เมื่อการกระทำของผม ส่งผลให้ภรรยาผมไม่สดใส ร่าเริง อีกต่อไป ( หลังจากผ่านไป9เดือน)

หลังจากที่ตั้งกระทู้ไว้ก็ไม่ได้ข้ามาดูนานเลย วันนี้ได้มีโอกาสเข้ามา ตกใจกับคอมเม้นมากครับ เยอะมากจริงๆ ซึ่งผมก็ยอมรับแต่โดยดีว่าสิ่งที่ทุกคนว่ามานั้น มันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ผมเป็นคนขี้ขลาด ทำผิดพลาดได้ แต่ไม่ยอมแก้ไขปัญหา หลังจากวันนั้น ล่วงเลยเวลามาถึง 9เดือน จนตอนนี้ผมก็ยังใช้ชีวิตอยู่กับภรรยาตามปกติ ภรรยาให้โอกาสผมได้แก้ตัว แก้ไขสิ่งเหล่านั้น แต่ก็ยอมรับว่าภรรยาผมไม่เหมือนเดิม แต่ผมก็ต้องยอมรับเพราะผมทำมันเอง แต่เธอดีขึ้นมากแล้ว แต่ก็ยังไม่ร่าเริง เธอนิ่งๆ ไม่ดุด่าอะไรเลย บอกแค่ว่าให้ผมคิดเอาเองว่าจะทำอีกหรือเปล่า ถ้าจะทำไม่ต้องแอบทำ ให้บอกกันตรงๆ ที่ผมไม่ได้ขอโทษหรืออธิบายอะไรให้ภรรยานั้น ไม่ใช่ว่าผมนิ่งนอนใจ แต่ในขณะที่ผมเดินเข้าไป ภรรยาไม่มองผมเลย พูดแค่ว่าให้พูดแค่ครั้งเดียว ไปคิดมาให้ดี อย่าโทษคนอื่น ไม่ต้องอธิบายว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง เธอไม่ได้อยากรับรู้ แต่ให้หาวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดมาเท่านั้นเอง ความนิ่ง สงบของเธอมันทำให้ผมต้องคิดเป็นร้อยๆรอบ ว่าพูดอย่างนั้นดีไหม พูดอย่างนี้ได้หรือเปล่า ผมมีโอกาสแค่ครั้งเดียว แล้วผมก็ได้ขอโทษเธอ และขอโอกาส เพื่อปรับปรุงแก้ไขในสิ่งที่ผมทำผิดพลาดไป เธอก็ได้ตอบกลับมาสั้นๆแค่ว่าจำคำพูดวันนี้เอาไว้ให้ดีนะ ผมเสนอที่จะเอาเงินเดือนทั้งหมดหรือรายได้จากส่วนอื่นๆ ให้เธอเป็นคนดูแลจัดการทั้งหมด แต่เธอบอกว่าไม่จำเป็น เคยทำยังไงก็ให้ทำอย่างนั้น หลังจากนั้นผมก็พยายามทำทุกทาง เพื่อให้เธอกลับมามีความสุขอีกครั้ง แต่ก็คงต้องใช้เวลาไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหน ผมเลือกใช้โทรศัพท์และคอมพิวเตอร์เท่าที่จำเป็น จะไม่หยิบมานั่งเล่นเหมือนแต่ก่อน ใช้เวลาว่างช่วยเธอขายของ แพคของ ทำงานบ้าน ผมช่วยเธอทำทุกอย่าง พาเธอไปเที่ยว แต่เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด ทำให้เรามีเวลาอยู่ด้วยกันที่บ้านมากขึ้น พยายามหากิจกรรมทำร่วมกัน เพื่อให้เธอผ่อนคลาย ยอมรับเลยว่าผู้หญิงที่เงียบ นิ่ง เราไม่สามารถเดาใจเขาได้เลยว่าเขาคิดอะไรอยู่ ส่วนแฟนเก่าผมตัดขาดจากเธอไปเลย ไม่ติดต่ออีกเลย และก็ยังไม่มาที่บ้าน ต่อจากนี้ไปก็ต้องทำทุกอย่างให้ภรรยามีความสุข เพราะเธอแข็งแกร่งจริงๆ และที่สำคัญ ภรรยาไม่พูดเรื่องนี้ให้ครอบครัวของเธอและครอบครัวผมฟังเลย ผิดจากที่ผมคิดไว้มาก ว่าผู้ใหญ่ต้องเล่นงานผมแน่ แต่ทุกคนไม่มีใครถามผมถึงเรื่องนี้เลย แม้กระทั่งพี่ชายของเธอที่เธอสนิทมากๆ 
## จากกระทู้ของผม ทำให้รู้เลยว่าคอมเม้นส่วนใหญ่เป็นผู้ชายที่เข้ามาต่อว่าการกระทำของผม ทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองเลวมากจริงๆ ผู้ชายดีๆยังมีอยู่เยอะจริงๆ 
#กระทู้ก่อนหน้า
https://pantip.com/topic/40515612
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 14
ก็ยังนึกถึงแต่ตัวเองอยู่ดี

กระทู้นี้สิ่งที่สัมผัสได้คือ จขกท ร้องต่อว่า ฉันพยายามแก้ไขทุกอย่างแล้ว ทำไมภรรยายังไม่เหมือนเดิมอีก (ฟระ)

โทษไปอีกว่า ไม่กล้าพูด ไม่กล้าทำอะไร เพราะกลัวผิด กลัวจะเสียเธอไปจริงๆ ทั้งหมดทั้งมวลเพราะคุณคิดถึงแต่ตัวเองไง กลัวตัวเองสูญเสีย ไม่ได้นึกถึงใจอีกฝ่ายหรอก มันต่างกันนะ ที่มาบอกภรรยาไม่เหมือนเดิมนี่คือเหมือนน้อยใจด้วยซ้ำ ทำนั่นนี่แล้วไม่เห็นจะดีขึ้น ไม่เห็นจะกลับเหมือนเดิม ถามจริง คุณมีสิทธิ์อะไรจะไปเรียกร้องให้เขาเหมือนเดิม สิ่งที่คุณทำไปน่ะ กำลังอยู่ด้วยความกลัว กลัวทำอะไรพลาดไปอีก ไม่ได้ทำดีเพื่ออยากให้เธอความสุขจริงๆ หรอก

เราจะบอกไว้อย่างนึงนะ คุณจะเชื่อมั้ยก็ตามใจ คนเราถ้าทำอะไรด้วยความจริงใจ มันรับรู้และสัมผัสได้ ไม่ใช่มานั่งดีดลูกคิด อันนี้ทำแล้วจะผิด จะพลาดมั้ย จะโดนเทมั้ย ถ้ามัวไปกลัวเรื่องพวกนั้น มันแสดงถึงว่า คุณไม่เคยเข้าใจความทุกข์ใจเจ็บปวดของภรรยาเลย แต่แค่คิดถึงแต่ตัวเองไง ว่าทำไงตรูจะรอด ทำไงตรูจะไม่เสียคนดีๆ ไป แค่นั้นเลย เห็นความต่างรึยัง ถ้าคุณรักภรรยา คุณจะไม่กลัวหรอก ว่าเธอจะเลือกยังไง คนรักจริงเขาจะให้อิสระ ถ้าเขารับเราไม่ได้อีกต่อไปก็พร้อมปล่อย ไม่ใช่เหนี่ยวรั้งอยู่แบบนี้ บรรยากาศในบ้านชวนอึดอัดชะมัดที่เล่ามา เหมือนจะดีแต่ไม่ดีขึ้นเลยขอบอก มีความสุขหรอ อยู่ด้วยความระแวง เหมือนกลัวไม่รู้จะเหยียบกับระเบิดวันไหน คุณปรับความคิดใหม่ ถ้าตั้งมั่นด้วยความจริงใจ ทำอะไรคือยึดหลักคิดถึงความรู้สึก จิตใจของภรรยา แค่นั้นเราว่าทุกอย่างจะดีขึ้นเอง ผลจะเป็นไง คุณไม่ต้องไปกังวล ทำใจยอมรับพอ
ความคิดเห็นที่ 12
มาตั้งกระทู้แล้วตั้งนานพึ่งมาอ่านก็แสดงให้เห็นขัดเจนแล้วว่าคุณเป็นคนไม่ใส่ใจจริงๆ
ความคิดเห็นที่ 21
ถ้า​ 9​ เดือนที่ผ่านมามันดีขึ้นแค่นี้​ ผมว่า​ จขกท​ เลิกกับภรรยาแล้วไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ดีมั้ยครับ​ ผมสรุปข้อคิดที่ได้จากคลับฟรายเดย์ซึ่งดีมากๆ​

"นอกใจคือหมดรัก​ ให้บอกเลิกคนเก่าทันทีแล้วไปหาคนใหม่​ แบบนี้จึงถูกต้อง"

ขนาดผมฟัง​ จขกท​ เล่ากิริยาอาการภรรยาตัวเอง​ ผมยังรับรู้ว่าเขาทรมา​ณ​ เพียงแต่ยังตัดใจไม่ได้​ ถ้า​ จขกท​ บอกเขาคำเดียว​ ผมว่าภรรยาตัดใจจากคุณได้แน่นอน​

ต่างคนต่างไปผมว่าดีกว่านะครับ​ ถ้า9เดือนมันได้แค่นี้​ อีก9ปีคงไม่ต่างกัน​ คุณไม่เสียใจเหรอที่ภรรยาตื่นมาทุกเช้ามาเจอหน้าคุณแล้วต้องช้ำใจทุกครั้งที่เรื่องเก่าผุดมาในหัวทุกวัน


ปล.​ ขอบคุณ​ จขกท​ ที่ทำให้ผมคิดได้ว่าชีวิตนี้จะโสดต่อไป
ความคิดเห็นที่ 9
มนุษย์เมียอ่ะ ถ้าถึงจุดๆนึง จะไม่พูด ไม่บ่น ไม่ด่า ไม่ร้องไห้ แต่จะเงียบแทน เพราะมันเหนื่อยที่จะพูดแล้ว
ข้างนอกเงียบ แต่ใจนี่ร้องไห้ไม่หยุดนะ แค่น้ำตามันไม่ออกมาเฉยๆ

กลับมาจขกท.
เราเชื่อนะ ว่าคุณเลิกทุกอย่าง และจะกลับมาใส่ใจ และทำให้ภรรยาคุณกลับมาเหมือนเดิมให้ได้
แต่คุณอาจต้องใช้เวลาหน่อยนะคะ และต้องทำใจว่าเรื่องนี้มันจะเป็นเหมือนแผลในใจภรรยาคุณตลอดไป

อันนี้เป็นคำแนะนำจากเราเองนะ เวลาเราโกรธสามี หรือสามีทำเราเสียใจจนเราเงียบไม่พูดไม่จา เค้าจะทำตามนี้เพื่อง้อเราค่ะ
1. ไม่ตามใจ แต่จะทำอะไรแทนโดยทำในสิ่งที่เราชอบ (แสดงถึงความใส่ใจ รู้ว่าเราชอบอะไร) เช่น พาไปกินปิ้งย่างเกาหลีเลย โดยที่จะไม่ถามชวนเราว่าไปมั้ย แต่จะชวนแค่ “ไปกินร้าน…นี้กัน”
2. พยายามมีส่วนร่วมกับกิจกรรมที่เราทำอยู่ เช่น เราดูหนัง ก็จะมาดูด้วยแบบตั้งใจ และอินไปกับเรา ทั้งๆที่ยามปกติเค้าไม่ใส่ใจ เอาแต่รูดแต่เล่นโทรศัพท์อยู่นั่น
3. ชิ่งทำงานบ้าน หรือชิ่งทำอันที่เราเคยบ่นประจำ
4. ทำอะไรตลกๆให้เราดู หรือชวนเราดูอะไรตลกๆ เพื่อให้เราหลุดขำ

พยายามเข้านะจขกท. น้ำเซาะหินทุกวันหินมันยังกร่อน
ความคิดเห็นที่ 2
การที่คุณยังมาตั้งกระทู้นี้และ ยังใส่เกียร์ว่างปล่อยผ่านทุกอย่างมาตั้ง 9 เดือนมันชัดเจนเพียงพอแล้วครับว่าคุณไม่ได้รักภรรยาของคุณจริง คุณรักตัวเองครับ คุณกลัวจะเสียคนดีๆไป คุณกลัวจะถูกตราหน้าว่าเป็นคนไม่ซื่อสัตย์ต่างหาก อย่างที่กระทู้ก่อนมีคนว่าคุณนั่นแหละถ้าคุณรักเธอจริงคุณจะไม่ถลำลึกไปกับแฟนเก่าแต่แรก คุณตัดสินใจเลิกติดต่อกับแฟนเก่าเพราะคุณจนมุมด้วยหลักฐาน จนถึงตอนนี้คุณก็เอาแต่เงอะๆงะๆไม่ตัดสินใจอะไรซักที จะทุ่มสุดตัวเพื่อทำให้เธอประทับใจไหมก็ไม่ ถ้าคุณยังพอมีความปรารถนาดีกับเธอจริงๆล่ะก็ ปล่อยเธอไปเถอะครับให้เธอไปเจอคนที่พร้อมกว่า หรืออย่างน้อยก็ปลดปล่อยเธอจากความทรมานนี้ซะ คุณเอาแต่พร่ำเพร้อว่าคุณทรมานอย่างโน้นอย่างนี้แล้วคุณไม่คิดเหรอว่าภรรยาที่แสนดีของคุณจะเจ็บปวดแค่ไหน แก้วที่มันร้าวไปแล้วประกอบใหม่ยังไงก็ไม่เหมือนเดิมครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่