ปัญหาชีวิต ปัญหาครอบครัว ถูกคุกคาม? และอื่นๆจนทำให้เป็นโรคซึมเศร้า

เราขอเล่าปัญหานี้ตั้งแต่เริ่มต้นเลยนะคะ
 
พ่อแม่เรามีเราแล้วเลิกลากัน พ่อมีแฟนใหม่แล้วก็ไม่เคยติดต่อมาตั้งแต่ยังแบเบาะ แม่เข้ากรุงเทพฯไปทำงาน ส่วนเราต้องอยู่กับตาและยาย ตานั้นชอบกินเหล้าแทบทุกวันพอกินกลับมาบ้านก็จะมานอนแล้วนอนละเมอด่าทั้งคืนแทบไม่ได้นอนบางวันทนนอนไม่ได้ก็ต้องออกจากบ้านกลางดึกกับยายไปนอนบ้านญาติบ้าง บ้านแม่บ้าง บางทีใช้อารมณ์ที่ไม่ดี หรือถ้าไม่เปิดประตูให้ตาจะใช้อะไรทุบประตูจนเป็นรู แต่ถ้าเราตะโกนออกไปให้หยุดละเมอด่าแกก็จะหายพักนึงแล้วกลับมาละเมอใหม่ ซึ่งเป็นแบบนี้เป็นเวลานานจนเหนื่อยมาก บางทีอยู่กับยายยายอาจจะอารมณ์เสียบ้างเช่นเรากลับมาจากเรียนแล้วแกบอกให้ล้างจานเราก็จะบอกว่าเราเหนื่อยขอเอนหลังพักแป๊บนึงแล้วจพไปล้างให้แต่ยายอาจจะไม่พอใจที่เราไม่ทำเดี๋ยวนั้นยายเลยตบหน้าเราอย่างแรงเราจึงต้องลุกไปทำ แต่เราเข้าใจได้เรื่องแบบนี้เราอาจจะผิดที่ไม่รีบไปทำงานของตัวเองที่ได้รับมอบหมาย แต่เราก็รักตากับยายมากกว่าใครๆเห็นแบบนี้ตากับยายเราก็ฝ่าน้ำท่วมไปซื้อนมให้เราได้กินและมอบความรักแบบไม่เคยได้รับจากที่ไหนมาก่อน

ต่อมาแม่เรามีแฟนใหม่และมีลูกด้วยกัน ในตอนที่แม่มีแฟนใหม่หรือพ่อเลี้ยงเรา ได้ข่าวมาจากกรุงเทพว่าแกจะเข้าไปปล้ำผู้หญิงคนหนึ่งในแคมป์คนงานซึ่งมีหลักฐานคือรอยข่วนของผู้หญิงคนนั้นเต็มตัวและโดนแฟนผู้หญิงกระทืบจนต้องเสียเงินเสียทองให้กับผู้หญิงคนนั้นนานวันจึงกลับจากกรุงเทพฯ แฟนใหม่แม่เราคือคนที่อยู่หมู่บ้านเดียวกัน ตอนแรกกลับมาอยู่บ้านตาและยายเพราะตอนนั้นยังไม่มีบ้านของแม่เอง เท่าที่จำความได้เราทำอะไรเราก็ผิดเสมอในสายตาของแม่ ตอนนั้นเราหวังดีเอานมของน้องใส่ตู้เย็นให้เพราะกลัวบูดด้วยความเป็นเด็กเราไม่เคยรู้ว่าแม่เอาออกมาไว้ และเอาออกมาไว้ทำไมความคิดเราแค่หวังดี แต่แม่ด่าเรากลับมาว่า "เสร่อ เสนอหน้า"เราทำตัวไม่ถูกจนเราจำได้จนถึงทุกวันนี้ และอื่นๆอีกมาก เราแทบไม่ได้รับความรักจากแม่เลยแม้แต่กอดก็ไม่เคย

แล้วแม่ก็สร้างบ้านของตัวเองอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันไม่ไกลกันมาก แม่ก็แยกส่วนไปอยู่ครอบครัวแม่

เมื่อเริ่มเป็นสาวเราก็มีแฟนรักครั้งแรกมีความสุขมากแต่ความสุขนั้นอยู่ได้ไม่นานมันถ่ายคลิปวิดีโอเxxราจะโพสลงโซเซี่ยลเพื่อขู่เลิกกับเราและอย่ายุ่งกับมัน

ต่อมาเราเรียนสายอาชีพแรกๆเราไปกลับแต่ต่อมาเราต้องอยู่หอไม่ใกล้ไม่ไกลสามารถเดินไปวิทยาลัยได้เองสบายได้ใช้เงินวันละ100.-อดบ้างอิ่มบ้างเพราะมีค่างานเพิ่มมาด้วย และคบหากับแฟนคนใหม่ตามประสาวัยรุ่นที่อยากจะรู้อยากจะลองแฟนคนนี้หน้าตาดีมากและนิสัยดีมากผิดกับคนเก่าหน้าตาแย่มากเข้ากับนิสัย แฟนคนนี้ฮอตมากเพราะมีคนชอบเยอะ มารับมาส่งไปวิทยาลัยถึงแม้ไม่ไกลนัก และมีรับจากบ้านไปวิทยาลัยบ้างและก็เหมาะเจาะพอดีวันนั้นเรารถล้มเพราะสายไฟของชาวบ้านที่กำลังต่อเข้านาขวางถนนอยู่จึงทำให้เราล้มไถลไปไกลพอสมควร เรารู้สึกตัวขึ้นได้ไม่คิดถึงตัวเองเรานึกถึงแฟนคนนี้ก่อนเลยหันกลับไปเห็นเขาชักอยู่จึงรีบเรียกและเขย่าตัวให้ตื่นขณะนั้นเราเห็นเงาตัวเราอยู่ในกระจกหมวกกันน็อค ซึ่งเลือดออกจมูกออกปากและแผลเต็มตัว แต่พอแฟนตื่นมากลับไปหาเราแต่เรียกหารถแทน เราเฟลมากตอนนั้น
ต่อมาไม่นานนักอยู่ที่หอแฟนมาหาเราแล้วลืมของทุกอย่างไว้อย่างหมวกกันน็อคแฟนบอกเดี๋ยวกลับบ้านไปหาเพื่อนแล้วจะมาเพราะไปเอาท่อ ระหว่างทางกลับนั้นเราเข้าเฟสแฟนเห็นข้อความกลุ่มเพื่อนเขาส่งรูปมาในกลุ่มที่เป็นรูปของแฟนเราถูกรถชนเราเห็นแบบนั้นทำตัวไม่ถูกเรากระวนกระวายหาบัตรประชาชนของแฟนจนมีดโกนบาดมือเลือดไหลเป็นทางแต่แปลกตอนนั้นไม่มีความรู้สึกเจ็บสักนิดโทรเรียกเพื่อนมาให้ไปเป็นเพื่อน และหอตรงข้ามกับโรงพยาบาลยิ่งได้ยินเสียงไซเรนชัดยิ่งกังวลไปหาของอีกก็โดนมีดโกนบาดอีกทีแต่ไม่สนเราไปหาแฟนก่อนที่จะทำแผลของตัวเองไปถึงเขาเรียกหาก็จับมือไปไว้ตรงหน้าอกแฟนมือและตัวเย็นมากคิดว่าตอนนั้นเขาจะตายแล้วจึงเข้ารับการผ่าตัดเป็นเวลานานเกือบ10ชม.ได้เราก็รอหน้าห้องผ่าตัดจนกว่าเขาจะออกมา ด้วยความรักและเห็นใจเราตอนนั้นเราเป็นคนเฝ้าไข้เขาเพราะหออยู่ใกล้รพ.ทั้งเช็ดตัว แปรงฟันตัดเล็บ เทฉี่ เราทำมาหมด อยู่ทั้งเช้าพอพักกลางวันก็ไปหา เลิกเรียนจนถึงเช้าอยู่แบบนี้ทุกวันจนออกรพ.พ่อแม่เขามาก็ขอซื้อแหวนทองวงเล็กๆให้ถึงไม่มากนักแต่เราก็ดีใจ ถึงแม้ตอนแรกปฏิเสธแต่พ่อแม่เขาขยั้นขยอจะซื้อให้จึงปฏิเสธไม่ได้ แม้ในระหว่างอยู่รพ.แฟนเก่าเขาก็มาหานัดกันแต่เราทำได้แค่แอบร้องไห้ผ่านกระจกหลังรพ.กับเพื่อน จนออกรพ.
แม้วันเกิดแฟนบ้านเขาอยู่ไกลและไม่รู้จักเราก็เอาเค้กและของไปเซอร์ไพร์สให้

หยุดวันปีใหม่เพื่อนชวนเราไปเที่ยวที่แห่งหนึ่งที่เป็นที่ท่องเที่ยวและไปพักบ้านเพื่อนจึงโทรหาที่บ้านเราว่าไปเที่ยวกับเพื่อนสักวันสองวันนะ ทางบ้านก็บอกโอเค ตอนนั้นเราสนุกมากเราได้เที่ยวครั้งแรกในชีวิตเพราะครอบครัวเราไม่เคยปล่อยให้เราออกนอกบ้านเลย แต่เพราะเงินไม่พอเรากลับบ้านไม่ได้ เพื่อนๆที่เพื่อนเราพาไปพบก็แทบไปมีเงิน กลับกลายเป็นว่าจาก2วันเป็น6-7วันและมือถือเราตกโถส้วมไม่สามารถติดต่อใครได้ แต่มีเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งหายืมเงินมาพอได้เติมน้ำมันรถและส่งเราไปที่รพ.แฟนมาตามนัดหมอ แม้แต่เพื่อนผญ.ที่ชวนเราไปไม่เคยคิดจะช่วยเราเลย จนถึงทุกวันนี้เราไม่เคยลืมบุญคุณของเพื่อนผช.คนนี้เลย 
เมื่อพบแฟนที่รพ.มีพ่อแม่เขามาด้วยจึงชวนไปบ้านเพราะที่หอเราแม่เราขนของเรากลับไปหมดแล้วค่ะแล้วก็บอกอีกด้วยว่าให้เราเลิกเรียน เราตกใจและเสียใจมากที่แม่ทำแบบนั้นโดยไม่ถามเราเลยว่าทำไมเราทำแบบนั้น แต่มันก็ผิดที่ตัวเราอีกคะเพราะเราเลือกเองไม่มีเงินแต่อยากเที่ยวเลยไม่มีรถกลับ

จนไปถึงบ้านแฟนลุงของแฟนก็มาหาที่บ้านแฟนว่าแม่เราโทรหาลุงให้กลับบ้านตอนนั้นเรากลัวมากจึงยังไม่กลับแม่เราเลยเอารถมาหาถึงที่บ้านแฟน และพ่อแฟนจึงยื่นข้อเสนอว่าถ้ามาดูแลแฟนที่บ้านหลังนั้นจะส่งเราเรียนต่อค่ะเพราะแม่เราไม่ส่งเรามีหวังขึ้นมาทันที แต่แม่เราก็พากลับบ้านไปวันนั้นก่อนเลยแต่ก็มีทะเลาะกันบ้างกับแม่และยายก่อนจะไปอยู่บ้านแฟนเพราะเรารักเขาอยากไปดูแลเขาค่ะและอีกอย่างที่สำคัญเลยคือการเรียนค่ะเราอยากเรียนและชอบเรียนมากจึงรับข้อเสนอให้แม่ไปส่งที่บ้านแฟน ใช่ค่ะเรารับทำหน้าที่ทุกอย่างสากกระบือยันเรือรบแต่เราก็ไม่ท้ออดทนต่อไปมีทะเลาะกันบ้างบางครั้งและได้ไปเที่ยวต่างจังหวัดตอนช่วงปิดเทอมเป็นบางครั้งที่พ่อแม่แฟนทำงานอยู่ได้เที่ยวแล้วสนุกมาก ให้เงินใช้จ่ายต่างๆ และแล้วเราก็ท้องค่ะแต่เรากินยาคุมแบบรายเดือนนะแต่ก็ท้องซะได้ ตอนแรกกลุ้มใจมาก แต่ก็บอกแม่แม่บอกไม่เป็นไรเราจึงโล่งอกขึ้นมาระดับนึง 

ผ่านไปสักระยะพ่อแฟนเปลี่ยนใจให้เรากับแฟนมาอยู่ที่บ้านย่าของแฟนค่ะคือบ้านที่แฟนอยู่ตั้งแต่เกิด
เป็นบ้านไม้กระดานช่องระหว่างห่างกันอยู่แต่เราไม่รังเกียจค่ะเรารับได้ตั้งแต่มาเซอร์ไพร์สวันเกิดแล้วต่อมาท้องเราใหญ่ขึ้นเราแทบจะก้มเงยไม่ไหวเราที่แทบทำอะไรคนเดียวรู้สึกเหนื่อยมาก ห้องน้ำก็ไม่ใช่ชักโครกรู้สึกว่านั่งยองๆไม่ได้ แต่แฟนก็แทบจะไม่ช่วยเราเลยแม้แต่ตากผ้าแฟนทำได้ขาหายแล้วก็ไม่ได้ช่วยอะไรแค่บอกย่าของเขาว่าเรากลัวผีกลัวความมืดเพราะต้องตากผ้านอกบ้านย่าเขาก็ไม่ใช้หลานนะค่ะแต่จะบอกว่าจะไปนั่งเฝ้าเราตากผ้าแทน เราก็คิดทำๆไปจะได้จบ อยู่มาวันหนึ่งเราทะเลาะกับแฟนเสียงดังเรื่องที่ว่าแฟนไม่เคยซื้ออะไรให้เราเลยแต่ซื้อให้กับแฟนเก่า ด้วยอารมณ์คนท้องด้วยจะเอาอะไรไปควบคุมได้ทั้งร้องไห้และวันนั้นคือจุดเปลี่ยนให้เราอยากกลับมาอยู่บ้าน เพราะย่าของแฟนไล่เราออกจากบ้านค่ะบอกเราว่า ให้เรากลับมาอยู่บ้านจะไปไหนก็ไป เราสตั้นกับคำนั้นมากแต่เรายังไม่ออกไปทันที ต่อมาแฟนเราจะเอาเงินไปคืนเพื่อนจึงออกรถไปตอนเช้า ย่าแฟนเลยให้เงินใส่มือว่าไปขึ้นรถเมล์นะทั้งที่เราไม่เคยขึ้นรถเมล์แถวนั้นแต่เราก็ไปรอนะแต่ไม่มีรถสักคัน เราเห็นแฟนวกรถกลับมาหาเราแต่ก็นะซ่อนแฟนไม่ให้เห็นและโทรให้แม่ไปส่งวิทยาลัยและเราก็นอนบ้านเพื่อนใกล้ตัวเมืองในวันนั้นจนแฟนส่งข้อความมาหาและขอโทษ
แต่ก็ไม่หมดความน้อยใจของคนท้องเราหิวขนมมากแต่ต้องแคะกะปุกเอามาจนไม่เหลือและก็ไม่ได้กินขนมแบบอดอยากมากเพราะย่าแฟนบอกเงินหมดแล้วไม่มีเราจึงคิดว่าเราคงเป็นภาระเขาเพราะต้องเพิ่มเงินซื้อสิ่งต่างๆเพราะแต่ก่อนแฟนได้เงินไปเรียนเยอะกว่านี้มาก และก็พูดบั่นทอนจิตใจเราหลายอย่างจนกระทั่งถึงเวลาปิดเทอมที่จะได้เที่ยวต่างจังหวัดเราใช้โอกาสนี้กลับบ้าน เราให้แฟนไปคนเดียวจึงเก็บกระเป๋าย่าแฟนก็ถามจะกลับมาอีกไหมเก็บของไปหมด เราบอกคงไม่กลับมาแล้ว

กลับมาอยู่บ้านใช่เรากินอะไรก็ได้กินแต่เราลืมนึกไปว่าถ้ามาอยู่บ้านแล้วจะไม่ได้เรียน ใช่เราต้องออกจากวิทยาลัย แต่ความมุ่งมั่นที่จะเรียนแม่จึงบอกให้เรียนกศน.เพราะไม่มีเงินส่ง พ่อแม่แฟนมาส่งแฟนมาจากเที่ยวปิดเทอมจึงแวะมาที่บ้านแม่เราบอกว่าต้องผูกข้อไม้ข้อมือกันถึงจะถูกประเพณีแม่เราเรียก 30,000 แต่พ่อแม่แฟนบอกไม่มีมีแค่10,000แล้วแม่แฟนก็พูดด้วยว่าไม่รู้ใช่ลูกของลูกชายเขาหรือเปล่าเพราะเราไปเที่ยวกับผช.ตั้งหลายวัน พูดแบบนั้นของแม่ก็ขึ้นถ้าไม่มีก็ไม่ต้องมาหาอีก สายสัมพันธ์แทบขาดสะบั้น จากนั้นแฟนก็ไม่ค่อยมาหามาจะนานๆมาทีหรือเราบังคับมาก็เป็นแบบนี้จนเราคลอดเราไปอยู่บ้านแม่เราก็ทะเลาะกับพ่อเลี้ยงเหตุเพราะเราไม่รับมือถือเพราะแกไปเข้าค่ายฝึกยิงปืนจะโทรหาแม่ แต่มือถือแม่ให้เราแต่เป็นรุ่นของค่ายๆนึงที่ราคาถูก แต่เราไม่ได้รับเพราะเรายุ่งกับลูกทั้งวันแทบไม่แตะมือถือ ก็อธิบายเหตุผลแล้วจนเราร้องไห้. พ่อเลี้ยงก็บอกเอาคืนมาเลยมือถือถ้ามีแล้วไม่รับ เราโมโหมากจึงถอดซิมของเราออกหมดและคืนไปเราใช้มือถือถูกไม่พอยังขอคืนอีก เครื่องแรกที่ตกโถส้มนั้นเราเก็บเงินซื้อเองเราไม่เคยยุ่งกับเงินพ่อแม่เพราะเรื่องแบบนี้แล้วเก็บของย้ายไปบ้านยาย พ่อแฟนจึงซื้อให้ใหม่แบบถูกแต่ก็ดีกว่าเดิม 
และถึงวันที่แฟนไปฝึกงานเราก็ไปส่งกับลูกตามปกติแต่เวลากลับบ้านนี่สิเขากลับมาแค่บ้านแฟนแล้วกลับไปกรุงเทพฝึกงานต่อเลยโดยไม่แวะมาบ้านเรา เราก็คิดได้แล้วว่าแค่แวะมาแค่นี้ไม่ได้หรอข้ามจังหวัดมาแล้วทำไมถึงไม่มาหา เราจึงบอกเลิกไป ที่จริงมีอีกหลายเหตุผลที่ทำให้เลิกกันก่อนหน้านี้อาจจะเล่าไม่ลงรายละเอียดมากกว่านี้ตอนที่ทะเลาะกันเราถึงกับเป็น "โรคซึมเศร้า" พบจิตแพทย์เพราะทุกข์หนักมากแต่พอถึงบ้านเหมือนแม่เราจะโมโหที่เราไปพบหมอมาและด่าเราจนร้องไห้ และบอกว่าทำไมมีอะไรไม่บอกแม่ แต่แม่คงจำคำพูดตัวเองไม่ได้ว่าถ้ารู้สึกถึงโรคซึมเศร้าให้ไปหาหมอ....

เราไปเรียนกศน.กับเพื่อนเราก็สนุกมากค่ะได้ออกไปเปิดหูเปิดตาแต่เรากลับบ้านตรงเวลานะค่ะคราวนี้เพราะกลัวจะไม่ได้เรียนอีก จนเรียนจบเราจึงขอแม่ว่าขอเรียนต่อมหาวิทยาลัยแม่ก็บอกว่าได้เดี๋ยวส่งเรียน แต่เป็นเวลานานเราก็ไม่ได้เรียนแต่ไม่ได้ถวงถามแม่เพราะเราอาจจะไม่กล้าพอและแม่คงลืมเรื่องที่เราขอไปแล้ว ตั้งแต่เรียนจบม.6เราก็ไม่ได้ทำอะไรเลยค่ะ ไม่ได้เรียนเพราะแม่ไม่ให้เรียน ไม่ได้ทำงานเพราะแม่ไม่ให้ทำเพราะไม่มีคนดูลูกให้ค่ะเราต้องเลี้ยงเองตลอดเวลา และไม่ได้ออกไปไหนนอกจากร้านค้าแถวบ้าน บอกตรงๆค่ะเราเครียดมากไม่ได้ออกไปไหนเลยอยู่แต่บ้าน มันคือคุกดีๆนี่เอง แต่เรื่องการใช้จ่ายแม้ว่าเราจะไม่มีรายได้แต่ก็ต้องจ่ายจิปาถะเองทุกอย่าง เสื้อผ้าเราและลูก ครีมอาบน้ำสระผม ครีมเครื่องประทินผิวเราและลูก ค่าขนม นม แพมเพิส ของที่อยากกิน ของใช้ แม้จะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านเราก็ซื้อเอง เราไม่ได้พบเจอใครแม้แต่เรียนเรายิ่งเครียดมากไปอีก เงินมาจากรัฐบาล พ่อของลูกบางเดือนก็ให้บางเดือนก็ไม่ให้ แต่เดือนที่ให้แค่500-1,000 เด็กคนหนึ่งต้องใช้เงินมากกว่านี้10เท่าคิดว่าพอใช้หรือไม่ และตอนนี้ก็ไม่ได้ส่งมาหลายเดือนแล้วทั้งที่เขาทำงานแล้วและพ่อแม่เขาก็ทำงานแต่ไม่ได้รับเงินเลย ส่วนหนึ่งมากจากเก็บออมตอนเรียนกศน.แม้เงินไปเรียนจะน้อยก็สะสมทีละนิดๆและกลับมาจากเรียนก็ต้องซื้อของมาฝากลูกเล็กน้อย เงินมาจากขายของออนไลน์ได้เพียงไม่กี่เดือนก็เลิกขายเพราะแม่ทีมโกง เป็นที่มาของเงินที่ใช้จ่าย
แม้เราจะเครียดเราก็กินยาบ้างไม่กินยาบ้างจนเราเลิกกินและเลิกไปหาหมอเราจะทำตัวเองให้มีความสุขที่สุดสาเหตุที่เราเลิกกินเพราะแม่หาว่าเราเป็นบ้าเพียงเพราะเราไปหาหมอทางจิตเวช เราเป็นโ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 2
พยายามอย่าทำอะไรตามใจตัวเอง
อะไรที่ไม่จำเป็นก็อย่าไปมีอย่าไปทำ
ถ้ารู้ตัวก็รีบเปลี่ยนตัวเองซะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่