี้เพื่อประกอบอาชีพ และหนี้เช่าซื้อรถยนต์ มีอัตราการเติบโตที่ช้าลงในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา สะท้อนว่า ครัวเรือนมีการเพิ่มความระมัดระวังในการก่อหนี้ก้อนใหญ่ก้อนใหม่ในช่วงที่เศรษฐกิจและรายได้ของครัวเรือนยังมีความไม่แน่นอน หรือมีภาระหนี้เดิมอยู่ในระดับสูงและเริ่มมีข้อจำกัดในการก่อหนี้ใหม่ เพราะฐานะทางการเงินมีสัญญาณอ่อนแอลง
 
ในทางกลับกัน ประชาชนรายย่อยและภาคครัวเรือนมีหนี้สินที่อยู่ในรูปบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งเป็นหนี้ที่ไม่มีหลักประกัน มากขึ้น โดยสัดส่วนหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลขยับขึ้นมาที่ 8.2% ของหนี้ครัวเรือนรวมในไตรมาส 2/2565 (จาก 7.9% ในไตรมาสก่อนหน้า และ 7.7% ในไตรมาส 4/2562 ที่เป็นช่วงก่อนโควิด) ซึ่งสะท้อนว่า มีครัวเรือนจำนวนมากกู้ยืมผ่านผลิตภัณฑ์สินเชื่อดังกล่าวเพื่อเสริมสภาพคล่องและแก้ไขปัญหาการเงินในระยะสั้นที่รายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย
 
นอกจากนี้ผลสำรวจภาวะหนี้สินของภาคประชาชน ยังพบว่า ครัวเรือนเกือบทุกกลุ่มมีภาระหนี้สินอยู่ในระดับที่สูงกว่า 1 ใน 3 ของรายได้ต่อเดือน โดยค่าเฉลี่ย DSR ของครัวเรือนในผลสำรวจฯ อยู่ที่ระดับ 33.9%
 
สำหรับผลของทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ที่เริ่มทยอยปรับขึ้นตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายนั้น จะไม่มีผลกระทบกับสินเชื่อที่อัตราดอกเบี้ยอิงกับเพดานอัตราดอกเบี้ยตามที่ทางการกำหนด เช่น สินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 8.3% ของหนี้ครัวเรือน เพราะ ธนาคารพาณิชย์ต่างก็ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) ในขนาดที่น้อยกว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (MLR) และอัตราดอกเบี้ยเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) และสำหรับในส่วนของสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยนั้น หากขนาดการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยที่ใช้เป็นตัวอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงยังไม่เกิน 1% ก็น่าจะยังไม่กระทบต่อยอดภาระผ่อนต่อเดือนของผู้กู้สินเชื่อบ้าน
 

 
‘สลัม4ภาค’ โวยลั่นอนุฯ ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ‘3 ป.ออกมาดูนี่อะไร?’ 8ปีจนเพิ่ม 20ล้าน แบ่งที่ให้เช่าบ้าง
https://www.matichon.co.th/local/quality-life/news_3596216

‘สลัม 4 ภาค’ โอด ฟังเสียงได้โปรด! แบ่งที่ให้เช่าบ้าง เดินวนอนุสาวรีย์ ปชต. จี้ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ‘3 ป.ออกมาดูนี่อะไร’ 8 ปีจนเพิ่ม 20 ล้านคน ไหนว่า 30 กันยา พ้นจนทั้งประเทศ
 
เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ที่ลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการ กทม. เสาชิงช้า เวลาประมาณ 08.00 น. เครือข่ายสลัม 4 ภาค และแนวร่วม จัดกิจกรรมเนื่องใน “วันที่อยู่อาศัยโลก” โดยมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก บรรยากาศทั่วไปมีการสลับขึ้นปราศรัยอย่างต่อเนื่องบนรถเครื่องเสียงที่จอดหน้าศาลาฯ จำนวน 2 คัน ต่อมา นายศานนท์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มอบเอกสารลงนามอนุมัติใช้ที่ดินสาธารณะ เพื่อแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยให้กับชุมชนบึงลำไผ่ เขตมีนบุรี โดยมีผู้แทนจากองค์การสหประชาชาติ ร่วมเป็นสักขีพยาน
 
ต่อมา เวลา 09.33 น. นายจำนงค์ หนูพันธ์ ประธานเครือข่ายสลัม 4 ภาค นำขบวนสมาชิก กว่า 3,000 คน เคลื่อนจากลานคนเมือง ไปยังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยมีรถโมบายนำขบวน ซึ่งติดป้ายไวนิลขนาดใหญ่ ระบุข้อความว่า วันที่อยู่อาศัยโลก World Habitat Day “สามัคคีคนสลัม รวมพลังคนจน” โดยผู้ร่วมขบวนร่วมถือธงสีชมพูที่มีข้อความว่า “สิทธิที่อยู่อาศัย คือ สิทธิมนุษยชน”
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กิจกรรมวันนี้มี ผศ.ดร.บุญเลิศ วิเศษปรีชา อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมด้วย โดยผู้ร่วมชุมนุมได้เดินเท้าออกจากหน้าศาลาฯ กทม. พร้อมถือป้ายข้อความที่เขียนบนลังกระดาษ เรียกร้องที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน อาทิ

“ขอทบทวนคำพูดท่านนายก ที่ว่าจะไม่ทิ้งคนไว้ข้างหลัง”
 
“ทุกวันนี้ก็ใช่ว่าสบาย มีพื้นที่ใน กทม.ให้ทำมาหากินบ้าง ที่แคบห้องเล็กอยู่ได้ ดีกว่าอดตายไม่มีที่ทำกิน
ข้าวจะกินยังแทบไม่มีจ้า จะเอาเงินที่ไหนไปซื้อที่สร้างบ้าน ขอเช่าที่ดินอย่างถูกกฎหมาย ฟังเสียงจากใจของคนจน ได้โปรด”
 
“ที่ดินรถไฟย่านมักกะสัน มีเยอะแยะ ขอแบ่งให้กับคนจนอย่างพวกเราอาศัยอยู่ได้ไหมคะ”
“พวกเราขอแค่พื้นที่ย่านมักกะสันบางส่วนให้พวกเราเช่าในราคาถูก”
“ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรม”
“ที่ดินต้องได้เช่า 30 ปี”
“ขอให้นำที่ดินสาธารณะ มาแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย”
“ที่ดินมั่นคง คนคู่คลอง”
  
นอกจากนี้ บางส่วนถือป้ายข้อความของกลุ่ม อาทิ กลุ่มคนแบกเมือง, โครงการบ้านพอเพียง เครือข่ายสิทธิพลเมืองพัฒนาคุณภาพชีวิต, เครือข่ายฟื้นฟูประชาสร้างสรรค์ ขอนแก่น, เครือข่ายริมรางเมืองย่าโม ถือป้ายข้อความ “ปฏิรูปที่ดินรถไฟลดความเหลื่อมล้ำ ที่ดินของรัฐคือที่ดินของประชาชน” โดยผู้ร่วมกิจกรรมมีทั้งภาคกลาง เหนือ อีสาน ใต้
 
บรรยากาศการเดินขบวน เครือข่ายจากภาคใต้ อาทิ กลุ่ม 4 ภาคสงขลา เดินขบวนโดยถือหาบเร่ขายขนมพื้นถิ่น อาทิ ขนมลา ซึ่งเป็นอาชีพของสมาชิก เพื่อสะท้อนปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน
 
นายจำนงค์ ประธานเครือข่ายสลัม 4 ภาค กล่าวบนรถขยายเสียงขณะเคลื่อนขบวนว่า นี่คือวันที่อยู่อาศัยโลก 1 ในปัจจัย 4 ที่ทุกคนต้องมี ไม่ว่ายากดี มี จน ทุกคนต้องมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงและถาวร พร้อมด้วยคุณภาพชีวิตที่ต้องการการดูแลจากผู้บริหาร กทม. และรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ 3 ป. ที่จะมาดูแลพี่น้องหลังจากนี้ไป
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่