ฝันหวาน (Sweet Dream) 73

กระทู้สนทนา

.

             “สวัสดีทุกคน อิอิ มื้อหนิมีเสื้อมาปล่อยค่ะ” พรนภาตั้งกล้องโทรศัพท์ไลฟ์สดตนเองภายในห้อง ส่วนเมธีกำลังดูฟุตบอลทีมรักอยู่ ส่วนทีมรักของตนเองนั้นจะเตะประมาณห้าทุ่ม

              เธอนั่งไลฟ์สดอยู่บนโซฟา ส่วนสามีนั่งดูฟุตบอลในคอมพ์ ทว่าพวกเธอก็นั่งใกล้ ๆ กันนั่นแหละ อีกคนกำลังลุ้นฟุตบอล อีกคนก็ไลฟ์สดขายเสื้อมือสองไป

              “อะไร! ขายอะไรอีกแล้วคะ ใส่หรือยังก่อน” เมธีละสายตาจากหน้าจอคอมพ์ หันมาคุยกับเธอ

              พรนภาหัวเราะก่อนจะตอบสามี “ทุกคนเบิ่งผัวข่อยเราฮ่ายว่าเอาเสื้อมาขาย” พูดกลั้วยิ้มให้กล้อง ปรายตาไปมองสามีก่อนจะเลิกสนใจ แล้วหันมาสนใจไลฟ์ขายเสื้อต่อ “ผู้ชายเค้าไม่เข้าใจผู้หญิงน้อ เราใส่แค่ครั้งสองครั้งเราก็เบื่อแล้ว เราจะใส่ซ้ำไม่ได้ ใส่ถ่ายรูปแล้วก็พอ อิอิ แมนบ่อซุคน ฮา แฟนใครเป็นแบบนี้บ้าง อ่าต่อ ๆ ค่ะ เสื้อตัวนี้ข่อยใส่สองครั้งนะคะ ขายขาดทุนเลย มันกะขาดทุนซุโตนั่นล่ะ “ พูดคนเดียวหัวเราะคนเดียวกับคนดูห้าคนในไลฟ์ ล้วนก็มีแต่คนกันเองทั้งนั้นที่เข้ามาดู

              เธอเพียงไลฟ์ขายไปอย่างนั้นเอง เนื่องจากเสื้อที่ซื้อมาใส่มันเยอะแล้ว ใส่ซ้ำไม่เกินสองถึงสามรอบ ตัวที่ใส่ถึงสามรอบก็จะไม่ค่อยขายเพราะเป็นตัวที่ชอบมาก อาจจะนำมาใส่ใหม่ หรือถ้ามีคนชอบก็ขายไปอีกนั่นแหละ

              จะมีคนซื้อไม่ซื้อก็ไม่เป็นไร ทุกรอบที่มีคนช่วยซื้อก็ล้วนเป็นเพื่อน ๆ กันทั้งนั้น เสื้อของเธอซื้อมาราคาก็ไม่แพง ส่งต่อมือสองราคาก็ยิ่งถูกลงไปอีก ไม่เหมือนของสามีที่ต้องเป็นงานแท้เกือบทั้งหมด

              มีเพื่อน ๆ และญาติ ๆ กันเองที่ซื้อวน ๆ กันใส่ วันนี้ที่เธอเอามาขายต่อก็จะสิ้นปีแล้ว ปีหน้าค่อยว่ากันใหม่กับโลเคชั่นใหม่แล้วกัน สำหรับปีนี้ขนออกมาขายมือสองให้หมด

              “ทุกคนไม่มีตำหนิอะไรนะ ตัวนี้ใส่รอบเดียว! รอบเดียวจริง ๆ มีเชือกผูกด้านหลังด้วยนะ สีพรีชค่ะ ใส่รอบเดียวเพราะมันเขินข่อยแหมะ ฮา อั้นเขินแนวใดว่าติ๊…ข่อยใส่แล้วเขินข่อยแหมะมูเจ้า มันสั้นโพด! มันอยู่ใต้ราวนมคักโพดแหมะ ไผมักมาเอาไปใส่แน่ ตัวนี่ขายร้อยนึงเด้อ ซื้อมาร้อยห้าสิบจ้า!!! “ พรนภานั่งไลฟ์โชว์เสื้อของตนเอง จับหมุนไปหมุนมาให้คนดู ทั้งพูดทั้งหัวเราะ ชอบมาก ๆ เลยไลฟ์สดเนี่ย

              “มันสั้นแค่ไหน” ญาติของเธอเมนต์ถามผ่านไลฟ์สด

              “น้องก็อตมันสั้นแค่ไหนว่าติ๊” พรนภาอ่านคอมเมนต์ของหลานสาว

              “เอ้อ! ขายออกไปเลยตัวนี้ ไม่ต้องใส่! ไอ้ตัวสีส้ม ๆ คล้องคอโชว์หลังที่ใส่ตอนไปปากช่องน่ะ กับเสื้อกล้ามสีดำ ๆ น่ะ ก็ขายออกไปเลย” เมธีหันมาพูดแทรก ทำให้เธอเสียอารมณ์มาก ๆ หันไปค่อนขอดให้เสียเลย ทว่าก็ไม่ได้หงุดหงิดอะไรมาก ถือเป็นไฮไลต์ของไลฟ์ไปเลยก็แล้วกัน เผื่อจะมีคนเข้ามาดูเยอะ ๆ

              “เบิ่งพี่น้องมีคนอยากเข้าไลฟ์สดนำข่อย คุณพ่อข่อยเด้หนิ พ่อข่อยเอง ฮา “ อยากมีส่วนร่วมมากนักแซวเสียเลย “พี่เมธีตัวเองดูลิเวอร์พูลไปเลย! แพ้! แมตช์นี้แพ้ชัวร์ หึหึ” แช่งเลยเป็นไง อยากมีส่วนร่วมด้วยนัก

              “หือ! อะไรนะเมื่อกี้ พูดว่าอะไรนะคะ” เขาค้อนขวับหันมาจ้องเธออย่างไว ไม่ตลกกับที่เธอแซวลิเวอร์พูลเมื่อครู่เลย เหมือนจะหาเรื่องกันเลย

              “อะไรตัวเอง นภาไม่ได้ว่าอะไรเด้อ ตอบน้องก่อนหนิ น้องถามเสื้อ! “ เธอเฉไฉไปเรื่องอื่น “น้องก็อตมันสั้นถึงตรงนี้จ้ะ แล้วก็มีเชือกผูกด้านหลังแบบนี้เด้อ ที่พี่ใส่ไปบางแสนนั่นน้า พี่ใส่รอบนั้นรอบเดียวจริง ๆ หนึ่งร้อยบาทเอาบ่อ” ไม่พูดเฉยสวมให้ดูเสียเลย สวมทับกับเสื้อที่ตนเองใส่อยู่ไปเลย “ทุกคนบอกไว้ก่อนว่าไม่บวกเพิ่มนะคะ แม่ค้าใจดี เหมาหมดนี่แม่ค้าก็คิดเพียงห้าสิบบาทค่าส่งจ้า”

              เธอเลิกสนใจสามีคราวพ่อหันมาสนใจลูกค้าในไลฟ์ สวมเสื้อให้ญาติดูไปด้วยพูดไปด้วย คนดูก็มีแต่คนกันเอง ส่วนเมธียังไม่เลิกมองเธอ แถมมองตาขวางไปอีก เธอก็ทำเป็นไม่สนใจค่อยง้อก็ได้ให้จบไลฟ์ก่อน จากนั้นก็ต่างคนต่างเลิกสนใจกัน ต่างคนต่างเล่นไป เธอแอบชำเลืองมองสามีกระตุกยิ้มให้นิดหน่อย แค่แซวเล่นจริงจังไปได้ คนแก่ขี้งอนชะมัด

              “ตกลงเอานะเดี๋ยวพี่ส่งให้มื้ออื่นเด้อ” พรนภาจบการขายไปหนึ่งตัว ดีใจมาก ๆ แค่ตัวเดียวก็ส่ง จากนั้นก็หยิบเสื้อตัวอื่น ๆ ขึ้นมาไลฟ์ขาย พูดไปหันไปแซวแฟนรุ่นพ่อไป ง้อก่อนเอาไว้นานเดี๋ยวจะง้อไม่กลับ ท่าจะงอนจริง

              “พี่เมธีตัวเองจะให้เค้าขายตัวไหนอีกเหรอ ตัวหนิบ่อ” หันไปถามสามี อ้อน ๆ สักหน่อยผ่านไลฟ์กันไปเลย ทว่าก็ไม่ได้แพลนกล้องไปหาคนที่ถูกถาม “ตัวนี้เหรอ ตัวสีส้มคล้องคอนี่เหรอ” ชูเสื้อให้เมธีดู หลับตาปริบ ๆ ทำหน้าตาเว้าวอนให้ดูน่ารักที่สุด ง้อแล้วนะยังจะเฉยอีก

              “แล้วแต่ค่ะ! อยากขายตัวไหนก็ขาย ไม่อยากขายก็ไม่ต้องขาย” นั่นปะไร ชิ! เธอแอบเหวี่ยงสามีรุ่นพ่อด้วยหางตาเบา ๆ ก็ยังง้ออยู่ ส่วนเขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หันมามองเธอครู่เดียวก่อนจะทำเป็นเลิกสนใจ หันมาสนใจฟุตบอลที่กำลังเตะอยู่ต่อไป

              พรนภาพอเห็นดังนั่นก็อดที่จะขำออกมาไม่ได้ จำต้องหัวเราะร่วนกันเลย “เบิ่งพี่น้องพระสวามีเจ้าข่อยเครียดแหมะ ข่อยเรียกเราพ่อเมื่อกี้หนิ ฮา “ พูดกลั้วหัวเราะและมันก็ได้ผล เมื่อเมธีหันมาหัวเราะด้วย

              “เอ๋า… ก็พ่อไงพ่อทูลหัวน้อ แด็ดดี้ค่ะ แด็ดดี้ที่ไม่ได้แปลว่าพ่อค่ะ” เพื่อนของเธอที่ดูเธอไลฟ์สดคอมเมนต์มา ทำเอาเรียกเสียงหัวเราะได้อีก

              “เออใช่มืง! ก็พ่อไงพ่อทูลหัว ฮา “ พูดพร้อมหันไปมองคนที่โดนพวกเธอนินทา เจ้าตัวทำเป็นมองค้อนกลับมาให้แบบตลก ๆ “ต่อ ๆ บ่ได้มาไลฟ์อวดผัวเด้หนิ มาขายเสื้อ มาค่ะตามใจคุณเค้าหน่อย เค้าอยากให้ขายเสื้อตัวนี้ สีส้มมัดคอจ้า ซื้อมาร้อยห้าสิบขายหนึ่งร้อยบาทเหมือนกันจ้า ใส่ครั้งเดียว! ใส่ไปปากช่องเด้อครั้งเดียวเด้อ ผัวบอกไม่ต้องใส่แล้ว ขาย ๆ ไปเลยว่าซั่น” เธอพูดกลั้วหัวเราะเช่นเคย อารมณ์ดีที่สุด ส่วนคนถูกพูดถึงก็หัวเราะอึกอักตามที่เธอพูด แต่ก็ไม่ได้มาวุ่นวายหน้ากล้อง

              หลังเลิกงานวันนี้ เธอออกกำลังกายแล้ว ทานข้าวมื้อเย็นกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เป็นเวลาว่างที่พวกเธอสองคนจะใช้ร่วมกัน ให้เวลาซึ่งกันและกันมากที่สุด เนื่องจากเพราะตอนกลางวันก็ต้องออกไปให้เวลากับงานกับคนอื่น ๆ มากพอแล้ว ตอนนี้จึงเป็นเวลาของพวกเธอจะมอบให้ซึ่งกันและกัน แม้จะมีความชอบความอยากทำที่แตกต่างกันไปก็ตาม พวกเธอก็สามารถจูนเข้าหากันได้เสมอ

              “ขายไปเลยค่ะ ห้าสิบบาท จะได้ขายออก จะได้ไม่ต้องเก็บไว้ใส่ เสื้ออะไรก็ไม่รู้ นั่นโตสีดำ ๆ นั่นนำ” เขาพูดแทรก

              “บู้ย! พี่น้อง! ทุกคนคะ พระสวามีข่อยบอกให้ขายห้าสิบบาทพะนะ ว่าไป! ฮา ร้อยนึงค่ะทุกคนขา ยังไงก็ร้อยนึงเด้อ ไม่มีตำหนิเด้อ นี่ ๆ เดี๋ยวปี้นให้ดู เอ้ยไม่ใช่! หมุนสิ! เดี๋ยวหมุนให้ดูค่ะ ใส่รอบเดียวจ้า ไม่มีฟองน้ำจ้า ซื้อบาร์ปีกนกมาใส่เอาเด้อใครเอฟไปแล้วน่ะ เสื้อตัวนี้ไม่มีฟองน้ำ” เธอก็ไลฟของเธอไปเรื่อย มีคนดูไม่เกินห้าคน ล้วนก็เป็นคนกันเองทั้งนั้น และ ก็คนกันเองทั้งนั้นมาเอฟเสื้อต่อ

              “พี่เมธี! เฮ้ย! อะไรน่ะ สามสองว่าติ๊ กรี๊ด! ฮา “ เธอกำลังจะบอกกับสามีว่าหลานสาวของเขามาเอฟเสื้อกับเธออีกแล้ว รอบไหน ๆ ก็ตามที่เธอลงไลฟ์ขายเสื้อ หลานสาวของสามีก็ชอบมาเอฟต่อ

              ส่วนมากก็จะไม่ได้จ่ายตังค์เอง เพราะน้าเมธีจ่ายให้ ทว่าเธอดันหันมาเห็นจังหวะที่ลิเวอร์พูลทีมรักของสามีโดนยิงประตูนำไปก่อน ทำเอาหูตาลุกวาวกันเลยทีเดียว แต่ บุญมีแต่กรรมบัง ทีมฝ่ายตรงข้ามดันล้ำหน้าก่อนซะอย่างนั้น ประตูลูกนั้นก็เลยฟาวล์ไป สรุปก็ยังเสมอกันอยู่ ยังไม่มีใครโดนนำไปก่อน

              “ฮา ! ไสเจียและเสียใจค่ะ ล้ำหน้า! ว้าย ๆ เพิ่นกะสิล้อเฮาคือเด้หนิน้อ ฮา “ เขารู้ทันและโชคดีมากที่เป็นลูกล้ำหน้าก่อนพอดี ไม่อยากนั้นโดนภรรยาคราวลูกล้อคืนแน่ ๆ

              “ฝากไว้ก่อนเหอะ” เธอค่อนขอดให้ ก่อนจะกลับมาสนใจดูไลฟ์ของตนเอง ตอนนี้ไลฟ์จบไปแล้ว ไลฟ์ขายเสื้อครบทุกตัวไปแล้ว เพียงแค่มาดูตัวเองย้อนหลังเท่านั้น

              “อย่าลืมมาเอาคืนนะจ๊ะ!” ไม่พูดเฉยโน้มตัวไปจุ๊บแก้มของพรนภาเบา ๆ ด้วย ทำหน้าทะเล้นยียวนให้อีก อยากแกล้งเฉย ๆ เท่านั้นแหละ “ห้าทุ่มผีจะลงหลุมอีกหรือเปล่าน้า คราวนี้ฝังกลบไม่ให้ผุดไม่ให้เกิดกันเลย”

              “แล้วแต๊!” ตอบพร้อมกลอกตามองบนให้กับสามี เธอแคร์ที่ไหน

              “เดี๋ยวเถอะ ๆ มาทำแบบนี้ใส่พี่ได้ไง” เขาพูด

              “เออเมื่อกี้หลานพี่เมธีมาเอฟเสื้อนภาอีกแล้ว นางก็ชอบเอฟต่อจากนภานะ ฮา “ พูดกลั้วยิ้ม นึกไปถึงรูปร่างของหลานสาวสามี ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก “เอฟไปแล้วเอาไปใส่ก่อนหรือเปล่าเหอะ เอาไปเช็ดเท้ามั้ง”

              “ก็พูดไปน้อน้อง! เค้าก็ใส่อยู่อีกอย่างซื้อไปแล้วก็เรื่องของเค้า ว่าแต่เอฟกี่ตัวคะ ขายได้กี่ตัวล่ะแม่ค้าน้อย” เขาเลิกคิ้วถาม คราวนี้เลิกล้อเลิกแซวแล้ว

              “นภาก็ขาย ๆ ไปอย่างนั้นแหละ ขายได้ก็ขาย ไม่มีคนซื้อก็เอากลับไปเก็บไว้ที่บ้าน บ้านของนภานะ เอาไปเก็บไวบ้านพี่เมธีหายหมดอ่ะ “ พูดประชดเสียเลย เคยเอาเสื้อผ้าของเธอไปเก็บไว้บ้านของสามี พอกลับไปอีกรอบ เสื้อที่เอาไปแขวนไว้ในตู้เสื้อผ้าหายหมด เห็นอีกทีอยู่กับหลานสาวแล้ว ยังกล้าหยามน้ำหน้ากันใส่ถ่ายรูปลงเฟซบุ๊กอีก ไม่ได้หวงเพราะเธอไม่ใส่แล้ว ทว่าทักมาขอกันสักหน่อยก็ไม่มี

              “เอ๋า… ดูพูดเข้า!” เมธีมองหน้าภรรยารุ่นลูก

              “ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ไม่ได้หวงค่ะ แต่ว่ามันก็เสื้อของนภาน้อ ขอกันสักคำก็ยังดี แต่ว่าก็ไม่ได้ว่าอะไรเด้ล่ะ นภาเอาไปไว้บ้านพี่เมธีก็เพราะเวลากลับบ้านจะได้ไม่ต้องขนกลับเยอะไง ใส่ที่อยู่ที่บ้านก็พอ แต่นี่อะไร เล่นเก็บไปหมด แถมส่งแช็ตมาขอสักประโยคก็ไม่มี” สุดท้ายก็ยอมปริปากพูดออกมาจนได้ ทั้งที่เก็บไว้ไม่พูดมานานมาก อุตส่าห์ปล่อยลืม ๆ ไปแล้วมันก็ดันจำได้พูดออกมาจนได้

              “เอ๋า… มานี่มาหอมหน่อย” ไม่มีคำจะแก้ตัว ก็เล่นมุกนี้ง้อภรรยาเสียเลย พรนภาหน้างอถึงอย่างไรก็ยังดูน่ารักในสายตาของเขา เด็กอะไรขี้หวงชะมัด ตนเองไม่ใช้แล้วยังจะหวง “เดี๋ยวซื้อให้ใหม่ค่ะ มา! มาจุ๊บเอาฤกษ์เอาชัยหน่อย เกือบโดนนำไปแล้วเมื่อกี้หนิ”

              “ไม่! “ เธอปฏิเสธ “แพ้ไปเลย”

              “ไม่เอา! มาจุ๊บก่อนเร็ว ๆ เดี๋ยวโดนนำ เดี๋ยวบางคนล้อ” พูดจบทั้งเขาและเธอหัวเราะให้กัน พรนภาทั้งขำทั้งหมั่นไส้ คนแก่ชอบบังคับ! จะเอาอยู่เรื่อยเลย หึหึ สุดท้ายก็ยอมลงมาจากโซฟา มาเอียงเอียงแก้มให้สามีหอมจนได้

              และแล้วพรนภาก็มานั่งดูฟุตบอลกับเขา จบคู่นี้แล้วก็จะเป็นทีมของตนเองเองเตะในรอบต่อไป ประมาณสักห้าทุ่มพวกเธอก็รอดูกันได้ ดูไปพากษ์แข่งนักพากษ์ไป พูดแข่งพี่แจ็กกี้ไปเลย

              ภายในคอนโดเล็ก ๆ สำหรับค่ำคืนนี้ ไม่มีอะไรพิเศษไปกว่ามีคนที่เข้าใจ และ รักในความเป็นตัวตนของเราที่สุด ชอบอะไรก็ไม่ขัดซึ่งกันและกัน สนับสนุนกันและกันให้มีความสุข อะไรจะมีความสุขไปมากกว่านั่งดูฟุตบอลกับคนที่รัก แม้จะคนละทีมก็ตาม แตกต่างแต่ไม่แตกแยก

              “เสมอหนิ! จบที่สองต่อสองหนิล่ะ พี่เมธีเชื่อเค้ามั้ย” ระหว่างดูเธอก็ชวนสามีโม้ไปด้วย ไม่รู้จักเกม ไม่ค่อยรู้กติกาอะไรมากมาย แค่ดูเป็นเพื่อนสามีและคอยจ้องว่านักเตะคนไหนหล่อเท่านั้น

              “น้องว่าอย่างนั้นเหรอคะ” เขาถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง สายตาจ้องไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่