มาย้อนดู ‘3 ยูนิคอร์น’ สัญชาติไทยที่เกิดพร้อมกันในปี 2021 ที่ผ่านมากันหน่อย..
ว่ากันในวงการสตาร์ทอัพไทยช่วงปีที่ผ่านมามีคนพูดถึงให้ได้ยินดีติดหูกันมาสักพัก ถึงจะมีมานานเกือบ 10 ปีแล้วก็ตาม มาช่วงหลังๆ คนเริ่มมองว่าเป็นขาลง ลองย้อนดู ‘Dtac’ ยังยุบ ‘Dtac Accelerate’ ไป หลายคนในแวดลงมองว่ามีเพียง ‘ยูนิคอร์น’ หรือ บริษัทที่มีมูลค่า ‘1,000 ล้านดอลลาร์’ เท่านั้นที่จะฟื้นความเชื่อมั่นได้และกลับมามั่งคั่งได้เหมือนก่อน
และในที่สุดปี 2021 ที่ผ่านมานี้ ประเทศไทยก็มียูนิคอร์นถือกำเนิด ไม่ได้มีแค่ตัวเดียวด้วย มีถึง 3 ราย ภายในปีเดียวกัน ไปดูกันว่ามีใครบ้างเอ่ย
เริ่มกันที่แจ้าแรกเลย 1. Flash Express
ธุรกิจ : บริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส โลจิสติกส์และอีคอมเมิร์ซครบวงจร (Flash Logistics, Flash Fulfillment, Flash Home, Flash Pay, Flash Money)
Flash Express (แฟลช เอ็กซ์เพรส) ก่อตั้งเมื่อปี 2017 ก่อนจะให้บริการในปี 2018 ซึ่งถือเป็นช่วงที่อีคอมเมิร์ซกำลังเติบโต
มีจุดเด่นให้บริการตลอด 7 วันไม่มีหยุด มีบริการรับถึงบ้านฟรี เพื่อตัดปัญหาการหาหน้าร้าน รวมถึงราคาที่เริ่มต้นเพียง 15 บาท โดยตลอด 3 ปีที่ผ่านมา Flash มีการเติบโตกว่า 1,000% และได้มีการแตกบริการไปอย่างครบวงจร
สำหรับการลงทุนครั้งใหญ่ Flash ได้ระทมทุนซีรีส์ D+ และ E จาก SCB 10X, PTTOR, TOP และอื่น ๆ ส่งผลมูลค่าบริษัททะลุ 30,000 ล้านบาท ขึ้นเป็นยูนิคอร์นตัวแรกของประเทศไทย ไปเมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2021
ต่อกันที่บ้านที่ 2. Ascend Money
ธุรกิจ : บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด ในเครือแอสเซนด์ ให้บริการ Fintech เช่น E-Wallet (True Money), สินเชื่อออนไลน์ (Ascend Nano), ประกันออนไลน์ (Ascend Assurance, Ascend Weath) หลายๆคนใช้บริการ TrueMoveH จะคุ้นๆกันดีเลย เพราะทุกอย่างจะเชื่อมโยงกัน เพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายและได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ เหมือนอยู่ในเมือง Truetown
ทางAscend Money เป็นบริษัทที่อยู่ในกลุ่ม Ascend Group โดย True Money เริ่มให้บริการปี 2003 และในปี 2016 สามารถเติบโตอย่างก้าวกระโดดด้วยบริการ True Money Wallet นอกจากนี้ยังได้ Ant Financial Services Group บริษัทในเครือของ Alibaba Group เป็นพันธมิตร
ปัจจุบัน True Money ได้ให้บริการใน 6 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มียอดผู้ใช้กว่า 50 ล้านราย เฉพาะยอดผู้ใช้ไทยมีมากกว่า 20 ล้านราย ส่วนยอดการทำธุรกรรมรวมทั้งหมดกว่า 2,200 ล้านครั้ง เป็นมูลค่ารวมกว่า 14,000 ล้านดอลลาร์ (ตัวเลขสิ้นปี 2020)
และในเดือน ก.ย 2021 Ascend Money ก็มีมูลค่าเพิ่มเป็น 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากระดมทุนรอบล่าสุดจำนวน 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากบริษัท โบว์ เวฟ แคปปิตอล แมเนจเมนท์ (Bow Wave Capital Management) จากสหรัฐอเมริกา มาลงทุนร่วมกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ และ แอนท์ กรุ๊ป (Ant Group) ทำให้บริษัทกลายเป็นฟินเทคยูนิคอร์นรายแรกของประเทศไทย
บ้านหลังที่ 3 นักบริหารวัยหนุ่มกับบ้าน Bitkub คุณจิรายุส ทรัพย์ศรีโอชา
ธุรกิจ : บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ในเครือบิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป Exchange Platform สำหรับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล
หากพูดถึงคริปโตเคอร์เรนซีหรือสกุลเงินดิจิทัล แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะไม่ว่าจะเป็น Bitcoin, Ethereum ต่างก็มีอยู่นานเเล้ว
เเต่กระเเสกลับมาร้อนแรงขึ้นในช่วงปี 2020-2021 เนื่องจากมูลค่าที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดจนใคร ๆ ก็อยากลงทุน
โดยในไทยเองก็มี บิทคับ (Bitkub) Exchange Platform สำหรับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล โดย Bitkub ก่อตั้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2018
เนื่องจากกระเเสความร้อนแรงของคริปโตเคอร์เรนซีรวมถึงแพลตฟอร์มของ Bitkub ทำให้ในเดือนพฤศจิกายน 2021 กลุ่ม SCBX ประกาศใช้เงินลงทุนถึง 17,850 ล้านบาท เข้าถือหุ้นสัดส่วน 51% ใน Bitkub ทำให้กลายเป็นยูนิคอร์นตัวที่ 3 ของเมืองไทยทันที
ติดตามกันต่อไปว่าสตาร์ทอัพไทยคงไม่หยุดแค่ ยูนิคอร์นแค่ 3 ตัวนี้แน่ ๆ เพราะยังมีสตาร์ทอัพอีกหลายรายที่มีศักยภาพในการเติบโต
ในปี 2022 นี้จะได้เห็น ยูนิคอร์น ตัวที่ 4 หรือไม่ต้องติดตาม
ที่มาและข้อมูลเพิ่มเติม
https://positioningmag.com/1369454
https://mgronline.com/business/detail/9640000108805
ย้อนดู ‘3 ยูนิคอร์น’ ปัง ปัง..สัญชาติไทยที่เกิดพร้อมกันในปี 2021 จะได้ไปต่อ หรือพอแค่นี้!!
ว่ากันในวงการสตาร์ทอัพไทยช่วงปีที่ผ่านมามีคนพูดถึงให้ได้ยินดีติดหูกันมาสักพัก ถึงจะมีมานานเกือบ 10 ปีแล้วก็ตาม มาช่วงหลังๆ คนเริ่มมองว่าเป็นขาลง ลองย้อนดู ‘Dtac’ ยังยุบ ‘Dtac Accelerate’ ไป หลายคนในแวดลงมองว่ามีเพียง ‘ยูนิคอร์น’ หรือ บริษัทที่มีมูลค่า ‘1,000 ล้านดอลลาร์’ เท่านั้นที่จะฟื้นความเชื่อมั่นได้และกลับมามั่งคั่งได้เหมือนก่อน
และในที่สุดปี 2021 ที่ผ่านมานี้ ประเทศไทยก็มียูนิคอร์นถือกำเนิด ไม่ได้มีแค่ตัวเดียวด้วย มีถึง 3 ราย ภายในปีเดียวกัน ไปดูกันว่ามีใครบ้างเอ่ย
Flash Express (แฟลช เอ็กซ์เพรส) ก่อตั้งเมื่อปี 2017 ก่อนจะให้บริการในปี 2018 ซึ่งถือเป็นช่วงที่อีคอมเมิร์ซกำลังเติบโต
มีจุดเด่นให้บริการตลอด 7 วันไม่มีหยุด มีบริการรับถึงบ้านฟรี เพื่อตัดปัญหาการหาหน้าร้าน รวมถึงราคาที่เริ่มต้นเพียง 15 บาท โดยตลอด 3 ปีที่ผ่านมา Flash มีการเติบโตกว่า 1,000% และได้มีการแตกบริการไปอย่างครบวงจร
สำหรับการลงทุนครั้งใหญ่ Flash ได้ระทมทุนซีรีส์ D+ และ E จาก SCB 10X, PTTOR, TOP และอื่น ๆ ส่งผลมูลค่าบริษัททะลุ 30,000 ล้านบาท ขึ้นเป็นยูนิคอร์นตัวแรกของประเทศไทย ไปเมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2021
ต่อกันที่บ้านที่ 2. Ascend Money
ธุรกิจ : บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด ในเครือแอสเซนด์ ให้บริการ Fintech เช่น E-Wallet (True Money), สินเชื่อออนไลน์ (Ascend Nano), ประกันออนไลน์ (Ascend Assurance, Ascend Weath) หลายๆคนใช้บริการ TrueMoveH จะคุ้นๆกันดีเลย เพราะทุกอย่างจะเชื่อมโยงกัน เพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายและได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ เหมือนอยู่ในเมือง Truetown
ทางAscend Money เป็นบริษัทที่อยู่ในกลุ่ม Ascend Group โดย True Money เริ่มให้บริการปี 2003 และในปี 2016 สามารถเติบโตอย่างก้าวกระโดดด้วยบริการ True Money Wallet นอกจากนี้ยังได้ Ant Financial Services Group บริษัทในเครือของ Alibaba Group เป็นพันธมิตร
ปัจจุบัน True Money ได้ให้บริการใน 6 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มียอดผู้ใช้กว่า 50 ล้านราย เฉพาะยอดผู้ใช้ไทยมีมากกว่า 20 ล้านราย ส่วนยอดการทำธุรกรรมรวมทั้งหมดกว่า 2,200 ล้านครั้ง เป็นมูลค่ารวมกว่า 14,000 ล้านดอลลาร์ (ตัวเลขสิ้นปี 2020)
และในเดือน ก.ย 2021 Ascend Money ก็มีมูลค่าเพิ่มเป็น 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากระดมทุนรอบล่าสุดจำนวน 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากบริษัท โบว์ เวฟ แคปปิตอล แมเนจเมนท์ (Bow Wave Capital Management) จากสหรัฐอเมริกา มาลงทุนร่วมกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ และ แอนท์ กรุ๊ป (Ant Group) ทำให้บริษัทกลายเป็นฟินเทคยูนิคอร์นรายแรกของประเทศไทย
บ้านหลังที่ 3 นักบริหารวัยหนุ่มกับบ้าน Bitkub คุณจิรายุส ทรัพย์ศรีโอชา
ธุรกิจ : บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ในเครือบิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป Exchange Platform สำหรับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล
หากพูดถึงคริปโตเคอร์เรนซีหรือสกุลเงินดิจิทัล แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะไม่ว่าจะเป็น Bitcoin, Ethereum ต่างก็มีอยู่นานเเล้ว
เเต่กระเเสกลับมาร้อนแรงขึ้นในช่วงปี 2020-2021 เนื่องจากมูลค่าที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดจนใคร ๆ ก็อยากลงทุน
โดยในไทยเองก็มี บิทคับ (Bitkub) Exchange Platform สำหรับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล โดย Bitkub ก่อตั้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2018
เนื่องจากกระเเสความร้อนแรงของคริปโตเคอร์เรนซีรวมถึงแพลตฟอร์มของ Bitkub ทำให้ในเดือนพฤศจิกายน 2021 กลุ่ม SCBX ประกาศใช้เงินลงทุนถึง 17,850 ล้านบาท เข้าถือหุ้นสัดส่วน 51% ใน Bitkub ทำให้กลายเป็นยูนิคอร์นตัวที่ 3 ของเมืองไทยทันที
ติดตามกันต่อไปว่าสตาร์ทอัพไทยคงไม่หยุดแค่ ยูนิคอร์นแค่ 3 ตัวนี้แน่ ๆ เพราะยังมีสตาร์ทอัพอีกหลายรายที่มีศักยภาพในการเติบโต
ในปี 2022 นี้จะได้เห็น ยูนิคอร์น ตัวที่ 4 หรือไม่ต้องติดตาม
ที่มาและข้อมูลเพิ่มเติม
https://positioningmag.com/1369454
https://mgronline.com/business/detail/9640000108805