คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 11
ต้องดูบริบทของคำพูดด้วยว่าเขาพูดไว้เมื่อไร ปัจจุบันยังใช้ได้ไหมในบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป
บางคนเกิดมาในยุคหลังที่เริ่มสบายแล้ว ถึงกับต่อว่าชาวนาว่าเป็นตัวถ่วงความเจริญของชาติก็เคยเห็นมาแล้ว
พวกนี้ก็เหมือนใบอ่อนบนยอดไม้ที่ไม่เคยรู้ว่าตัวเองเป็นต้นอะไร ไม่รู้ว่าที่มียอดอ่อนได้เพราะระบบรากค้ำลำต้นไว้ให้
เรื่องบุญคุณของชาวนา จิตร ภูมิศักดิ์ (2473-2509) ก็เคยเขียนเป็นบทกวีที่โด่งดัง (เปิบข้าวทุกคราวคำ จงสูจำเป็นอาจิณฯ)
จิตรเป็นผู้ที่มีชีวิตอยู่ระหว่างช่วงสงครามโลก ผ่านยุคข้าวยากหมากแพง ย่อมมีมุมมองในขณะที่ประพันธ์ไม่เหมือนยุคนี้
เช่นเดียวกับบุญคุณของชาวนาก็น่าจะเริ่มมาจากราวๆ ปี 2500 ในภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกตกต่ำ สงครามโลกและต่อด้วยสงครามเย็น
การทำนาถือเป็นกระดูกสันหลังของชาติ ไม่ใช่เพราะอวยยศเว่อวังให้ชาวนา แต่เพราะขณะนั้นมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ
เนื่องจากการทำนาคือหลักประกันความมั่นคงของชาติทั้งชาติ คนจะรวยแค่ไหนก็ต้องกิน จนแค่ไหนก็ต้องดิ้นรนหากิน
ถ้าคนกินไม่อิ่มก็ย่อมเกิดความไม่สงบ แตกเป็นก๊กเป็นเหล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทหารจะขาดเสบียงไม่ได้
ที่บอกว่าต้องดูบริบทอีกตัวอย่างหนึ่งคือ "เงินทองของมายา ข้าวปลาสิของจริง" (ม.จ.สิทธิพร กฤดากร 2426-2491)
ลองมาพูดให้เด็กสมัยได้ยิน คงจะขำกันตัวโยน เพราะสมัยนี้มีเงินก็ไปซื้อมา เงินซื้อได้แทบทุกอย่าง
ถ้าหิวก็เอานิ้วลูบกระจก แค่นี้ก็มีคนเอาข้าวปลามาส่งถึงบ้าน เงินทองสิของจริง (โดยเฉพาะบิทคอยน์ยิ่งของจริงเข้าไปใหญ่)
จะรู้ว่าคำพูดดังกล่าวเป็นอมตะเมื่อเกิดสงครามขึ้นมาจริงๆ นั่นแหละ มีเงินทองก็ซื้อหาไม่ได้ ปลูกข้าวเองก็ไม่เป็น
บางคนเกิดมาในยุคหลังที่เริ่มสบายแล้ว ถึงกับต่อว่าชาวนาว่าเป็นตัวถ่วงความเจริญของชาติก็เคยเห็นมาแล้ว
พวกนี้ก็เหมือนใบอ่อนบนยอดไม้ที่ไม่เคยรู้ว่าตัวเองเป็นต้นอะไร ไม่รู้ว่าที่มียอดอ่อนได้เพราะระบบรากค้ำลำต้นไว้ให้
เรื่องบุญคุณของชาวนา จิตร ภูมิศักดิ์ (2473-2509) ก็เคยเขียนเป็นบทกวีที่โด่งดัง (เปิบข้าวทุกคราวคำ จงสูจำเป็นอาจิณฯ)
จิตรเป็นผู้ที่มีชีวิตอยู่ระหว่างช่วงสงครามโลก ผ่านยุคข้าวยากหมากแพง ย่อมมีมุมมองในขณะที่ประพันธ์ไม่เหมือนยุคนี้
เช่นเดียวกับบุญคุณของชาวนาก็น่าจะเริ่มมาจากราวๆ ปี 2500 ในภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกตกต่ำ สงครามโลกและต่อด้วยสงครามเย็น
การทำนาถือเป็นกระดูกสันหลังของชาติ ไม่ใช่เพราะอวยยศเว่อวังให้ชาวนา แต่เพราะขณะนั้นมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ
เนื่องจากการทำนาคือหลักประกันความมั่นคงของชาติทั้งชาติ คนจะรวยแค่ไหนก็ต้องกิน จนแค่ไหนก็ต้องดิ้นรนหากิน
ถ้าคนกินไม่อิ่มก็ย่อมเกิดความไม่สงบ แตกเป็นก๊กเป็นเหล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทหารจะขาดเสบียงไม่ได้
ที่บอกว่าต้องดูบริบทอีกตัวอย่างหนึ่งคือ "เงินทองของมายา ข้าวปลาสิของจริง" (ม.จ.สิทธิพร กฤดากร 2426-2491)
ลองมาพูดให้เด็กสมัยได้ยิน คงจะขำกันตัวโยน เพราะสมัยนี้มีเงินก็ไปซื้อมา เงินซื้อได้แทบทุกอย่าง
ถ้าหิวก็เอานิ้วลูบกระจก แค่นี้ก็มีคนเอาข้าวปลามาส่งถึงบ้าน เงินทองสิของจริง (โดยเฉพาะบิทคอยน์ยิ่งของจริงเข้าไปใหญ่)
จะรู้ว่าคำพูดดังกล่าวเป็นอมตะเมื่อเกิดสงครามขึ้นมาจริงๆ นั่นแหละ มีเงินทองก็ซื้อหาไม่ได้ ปลูกข้าวเองก็ไม่เป็น
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้เปิบข้าวทุกคราวคำ จงสูจำเป็นอาจิณ
เหงื่อกูที่สูกิน จึงก่อเกิดมาเป็นคน
ข้าวนี้น่ะมีรส ให้ชนชิมทุกชั้นชน
เบื้องหลังสิทุกข์ทน และขมขื่นจนเขียวคาว
จากแรงมาเป็นรวง ระยะทางนั้นเหยียดยาว
จากรวงเป็นเม็ดพราว ล้วนทุกข์ยากลำบากเข็ญ
เหงื่อหยดสักกี่หยาด ทุกหยดหยาดล้วนยากเย็น
ปูดโปนกี่เส้นเอ็น จึงแปรรวงมาเป็นกิน
น้ำเหงื่อที่เรื่อแดง และน้ำแรงอันหลั่งริน
สายเลือดกูทั้งสิ้น ที่สูซดกำซาบฟัน
เหงื่อกูที่สูกิน จึงก่อเกิดมาเป็นคน
ข้าวนี้น่ะมีรส ให้ชนชิมทุกชั้นชน
เบื้องหลังสิทุกข์ทน และขมขื่นจนเขียวคาว
จากแรงมาเป็นรวง ระยะทางนั้นเหยียดยาว
จากรวงเป็นเม็ดพราว ล้วนทุกข์ยากลำบากเข็ญ
เหงื่อหยดสักกี่หยาด ทุกหยดหยาดล้วนยากเย็น
ปูดโปนกี่เส้นเอ็น จึงแปรรวงมาเป็นกิน
น้ำเหงื่อที่เรื่อแดง และน้ำแรงอันหลั่งริน
สายเลือดกูทั้งสิ้น ที่สูซดกำซาบฟัน
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
ทำไมชาวนาถึงมีบุญคุณกับเรา?
เมื่อก่อนจนถึงตอนนี้ จขกท. ก็ยังคิดตลอดๆว่า กินข้าวให้หมด อย่าเหลือแม้แต้เม็ดเดียวเพราะกว่าชาวนาจะได้มา ต้องหลังขดหลังแข็ง คือจขกท.ถูกสอนมาแบบนี้ค่ะ ว่าชาวนามีบุญคุณกับเรา เราต้องกินข้าวอย่าให้เหลือ
พอวันนี้ขับผ่าน จู่ๆก็แว้บขึ้นมาในสมองว่า แต่ชาวนาก็ได้เงินไปนะ เราไม่ได้ขอมาฟรีๆ ทำไมต้องถือเป็นบุญคุณ เพราะมันอาชีพของเขาที่เขาเลือก ทำไมถึงถูกสอนมาแบบนี้นะ แบบนี้คนอื่นๆ ขายหมูขายไก่ขายอะไรก็ตามก็มีบุญคุณกับเราสิ
สับสนเลยค่ะ
หรือเป็นแค่คำสอนให้เด็กไม่กินข้าวเหลือเฉยๆคะ?
หรือเป็นบุญคุณจริงๆ?
ปล.จขกท.แค่สงสัยนะคะ เพราะมันแว้บมาในหัวเฉยๆ
ปล2.ขออภัยหากแท็กผิด