สังเวียนรัก สังเวียนร้าง 8 ... (ยกที่ 1 เริ่มขึ้น)

กระทู้สนทนา


บทที่แล้ว
https://pantip.com/topic/41042253

              เสียงหัวเราะอึงอลสะท้านค่ายมวย
             “ผม...ยอมแพ้”
             น้ำเสียงของหนุ่มหน้าตี๋สะทกสะท้านราวร่ำไห้ ใบหน้าขาวซีดราวปลาตาย

ผีตานีผีตานีผีตานีผีตานี

คำบอก
พบอะไร จุดใด ผิดพลาด บกพร่อง  เชิญท่านเข้า โครงการร่วมด้วยช่วยกัน
ชี้แนะ ระบุ สะกิด บอก ได้อย่างเต็มร้อยได้ทันที คนเขียนไม่มีอัตตาใด ๆ มีแต่น้ำใจ หัวใจ และไมตรีมิตรภาพ สำหรับทุกท่าน  เด้อ
ขอบคุณหลาย ๆ

.....

 
             “แล้ว...มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมทรงสิทธิ์ถึงยอมแพ้ง่าย ๆ”

             เอกชัยถามเพื่อนรักผู้ใกล้วันชกจริง ทั้งคู่ยังคงมานั่งร้านอาหารเพื่อประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องผลของเอธิลแอลดอฮอล์ช่วงเย็นตามความเคยชิน

             “แกคงไม่เชื่อหรอก” ธาราพูดพลางยกแก้วน้ำสีอำพันขึ้นจิบ ใบหน้ายังมีร่องรอยแห่งความบอบช้ำจากการชกมวยจำเป็น เขานึกถึงภาพแห่งความหลังของวันนั้น  “มันเกิดเหตุการณ์ที่เรียกว่าทองประกายแสด”

             “อะไรวะ ทองประกายแสด”   เอกชัยทำหน้าไม่เข้าใจ เพราะไม่คุ้นเคยกับชื่อทองประหลาด ธาราหัวเราะอย่างพอใจ ที่ทำให้เพื่อนเกิดความไม่กระจ่าง

             “เรื่องของเรื่องก็คือ ไอ้คุณทรงทรุด ออกลีลาเตะสูงมากไปหน่อย เลยทำให้กางเกงแตกดูก เป้าแตก และที่สำคัญคือเขาใส่กางเกงในสีเหลืองทอง  แกลองคิดดูนะ พอกางเกงเป้าแตก  เตะทีไรเห็นกางเกงในสีเหลืองทอง ตัดสีดำกางเกงนอก วาบ ๆ ประกายสีแสดวับวามชอนไชนัยน์ตาเป็นประกายกระบี่ไร้เงาแต่ไม่ไร้สีของจอมยุทธ์ เตะทีทองประกายแสดสว่างที  ภาพยังติดตาอยู่เลย”

             ฟังแล้วเอกชัยก็เผลอตัวหลุดก๊ากออกมา สำหรับทรงสิทธิ์แล้ว รับรองได้เลยว่าจะเป็นต้องสถานการณ์เลวร้ายคับขันจนสุดจะบรรยาย นึกแล้วทั้งขำทั้งสงสาร แถมด้วยความเวทนาอีกต่างหาก  ธาราก็พลอยหัวเราะจนสาสมใจตามไปด้วย ก่อนเล่าต่อไป

             “ฉันงี้แสนสงสารไอ้คุณทรง   เตะทีไรทองประกายแสดสว่างวูบวาบ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเขาต้องเลือกใส่กางเกงในสีทองวับวาวด้วย สีของมันตัดกันเหลือทนกับกางเกงนอก คงคิดว่าไม่มีใครเห็น เรื่องนี้ต้องแชร์แน่นอน”

             “อ้าว แก ใส่กางเกงในสีทองประกายแสดมันผิดตรงไหน” เอกชัยถามทั้งที่ยังหัวเราะไม่สร่าง

             “มันก็ไม่ผิดหรอก แต่มันแปลกดี ผู้ชายแบบไหนวะที่ชอบกางเกงในสีทองวาวสดใส มันดูพิลึกมาก ใช่ไหมครับเจี๊ยบ”  ประโยคหลังชายหนุ่มผู้ได้ฉายาในวงการแชร์ข่าวว่า ‘นักชกใบหน้าบอดี้ภรรยา’ ถือโอกาสหันไปถามสาวเสิร์ฟเท้าประลัยขวัญใจหนุ่ม ๆ ของร้านอาหาร  สาวเจี๊ยบหันมายิ้มแต่ไม่ตอบเพราะไม่รู้ว่าตัวเองถูกถามเรื่องอะไร ก็แค่เดินผ่านยกถาดอาหารไปให้โต๊ะอื่นเท่านั้น   ทำเอาธารายิ้มแห้งกับการยิงมุกไร้ผล

             “มันอาจเป็นกางเกงในที่ทำมาจากทองคำก็ได้...”  เอกชัยยังคงวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้นอย่างเอาจริงเอาจัง  “และอาจเป็นทองคำแท้ มีความเหนียวอ่อนนิ่มขึ้นรูปได้ง่าย เพราะถ้าทองคำผสม มันน่าจะต้องมีความแข็งมากจนบาด”

             “ไม่น่ามีใครเอาทองคำแท้ มาทำกางเกงในหรอกน่า”

             “ทำไมจะไม่มีวะไอ้ธา มี แพงด้วย ราคาหลายแสน แกสนใจต้องสั่งซื้อแถวออสเตรเลียโน่น เห็นว่าต้องใช้เจ้าหน้าที่มาวัดเก็บข้อมูล เพราะต้องให้เข้ากับสรีระร่างของคนสวมใส่”

             “โอ้ยของแบบนั้นข้าไม่ซื้อหรอก”  ธาราว่าพลางหัวเราะ “กลัวคนวิ่งราวกางเกงในวะ”

             “มันจะมาวิ่งราวได้ยังไง กางเกงโว้ย ไม่ใช่สร้อยห้อยคอ ใครจะกล้าเอามือจก”  

              “อ้าว แก อย่าเพิ่งรีบโง่สิ คนเราลองขนาดว่ามีกางเกงในเป็นทอง 24K   มันคงต้องหาเรื่องโชว์ทอง เหมือนคนที่ใส่สร้อยทอง ก็มักหาเรื่องโชว์ทอง ด้วยการเปิดคอเสื้อกว้าง เชิญชวนกระชาก ล่อสายตาโจร คนใส่กางเกงในทองคำ คงต้องหาเรื่องโชว์กางเกงใน ด้วยการ...เอ ยังไงดีหว่า”

             “อ้าว...ก็แกล้งทำเป็นลืมรูดซิบไง” เอกชัยตั้งสมมุติฐาน ธาราตบเข้าฉาดอย่างเพิ่งนึกได้   ร้องว่า

             “เออ ใช่ ๆ....แบบนั้นทองประกายแสดเข้าตากรรมการแน่นอน อุตส่าห์มีของดี คือกางกางในทองคำ 24K  มันต้องโชว์กันบ้าง แกล้งลืมรูดซิปเปิดอ้ารับลม ให้ตกเป็นเป้าสายตาพลโลก แต่ข้าคิดไปคิดมาก็น่ากลัวเหมือนกันนะไอ้เอก แกเห็นข่าวคนร้ายกระชากทองไหมละ สร้อยขาดคาคอเชียวนะแก แล้วถ้าไอ้โจรมันมาวิ่งราวกางเกงในละ คงน่ากลัวพิลึก นึกภาพแล้วดูไม่จืดเลยวะ ทั้งคนร้ายและเหยื่อคงดูโรคจิตพอกัน ทะลึ่งใส่กางเกงในทองคำล่อใจโจร ไอ้โจรก็ทะลึ่งกระชากกางเกงใน โอย ตูจะบ้าตาย”

             พูดจบทั้งคู่ก็หัวเราะพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย ธาราพักหลังถึงจะดูเครียด ๆ แต่พอมาอยู่ในร้านอาหารประจำตำแหน่งก็รู้สึกผ่อนคลายสบายใจมากขึ้น สถานที่แห่งนี้ไม่มีคำว่างานหรือภรรยามาเกี่ยวข้อง

             “เออ หลังจากนั้น ยังไงต่อไป”  เอกชัยยังติดใจเรื่องราวเหตุการณ์

             “ไอ้คุณทรงทรุดก็ยอมแพ้สิวะ ใครจะไปกล้าเตะกล้าต่อยอีก คนดูนี่ขำกันปางตายรอบเวที  ท่านแย้ดงยืนตัวแข็ง หน้าไม่มีสีเลือด คงสุดแสนอายกับออร่าของทองประกายแสด มองหาตัวช่วยก็ไม่มี สามสาวก็ไม่อยู่ให้เห็น สุดท้ายพี่เลี้ยงต้องประคองตัวไปส่งถึงรถ ข้าว่ามันจะต้องเป็นเรื่องแห่งความทรงจำอันแสนเศร้าเลวร้ายของเขาอย่างแน่นอน เอ้อ  พูดมาแล้วก็อดสงสารไม่ได้”

             “ข้าว่าเขาอาจแกล้งทำเป้าขาด โชว์กางเกงในก็ได้” เอกชัยยังคงจริงจัง

             “นี่ไอ้เอก แกจะกางเกงในพารานอยด์ไปถึงไหนวะ  ข้าว่าคงไม่ใช่กางเกงในทองคำหรอก ใครจะกล้าใส่ของแพงที่โชว์ไม่ได้วะ  แกลองคิดดูสิ ถ้าข้ามีกางเกงในทองคำจริง ๆ ข้าไม่ใส่ข้างในหรอก ข้าจะใส่อยู่ข้างนอกแบบซุปเปอร์แมน เอาให้เห็นทองประกายแสดกันจะจะไปเลย ไม่ต้องอ้อมค้อม  สาว ๆ เห็นต้องหลงไหล พากันพร่ำเพ้อละเมอครวญ  พากันร้อง ว้าย กางเกงใน ว้าย กางเกงใน กันเป็นแถว”

             “คิดอะไรบ้าบอ แกนั่นละกางเกงในพารานอยด์”  เอกชัยทำหน้าพิกลกับคำพูดของเพื่อนผู้มีจินตนาการสูงส่งลึกล้ำ “อะไรมันจะขนาดนั้น พอๆ ไม่พูดแล้วเรื่องทองประกายแสด ฟังแล้วดูมันลามกตกต่ำชอบกล พูดถึงเรื่องการชกของแกกับคุณนิดดีกว่า ถามจริงเถอะ แกไม่ยอมล้มเลิกแผนการชกจริงเหรอ”

             “ยอมได้ไง ลงทุนมาเยอะแล้ว”  ธารายิ้มแห้งกร่อย เพราะรู้สึกว่าตัวเองลงทุนไปเยอะจริง ๆ วานนี้ถึงชกชนะก็ไม่ได้เงิน เพราะหักค่าชกผิดกติกาไปจนหมด เจ็บตัวอีกต่างหาก สะสมความบอบช้ำมาพอสมควร “ เดอะ โชว์ มัส โอ ออน ละครชีวิตต้องเดินต่อไป”

             “เดินลงไปในเหวสิแก  ไม่สังเกตเหรอว่า หลัง ๆ มา ใครต่อใครพากันต่อต้านแกชอบกล ไม่มีใครอยากเห็นสามีชกกับภรรยาหรอกโว้ย”

             “การมีครอบครัวคือการปกครองอาณาจักรชนิดหนึ่ง”  ธารายืดอก พูดเสียงหนักแน่นประกาศจุดยืนเจตนารมณ์ “ลูกผู้ชายฆ่าได้ยึดเงินไม่ได้ ยอมหักไม่ยอมหด ไม่โหดไม่ใช่ท่านผู้นำ การปกครองต้องเฉียบขาด ไม่งั้นเราจะถูกอีกฝ่ายครอบงำ จนหมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง สิทธิภาพ เสรีภาพ ภราดรภาพ กระทั่งเงินเดือนภาพ ก็จะไม่เหลือ”

             “ไปซะแล้ว เพื่อนเรา....”  เอกชัยมองอย่างเศร้าใจ
 
 
 
             การชกมวยคู่ประวัติศาสตร์ จัดขึ้นในบ่ายของวันศุกร์ ภายในสนามมวยชั่วคราวของค่ายมวยอิเกิ้ง ธารากับเอกชัยพี่เลี้ยงเดินทางไปถึงก่อนเวลาประมาณครึ่งชั่วโมง และต้องแปลกใจเป็นอย่างมาก เมื่อพบว่าลานจอดรถเนืองแน่นไปด้วยรถรามากมาย จนแทบหาที่จอดไม่ได้ หน้าโรงยิมมีป้ายขนาดใหญ่เขียนมองเห็นเด่นชัด

             เรียนเชิญ เพื่อเป็นเกียรติ ในงานมงคลทะเลาะกันระหว่าง 

             นาง(สาว)นิจพร  วงค์เมฆาอรกานต์ ภรรยา
             และ
             นายธารา  วงค์เมฆาอรกานต์    สามี 
             ค่าบัตร 300 บาททุกที่ยืนและที่นั่ง

             ธาราอยู่ในขาสั้นแบบนักมวยไทย ยืนมองป้ายอย่างเคือง ๆ เพราะใจไม่อยากให้เป็นเรื่องราวใหญ่โต การชกชนะผู้หญิงก็ไม่ได้มีเกียรติมีศักดิ์ศรีอะไร ถ้าเกิดแพ้ขึ้นมาก็อับอายขายหน้าเท่านั้น ไม่มีเลือกทางไหนดีกับภาพลักษณ์เลยสักอย่าง แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรสาวสวยกลุ่มหนึ่งกึ่งวิ่งกึ่งเดินจากหน้าโรงยิมตรงเข้ามาหาอย่างดีอกดีใจ

             “เจี้ยบ...มาได้ไงนี่”    ธาราหลุดปากอย่างไม่เชื่อสายตาเมื่อมองเห็นสาวสวยเดินนำหน้ากลุ่ม พร้อมดอกไม้ช่อใหญ่

             “พวกหนูพากันลางานมาเชียร์คุณธาค่ะ ในฐานะเป็นสมาชิกขาประจำห้องอาหาร”  เจี้ยบยิ้มหวานส่งช่อดอกไม้ให้ พลางหันไปแนะนำเพื่อนร่วมงานที่เหลือ  “ดูสิคะ น้องอุ๊ น้องเมย์ น้องกบ น้องหอยเชอรี่ ก็มาด้วย พวกเรามาเพื่อให้กำลังใจให้คุณธาเอาชนะเมียให้ได้เลยนะคะ”

             ธารารับดอกไม้มาอย่างงง ๆ เพราะไม่เคยบอกรายละเอียดการชกครั้งนี้ให้พนักงานสโมสรรู้เลย ความเป็นไปได้น่าจะเป็นสาวเจี๊ยบกับใครอีกคนหนึ่งเท่านั้นเป็นตัวต้นเรื่อง แต่เจี๊ยบเขาให้เงินค่าปิดปากไปแล้ว แล้วใครคนนั้น...?

             “ไอ้เอก ฝีมือแกหรือเปล่า” ชายหนุ่มหันไปมองหน้าพี่เลี้ยงจำเป็นด้วยน้ำเสียงคาดคั้นเอาเรื่อง อีกฝ่ายยืดอกรับ ยักคิ้วพยักหน้าอย่างสง่าผ่าเผย

             “เออ... ข้านี่ละ จ้างสาว ๆ พวกนี้ให้มาเชียร์ ไม่ต้องห่วง ข้าเสียค่าล่วงเวลาชดเชยให้เรียบร้อย แกจะได้มีกำลังใจในการชกให้ชนะ มีสาวๆ มาให้กำลังใจขนาดนี้ แพ้ได้ก็ให้รู้ไป พวกเราทำเพื่อแกนะโว้ยอย่าลืม...แกแพ้ไม่ได้เด็ดขาด”

             ฟังแล้วได้แต่โคลงหัวอย่างระอาใจ ทำไมต้องทำเรื่องใหญ่ให้มันมหาใหญ่มากขึ้นไปอีกโดยไม่จำเป็น แต่พอหันไปมองดูกองเชียร์อารมณ์ขุ่นมัวก็หายวับไปกับตาในทันที เริ่มยิ้มออก

             ปกติพนักงานร้านอาหารสโมสรเห็นอยู่ในชุดประจำร้านจนชินตา พอมาอยู่ข้างนอกมีโอกาสแต่งเนื้อแต่งตัวเต็มพิกัด ชดเชยการเก็บกด ทำให้แต่ละนางสวยสดงดงามน่ารักน่าหยิก จนหัวใจสูบฉีดแรงราวกับจะล่องลอยไปบนฟากฟ้า

             และยังไม่ทันจะได้พูดคุยอะไร กองเชียร์สาวสวยก็แย่งกันควงแขนลากจูงนักมวยจำเป็นเข้าไปในโรงยิมทันที

             ก้าวแรกเหยียบย่างเข้าประตู เสียงเพลง war จากอัลบัมชุดThe Extremist ของ Joe Satriani ดังกระหึ่มเร้าใจขึ้นทันทีราวเตรียมการเปิดตัวล่วงหน้า  เวทีมวยอยู่ตรงกลางฝูงชนมากมายคนแน่นขนัดนับพันคน ไม่ต่างจากสภาพสนามมวยที่เคยเห็นในทางทีวีเลย เครื่องปรับอากาศทุกเครื่องทำงานเต็มที่เป็นครั้งแรก หลังจากติดตั้งเงียบเหงามาหลายปี

             ถึงอากาศจะเย็นฉ่ำ ธารายังรู้สึกเหงื่อเริ่มซึมแผ่นหลังเพราะความตื่นเต้น เสียงร้องอื้ออึงทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในเหตุจลาจล เสียงโฆษกประกาศด้วยน้ำเสียงเปี่ยมอารมณ์เมามัน ไม่แพ้มืออาชีพ

             “ทุกท่านครับ ขณะนี้มุมหนุ่มหล่อ นักมวยฝ่ายชาย ได้เดินทางมาถึงเวทีแล้วครับ พร้อมด้วยช่อดอกไม้สวยงาม มีกองเชียร์สาวสวยประจำตัว น่าอิจฉาเสียจริง แบบนี้โดนชกนับสิบผมก็ยอม เอ้า.. พวกเรา ปรบมือต้อนรับเป็นกำลังใจ  ธารา ฉายาบ้าเพราะเมีย หมัดซ้ายทลายเมีย สถิติการชกอาชีพ ไม่เคยแพ้ ไม่เคยชนะ ไม่เคยเสมอ เพราะไม่เคยชกอาชีพ การชกอุ่นเครื่องไม่เอามาคิด”

             “เฮ”

             เสียงร้องให้กำลังใจดังมาส่วนหนึ่ง สังเกตว่าเป็นเสียงผู้ชายเสียเป็นส่วนใหญ่ หลังจากนั้นก็มีเสียงโห่ฮา ดังตามมา และน่าสังเกตว่าเป็นเสียงผู้หญิงแทบทั้งนั้น 

             ธารานึกขอบคุณตัวเองที่มากับสภาพชุดนักมวย เพราะถ้ามาในชุดอื่น คงลำบากใจกับการเปลี่ยนชุด ไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนสนใจ ศึกครอบครัว ขนาดนี้ ผู้ชมมีทั้งนั่งเก้าอี้อย่างเป็นระเบียบ บ้างก็ยืนจับกลุ่มคุยกัน ซึ่งก็เป็นเรื่องพนันขันต่อนั่นเอง จำนวนคนมากเกินคาด ทำให้โรงยิมดูคับแคบไปถนัดตา ธาราขึ้นไปนั่งเก้าอี้รออยู่มุมหนึ่ง เพราะไม่รู้จะไปไหน เอกชัยขึ้นไปเป็นพี่เลี้ยง สาวสโมสรมาเป็นผู้ช่วยพี่เลี้ยงจำเป็น 

.

.
มีต่อ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่