เราควรเรียก "ตถาคต" ว่า "พระผู้มีพระภาคเจ้า" หรือไม่

ในขณะที่ผมศึกษาพุทธศาสนาอยู่นั้น ผมได้สะดุดตากับคำว่า "พระผู้มีพระภาคเจ้า" ซึ่งตามบริบทคงจะหมายถึงพระสมณโคดม ซึ่งจะพบเห็นกันอย่างมากมายในบทสวดมนต์แปลหลายบท
เท่าที่ลองสังเกตเหมือนจะแปลมาจากคำว่า "ภควโต"  ซึ่งถ้าแปลตรงตัว ก็จะแปลว่าพระผู้มีพระภาค หรือ ผู้จำแนกแจกแจงธรรม ตามบทสวด นะโมตัสสะฯ
คำว่าพระผู้มีพระภาคเจ้า หากแปลความโดยตรงตามภาษาไทย ก็คือ ผู้เป็นส่วนหนึ่งของพระเจ้า ซึ่งก็คือพระอวตารนั้นเอง พอได้ฟังแล้วก็กลับไปนึกถึงนิทานของพราหมณ์เรื่อง พุทธาวตาร ที่ว่าพระพุทธเจ้าคือพระนารายณ์อวตาร ลงมาเพื่อล่อลวงคนเขลา ให้ออกห่างจากพิธีกรรมทางศาสนาพราหมณ์
เช่นนี้แล้ว คำว่า "พระผู้มีพระภาคเจ้า" จะเป็นคำที่ขัดแย้งกับคำสอนของศาสนาพุทธหรือไม่?
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 11
คำว่าพระผู้มีพระภาคเจ้า หากแปลความโดยตรงตามภาษาไทย ก็คือ ผู้เป็นส่วนหนึ่งของพระเจ้า

แปลผิด

ถ้าจะ มุ่งหมาย ไปยังคำว่า ภาค ที่แปลว่า ส่วน

ภาค ภาค–[พาก พากคะ–] น. ส่วน

อนึ่ง พระผู้มีพระภาคทรงมีส่วนแห่งจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัย
เภสัชบริขาร เพราะฉะนั้นจึง ชื่อว่า ภควา. อนึ่ง พระผู้มีพระภาคทรงมีส่วนแห่งอธิศีล อธิจิต
อธิปัญญา อันเป็นอรรถรส ธรรมรส วิมุตติรส เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ภควา.

อนึ่ง พระผู้มีพระภาคทรงมีส่วนแห่งฌาน ๔ อัปปมัญญา ๔ อรูปสมาบัติ ๔
เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่าภควา.

อนึ่ง พระผู้มีพระภาคทรงมีส่วนแห่งวิโมกข์ ๘ อภิภายตนะ ๘ (ฌานเป็นที่ตั้ง
แห่งความครอบงำอารมณ์ในกสิณ) อนุปุพพวิหารสมาบัติ ๙ (รูปฌาน ๔ อรูปฌาน ๔
สัญญาเวทยิตนิโรธ ๑) เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า ภควา.

อนึ่ง พระผู้มีพระภาคทรงมีส่วนแห่งสัญญาภาวนา ๑๐ กสิณสมาบัติ ๑
อานาปานสติสมาธิ อสุภสมาบัติ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ภควา.

อนึ่ง พระผู้มีพระภาคทรงมีส่วนแห่งสติปัฏฐาน ๔ สัมมัปปธาน ๔ อิทธิบาท ๔
อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โพชฌงค์ ๗ อริยมรรคมีองค์ ๘ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ภควา.

อนึ่ง พระผู้มีพระภาคทรงมีส่วนแห่งตถาคตพลญาณ ๑๐ เวสารัชชธรรม ๔
ปฏิสัมภิทา ๔ อภิญญา ๖ พุทธธรรม ๖ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ภควา.

แต่ ถ้า

ถ้าจะ มุ่งหมาย ไปยังคำว่า  ภควา  แปลว่า ผู้มีความเจริญ (เพราะทำลายเหตุแห่งความเสื่อมได้หมดสิ้นถาวรแล้ว)

อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า ภควา เพราะอรรถว่า ผู้ทำลายราคะแล้ว ทำลายโทสะแล้ว
ทำลายโมหะแล้ว ทำลายมานะแล้ว ทำลายทิฏฐิแล้ว ทำลายเสี้ยนหนามแล้ว
ทำลายกิเลสแล้ว และเพราะอรรถว่า ทรงจำแนก ทรงจำแนกวิเศษ ทรงจำแนกเฉพาะ
ซึ่งธรรมรัตนะ. เพราะอรรถว่า ทรงทำซึ่งที่สุดแห่งภพทั้งหลาย. เพราะอรรถว่า
มีพระกายอันอบรมแล้ว. มีศีลอันอบรมแล้ว มีจิตอันอบรมแล้ว. มีปัญญาอันอบรมแล้ว.

อนึ่ง พระผู้มีพระภาคทรงซ่องเสพเสนาสนะอันเป็นป่าละเมาะ และป่าทึบอันสงัด
มีเสียงน้อย ปราศจากเสียงกึกก้อง ปราศจากชนผู้สัญจรไปมา เป็นที่ควรทำกรรมลับ
ของมนุษย์ สมควรแก่วิเวก เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ภควา.
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่