น้ำหนักเกินตรงไหน เอาปากกามาวง

น้ำหนักเกินตรงไหน เอาปากกามาวง 🖊️
 
     ช่วงนี้หลายๆ บริษัทเริ่มให้พนักงานกลับเข้าไปทำงานที่ออฟฟิศกันแล้ว ซึ่งปัญหาที่ตามมาก็คือ หลายๆ คนกลับไปใส่เสื้อผ้าเก่าของตัวเองไม่ได้ เพราะว่าอ้วนขึ้น 😂😂 เนื่องจากการทำงานอยู่บ้าน ทำให้ไม่ค่อยได้ขยับตัวไปไหน 
     ซึ่งปัจจุบันพบว่ามีผู้ที่มีภาวะโรคอ้วนหรือมีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐานเพิ่มมากขึ้นทุกประเทศทั่วโลก (โดยเฉพาะในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19) ซึ่งภาวะโรคอ้วนนี้มีความอันตรายมากกว่าที่เราคิด เพราะสามารถนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ได้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นความดันโลหิตสูง ไขมันและน้ำตาลในเลือดสูง ข้อเข่าเสื่อม ไขมันพอกตับ โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคทางนรีเวช ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ รวมถึงโรคหลอดเลือดสมอง
     หลายคนจึงพยายามที่จะลดน้ำหนักของตัวเอง ซึ่งบางคนก็ทำได้ แต่ก็มีอีกหลายคนที่ไม่ว่าจะพยายามมากเท่าไหร่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ จนถอดใจเลิกลดน้ำหนักไปเลยก็มี แล้วอยากรู้มั้ยครับว่า ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคอ้วนมีอะไรบ้าง แล้วทำไมบางคนถึงพยายามเท่าไหร่น้ำหนักก็ไม่ลดซักที พี่หมอไปหาคำตอบมาให้แล้วครับ 
 
น้ำหนักตัวเท่าไหร่ ถึงเรียกว่าเกินเกณฑ์มาตรฐาน
              ค่าดัชนีมวลกาย หรือ Body Mass Index : BMI (คลิกที่ลิ้งค์เพื่อเช็กค่า BMI ของตัวเองได้นะครับ) เป็นค่าที่ใช้ชี้วัดว่า ร่างกายมีความสมดุลกันของน้ำหนักตัวเมื่อเทียบกับส่วนสูงหรือไม่ โดยสามารถใช้เป็นเกณฑ์คัดกรองได้ในผู้ใหญ่ที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป ดังนี้ 👇
 ปัจจัยของการเกิดโรคอ้วน หรือน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน 
     นอกจากปัจจัยด้านการรับประทานอาหาร วิถีชีวิต การออกกำลังกาย อายุ รวมถึงปัจจัยด้านสภาพเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังมีอีก 2 ปัจจัยหลักๆ ที่ส่งผลให้การลดน้ำหนักของเราไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ได้แก่ 
     1.พันธุกรรมหรือยีน 
      เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้บางคนลดน้ำหนักไม่ลง และเกิดความผิดปกติด้านการเผาผลาญสารอาหารบางชนิด โดยอาจเป็นยีนโรคอ้วนที่ได้รับมาจากพ่อแม่ 🧬 หรือยีนที่ทำงานผิดปกติในร่างกาย เช่น ยีนควบคุมความอิ่มเสียไป ยีนที่ควบคุมการสร้างไขมันในร่างกายผิดปกติ ยีนโรคเบาหวาน รวมถึงการที่ร่างกายของแต่ละคนมีประสิทธิภาพในการเผาผลาญไขมันเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานไม่เท่ากัน พันธุกรรมจึงอาจส่งผลต่อปริมาณไขมันที่สะสมในร่างกายได้ นอกจากนี้ ยังมีโรคทางพันธุกรรมที่ทำให้เกิดภาวะอ้วนหรือมีรูปร่างอ้วนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เช่น พราเดอร์-วิลลี่ ซินโดรม (Prader-Willi Syndrome) ซึ่งผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีอาการกินไม่หยุด กินจุ และมีพัฒนาการช้า 
     2.โรคประจำตัวบางอย่าง การรับประทานยาบางชนิด และภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล 
     ภาวะความผิดปกติของร่างกาย หรือโรคบางโรคก็อาจส่งผลต่อน้ำหนักตัวและภาวะอ้วนได้ เช่น ภาวะไทรอยด์ต่ำ (Hypothyroidism) ซึ่งเป็นภาวะที่ต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมนน้อยเกินไป ทำให้การเผาผลาญพลังงานของร่างกายต่ำลง หรือโรคคุชชิ่งซินโดรม (Cushing’s Syndrome) ซึ่งทำให้ร่างกายมีฮอร์โมนคอร์ติซอลสูง ส่งผลให้ร่างกายสะสมไขมันตามส่วนต่างๆมากกว่าคนทั่วไป การรับประทานยาคุมกำเนิดบางชนิด ยาต้านอาการซึมเศร้าและยาสเตียรอยด์ รวมถึงภาวะฮอร์โมนไม่สมดุลในคุณแม่หลังคลอด หรือผู้ที่เข้าสู่วัยทองบางราย ปัจจัยเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราไม่สามารถลดน้ำหนักได้เท่าที่ควร 
 
การตรวจเพื่อวินิจฉัยโรคอ้วน สามารถทำได้ 2 วิธี ได้แก่
    🔎 1.การตรวจพันธุกรรม ในปัจจุบันมีความก้าวหน้ามากขึ้น เพราะสามารถตรวจพบยีนหลายชนิดที่เป็นสาเหตุของโรคอ้วน รวมถึงยีนที่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการหิวและรับประทานอาหารมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคอ้วนรุนแรงตั้งแต่เด็ก ซึ่งผู้ป่วยอาจมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น มีความผิดปกติของระดับฮอร์โมนและระบบประสาท ซึ่งการค้นพบสาเหตุทางพันธุกรรมของโรคอ้วน นำไปสู่การพัฒนายาที่ใช้ในการรักษา รวมถึงการดูแลด้านโภชนาการ การทำกายภาพบำบัด การออกกำลังกาย และการฟื้นฟูสภาพจิตใจ นอกจากนี้ หากตรวจพบว่า ผู้ป่วยมีพันธุกรรมที่ผิดปกติและส่งผลต่อการลดน้ำหนัก เช่น การเผาผลาญไขมันหรือน้ำตาลผิดปกติ หรือยีนที่ควบคุมการสร้างไขมันในร่างกายผิดปกติ ก็สามารถหาวิธีรักษาหรือทางเลือกอื่นในการลดน้ำหนักได้
    🔎 2.การตรวจหาความสมดุลของระดับฮอร์โมน ระดับฮอร์โมนบางประเภทส่งผลต่อการลดน้ำหนัก โดยผู้ที่มีน้ำหนักเกินบางคนอาจเกิดจากการมีระดับฮอร์โมนอิ่มมากกว่าปกติ ยิ่งมีฮอร์โมนอิ่มมาก เซลล์ไขมันก็จะยิ่งดื้อและไม่ยอมส่งสัญญาณอิ่มไปที่สมอง ส่งผลให้เราหิวตลอดเวลาและไม่สามารถหยุดกินได้ หรือบางคนอาจมีระดับฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำกว่าปกติ ทำให้การเผาผลาญพลังงานในร่างกายลดน้อยลง และทำให้เราอ้วนขึ้นนั่นเอง 
 
การรักษาโรคอ้วน ทำได้หลายวิธี ดังนี้ 
    ✅ 1.การปรับวิธีการรับประทานอาหารให้ถูกต้องตามหลักโภชนาการ ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม และอาจต้องมีการใช้ยาตามดุลยพินิจของแพทย์เพื่อช่วยลดน้ำหนัก รวมถึงลดความเสี่ยงที่อาจเกิดจากภาวะแทรกซ้อนรุนแรงอันเป็นผลมาจากการเป็นโรคอ้วน อย่างไรก็ตาม วิธีการรักษาโรคอ้วนส่วนใหญ่แล้วยังอยู่ในระหว่างการศึกษาและวิจัย และจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาทั้งทางด้านวิธีการตรวจและรักษาต่อไป 
    ✅ 2.การใช้ปากกาลดน้ำหนัก ปัจจุบันด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่เจริญก้าวหน้า จึงมีทางเลือกสำหรับผู้ที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐานและต้องการลดน้ำหนัก โดยการใช้ปากกาลดน้ำหนัก ควบคู่ไปกับการควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการลดน้ำหนักในระยะยาว
    ✅ 3.การดูและและปรับสมดุลของระดับฮอร์โมน รวมถึงการปรับสมดุลร่างกายแบบองค์รวม 
    ✅ 4.การใช้ยาลดน้ำหนัก และการผ่าตัด
 
     บางครั้งแค่การควบคุมอาหารและการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวก็ไม่สามารถช่วยให้เราลดน้ำหนักได้ ดังนั้น จึงควรทำความเข้าใจก่อนว่า สาเหตุที่ทำให้น้ำหนักเกินเกิดจากอะไร เราถึงจะสามารถแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดและประสบความสำเร็จ แต่ถ้าไม่แน่ใจว่าปัญหาของเราอยู่ที่ตรงไหนกันแน่ ก็สามารถมาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้นะครับ 
              
     แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น พี่หมอก็ไม่อยากให้ทุกคนยึดติดกับความสวยงามของรูปร่างมากจนเกินไป (เหมือนกับที่มีการรณรงค์เรื่อง Real Size Beauty บนเวทีประกวดนางงามเมื่อเร็วๆนี้) เพราะพี่หมอเชื่อว่า สิ่งสำคัญที่สุดของคนเราก็คือ การมีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงสมบูรณ์ ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ เพราะต่อให้หุ่นดีแค่ไหน แต่ถ้าต้องเป็นคนขี้โรคหรือไม่มีความสุขกับการใช้ชีวิต ก็คงไม่มีใครอยากเป็นหรอก ใช่มั้ยล่ะครับ 😘😘😘

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่