รู้สึกผิดมากที่ไม่ยอมพายายกลับบ้าน

ยายเราไม่ยอมนอน รพ. แต่ขึ้นหอนอนแล้ว จนต้องโดนจับมัด ยายขอร้องเราให้พากลับบ้าน ยายจะกลับบ้าน แต่อาการยายคือ หายใจไม่ออก มีไข้สูง ไอเป็นเลือดสดครั้งแรก เราเลยบังคับให้ยายอยู่กับหมอ ช่วงบ่ายเราจะโทรให้กำลังใจยาย ยายบอกยายหายแล้ว พายายกลับบ้านๆ แล้วพยาบาลก็ตัดบทบอกว่า คนไข้กำลังจะไปฟอกไตให้วางสายก่อน

เราคำนวณเวลาว่า ยายจะออกมากี่โมง แต่กลับช้ากว่าที่ยายออกมา 3 ชม. เราพยายามโทรหา แต่พยาบาลบอกว่า ยายคุยไม่ได้ มัดยายไปแล้ว เรารู้สึกผิดที่ทำกับยายเเบบนี้ แล้วเราก็ไม่ได้คุยกับยายอีกเลย

ตอนหัวใจหยุดเต้น เราขอหมอว่า ช่วยปั๊มอีกสักครั้ง หมอก็ช่วย 9 นาทีถึงขึ้น เรารู้ว่ามันเกิน 4 นาทีไปแล้ว สมองจะไม่ทำงานแล้ว เราเพิ่งสูญเสียยายอีกคนที่เรารักไปได้ 9 เดือนเอง เราต้องเผชิญการสูญเสียอีก

หมอโทรมาเเจ้งว่า หัวใจหยุดเต้นอีกครั้ง พอได้เห็นยาย ตรงคอมีรอยเข็ม รอยเลือด ยายจะเจ็บมากเเค่ไหนกันนะ หรือหมดสติไปตั้งแต่ที่หมอขอใส่ท่อ เนื่องจากซึมลง ไม่ได้สติ หายใจเองไม่ได้ เรารู้สึกผิด ที่ไม่พายายกลับบ้าน และปล่อยยายไปอย่างสงบ เราดันทำให้ยายต้องมาเจ็บจากการใส่ท่อ และกู้ชีพอีก เรารู้สึกผิดมาก เรารู้สึกผิดมากจริงๆ

เราอยากจะฝากถึงเพื่อนๆ ที่ผ่านมาอ่านว่า ให้ตกลงกันไว้ว่า แต่ละคนต้องการอะไร ทำในสิ่งที่เขาต้องการอาจจะดีกว่านะคะ เราถามยายไว้ว่า ถ้าหัวใจหยุดเต้นให้ปั๊มไหม ยายบอกปั๊ม ถ้าหายใจไม่ออกใส่ท่ออีกได้ไหม ยายบอกใส่ แต่ยายขอตายที่บ้าน ฟังดูขัดเเย้ง ทุกครั้งที่พายายไปไหว้พระเราจะให้ยายพูดตาม ขอท่านว่า เมื่อหมดอายุขัย ขอหลับไปเลยที่บ้าน









ส่วนนี้ไม่ต้องอ่านก็ได้นะคะ
เราดูแลยายที่ฟอกไตมา 8 ปี ตอนนั้นเราอายุ 21 เรียนมหาลัยอยู่ พอรู้ว่ายายต้องฟอก เราก็พยายามหาเงินมาหลายแสน และส่งยายฟอกมาตลอด สัปดาห์ละ 3 วัน
ไม่เคยขาดฟอกสักครั้ง ล่าสุด ยายหายใจไม่ออกอยู่ ICU 10 วัน ใส่ท่อไป 7-8 วัน ออกมาห้องธรรมดา 1 วัน แล้วยายขอร้องหมอกลับบ้านเลย แม้อาการยังไม่ควรออก ยายเป็นคนกลัวนอน รพ.มาก

กลับมายายบอกว่า ถ้ายายจะตายยายจะตายที่บ้าน ห้ามพายายไปที่ รพ.เด็ดขาด ยายก็ร่อแร่ๆ มาตลอด แต่ก็มีสดชื่นบ้าง และใจสู้มากๆ ฟอกไตที่ศูนย์ไตเทียมเหมือนเดิม เราไปรับไปส่ง ในระหว่างนี้ เราพายายไปทุกที่ที่ยายอยากไป วัดหลายวัด ยายก็ดูเหนื่อย แต่ก็สนุก เพราะยายชอบเที่ยวมาก ล่าสุดวันอาทิตย์ 29 พ.ค. อยู่ๆ ยายก็หายสนิท สดชื่น แข็งแรง สดใส เหมือนหายแล้ว เลยพาไปเที่ยวบางแสน ยายชอบมาก แต่ก็มีไอ เลยให้กินยาเเก้ไอ และคุมน้ำเข้มงวด

กลางคืนยายหายใจไม่ออกเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ยอมไป รพ. บอกจะไปวันจันทร์ตามหมอนัด แต่ก็ไม่ไหว เรียกรถพยาบาลตอนตี 4 ยายก็บอกว่า วันนี้ยายตายแน่นอน เราก็ให้กำลังใจยายว่า หมอเก่งมาก ยายไม่เป็นอะไรหรอก ยายก็พูดจาสั่งเสีย เราก็ให้กำลังใจยาย ให้สู้แล้วไปเที่ยวกัน ยายก็บอกอย่างเดียวว่า อยากเที่ยว แต่ร่างกายไม่ไหว เราอยู่อีกบ้าน เราก็รีบตามไปฉุกเฉิน ยายดูปกติมาก แต่บอกว่า มันเหนื่อยข้างในเหมือนใจจะขาด ยายพูดคุยได้ตลอด บอกว่า ยายจะตายวันนี้แน่ๆ

เราก็อยู่คุยกับยายลูบแขนยาย แต่พยาบาลก็มองบ่อย เราเลยเกรงใจออกไปรอข้างนอก เเว่บเข้ามาบ้าง แต่ก็ไม่ได้อยู่ที่เตียงยายตลอด แม้จะอยู่ได้

จนพยาบาลเรียกเราที่อยู่ข้างนอกให้เข้าไปเซ็นขึ้นนอน รพ. เราเลยแว่บไปหายาย ยายบอก ยายหิว เราเลยบอกเดี๋ยวซื้อไว้ให้ไปกินข้างบนน๊า แทนที่เราจะยืนรอคุยกับยายไปเรื่อยๆ เรากลับออกมารอข้างนอก เราเสียใจมาก ที่เราเลือกทำแบบนี้ พอเข็นรถยายมา ยายก็ไอเป็นเลือดสดจนถึงขึ้นนอนเลย เราบอกว่า ยายสู้ๆ น๊า ตอนเขาเข็นยายไป ยายตอบกลับมาว่า สู้ค่ะ

แล้วยายก็จากเราไป วันจันทร์ 30 พ.ค. คืนวันพระใหญ่ 23.30 ขอให้บุญกุศลของยาย ที่ทำมาทั้งชีวิตส่งให้ยายได้อยู่ในภพภูมิที่ดี หนูจะทำบุญอุทิศกุศลให้ยายตลอดชีวิต ยายอยู่โกรธหนูน๊า หนูรักยายสุดหัวใจ ขอให้เราได้เจอกันใหม่นะ หนูจะดูแลยายให้ดีกว่าเดิม

ขอบคุณที่รับฟังนะคะ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 4
เท่าที่อ่านเรื่องราวในกระทู้ ผมคิดว่า คุณ จขกท. ทำดีที่สุดแล้วครับ

ไม่ต้องรู้สึกผิดอะไรเลย...

- คอยดูแล รักษาพยาบาลญาติผู้ใหญ่ มาตั้งนานหลายปี...จะมีอะไรดีกว่านี้อีก

- เมื่อญาติผู้ใหญ่ ป่วยอาการวิกฤติ...ในยุคสมัยปัจจุบัน ใคร ๆ ก็รีบพาไปหาหมอ, รีบโทรตามรถโรงพยาบาลกันทั้งนั้น

***********

จริงอยู่...ว่า เราทุกคน อยากจะตายดี ๆ, อยากตายแบบสงบ ๆ ที่บ้าน, ตายในวงล้อมอ้อมแขนของญาติพี่น้อง

...แต่จะมีสักกี่คนที่ทำได้? (กี่คนที่ได้ตายที่บ้าน ท่ามกลางญาติมิตร)

...เพราะทุกวันนี้ คนส่วนใหญ่ไม่อยากแบบรับภาระดูแลผู้ป่วยระยะวิกฤติ ระยะสุดท้าย...คือ ไม่อยากเห็นผู้ป่วยมากระอักเลือดตายต่อหน้าต่อตา, ไม่อยากเห็นผู้ป่วยร้องครวญคราง เจ็บปวดโหยหวน  ต่อหน้าต่อตา...เอาไปให้หมอ พยาบาล ดูแลดีกว่า อย่างน้อยก็มียาแก้ปวด, อย่างน้อยก็มีเครื่องมือวัดออกชิเจน เช็คสภาพอวัยวะโน่นนี่นั่น

...คือ ญาติ ๆ ไม่กล้าดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย, ไม่อยากให้ใครมาตายต่อหน้าต่อตาตัวเอง...มันใจสั่น ทำอะไรไม่ถูก...ไม่รู้จะให้กินยาอะไร...ไม่รู้จะทำยังไง ตอนผู้ป่วยร้องครวญครางเจ็บปวด

...ประเด็นสำคัญ คือ ทุกคน ต่างหวังว่า หมอ พยาบาล จะช่วยรักษาญาติพี่น้องของตนให้หายได้...ยังไง ๆ ก็ต้องเอาไปโรงพยาบาลก่อนล่ะ...คนส่วนใหญ่จึงต้องไปตายที่โรงพยาบาล
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่