JJNY : ‘ธนาธร’ประกาศส่งอบต.│คลายล็อกโรงแรมขยับ แต่ขายกิจการ10%│โคราชอ่วม คมปาซุแผลงฤทธิ์│20ต.ค.ศาลรธน.นัดชี้ขาดไพบูลย์

‘ธนาธร’ ประกาศส่ง อบต. 210 ทีมทั่วประเทศ ชวน ใช้สิทธิกาเลือกคณะก้าวหน้า 28 พ.ย.นี้
https://www.matichon.co.th/politics/news_2995086
 
 
‘ธนาธร’ ประกาศส่ง อบต. 210 ทีมทั่วประเทศ ชวน ใช้สิทธิกาเลือกคณะก้าวหน้า 28 พ.ย.นี้
 
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 17 ตุลาคม ที่ Focus Arena E-Sport จ.ขอนแก่น คณะก้าวหน้า จัดกิจกรรม “หนึ่งเสียงเปลี่ยนบ้านเรา เลือก อบต. ก้าวหน้า” โดยมีแกนนำคณะก้าวหน้าร่วมพบปะพูดคุยและอบรมแนวทางการทำงานท้องถิ่นให้กับผู้สมัคร อบต. ในจ.ขอนแก่น นอกจากนี้ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้แถลงผลงานความสำเร็จของเทศบาลที่คณะก้าวหน้าให้การสนับสนุน ในวาระบริหารท้องถิ่นครบ 5 เดือน
 
จากนั้น นายธนาธร ให้สัมภาษณ์ว่า เรามีอบต. ทั้งหมด 210 ทีม ครอบคลุมครบทุกภาค เราเชื่อว่า สำหรับพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ว่าผู้สมัคร อบต. ของเราจะได้รับความไว้วางใจ ความท้าทายในการทำงานรอบนี้ของเราคือ พื้นที่อบต. ใหญ่กว่าพื้นที่เทศบาล และโดยเฉลี่ยมีงบประมาณน้อยกว่าเทศบาล ดังนั้นการทำงานอาจไม่ได้มีงบลงทุน ให้สามารถทำงานเต็มไม้เต็มมือเท่าไหร่นัก แต่เราเชื่อว่าการเอาใจใส่ เรื่องการให้บริการสาธารณะขั้นพื้นฐาน คณะก้าวหน้าจะทำได้ดีอย่างที่ตั้งใจ ภาคอีสานคือภาคที่เราส่งอบต. ลงมากที่สุด คือ 130 ทีม ดังนั้นเราจึงให้ความสำคัญกับการทำงานการเมืองท้องถิ่นในภาคอีสาน
 
เมื่อถามว่า การทำงานท้องถิ่นในรอบนี้ จะส่งผลต่อการเมืองระดับประเทศในอนาคตหรือไม่ นายธนาธร กล่าวว่า ต้องให้ชาวบ้านเป็นคนตัดสิน เราคงไม่สามารถพูดแทนพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ได้ แต่สิ่งที่จะทำให้ประชาชนเห็นก็คือประเทศไทยสามารถดีกว่านี้ได้ หากท้องถิ่นดี และแม้การเลือกตั้งเมื่อมีนาคม 2562 เราจะได้รับความไว้วางใจเป็นจำนวนมาก แต่เราก็เป็นฝ่ายค้าน อย่างไรก็ตาม ในการเลือกตั้งเทศบาลเมื่อต้นปี 2564 ที่ผ่านมา เราได้นายกเทศมนตรีมา 16 แห่ง หวังว่าการพัฒนางานเทศบาลที่เราทำ ชาวบ้านจะเห็นฝีไม้ลายมือของเรา

“ผมอยากเชิญให้ทุกคนออกมาใช้หนึ่งสิทธิหนึ่งเสียงพัฒนาบ้านของท่าน ใช้หนึ่งสิทธิหนึ่งเสียงให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผมขอฝากว่าที่ผู้สมัครทั้งสมาชิก  และนายก อบต. ของคณะก้าวหน้าด้วย เราจะทำให้ดีที่สุด 28 พฤศจิกายนนี้ ใครอยู่ในเขตเลือกตั้งอบต. ก็ขอให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งกัน” นายธนาธร กล่าว
 

 
คลายล็อกดาวน์ ดันธุรกิจโรงแรมขยับ มีถอดใจขายกิจการ 10%
https://www.thansettakij.com/business/499968

สมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เผยผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้ประกอบการที่พักแรม เดือนก.ย. 64 พบคลายล็อกดาวน์ ดันธุรกิจโรงแรม ขยับ แต่มีธุรกิจถอดใจขายกิจการ10%
 
สมาคมโรงแรมไทย  (ทีเอชเอ) เผยผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้ประกอบการที่พักแรม เดือนก.ย. 64 พบว่ามีโรงแรม 51% ยังเปิดกิจการปกติ เพิ่มขึ้นจากเดือน ส.ค. 64 ที่ 48% จากโรงแรมในจังหวัดใกล้กรุงเทพฯ ที่กลับมาเปิดกิจการมากขึ้นเป็นสำคัญ ที่เหลือ 35% เปิดกิจการเพียงบางส่วน และอีก 14% ยังปิดกิจการชั่วคราว  โดยสาเหตุที่ยังไม่กลับมาเปิดกิจการปกติ เนื่องจากส่วนใหญ่มองว่าอุปสงค์ยังอยู่ในระดับต่ำ อีกทั้งต้นทุนในการเปิดดำเนินการ เช่น ค่าสาธารณูปโภค และค่าจ้างพนักงาน อยู่ในระดับสูง  ทั้งนี้โรงแรมที่ปิดกิจการชั่วคราวกว่าครึ่งหนึ่งคาดว่าจะกลับมาเปิดกิจการอีกครั้งในไตรมาส 4 ปี 64 
 
ขณะเดียวกันโรงแรมส่วนใหญ่ยังมีรายได้อยู่ในระดับต่ำ โดยมากกว่าครึ่งหนึ่งของโรงแรมที่เปิดกิจการอยู่มีรายได้กลับมาไม่ถึง 10% เมื่อเทียบกับก่อนโควิด-19 แต่มีโรงแรมเพียง 18% ที่รายได้กลับมาแล้วเกินครึ่งหนึ่ง สำหรับอัตราการเข้าพักเฉลี่ยในเดือน ก.ย. 64 อยู่ที่ 15.5%  เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือน ส.ค. 64 ที่ 10.6% โดยเพิ่มขึ้นมากในโรงแรมที่อยู่จังหวัดใกล้เคียงกรุงเทพฯ เนื่องจากมีการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการเดินทาง ทำให้อัตราการเข้าพักในภาคกลางและภาคตะวันออกอยู่ในระดับสูงสุดที่ 20%  นอกจากนี้โรงแรมส่วนใหญ่คาดว่าอัตราการเข้าพักในเดือน ต.ค. 64 จะทรงตัวจากเดือนปัจจุบันที่ 16% 
 
ในด้านสภาพคล่องพบว่าโรงแรมส่วนใหญ่มีสภาพคล่องลดลงจากเดือน ส.ค. 64  และมีสภาพคล่องเพียงพอในการดำเนินธุรกิจได้ไม่เกิน 3 เดือน  อย่างไรก็ดี มีกลุ่มที่สภาพคล่องเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนถึง 10% เกือบทั้งหมดเป็นโรงแรมที่มีอัตราการเข้าพักเดือน ก.ย. 64 สูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ 15% และรับลูกค้าที่เข้าพักระยะยาวเป็นสำคัญ ขณะที่การจ้างงานเฉลี่ยก็ทรงตัวจากเดือน ส.ค. 64 ที่ 54% ของการจ้างงานเดิมก่อนเกิดโควิด-19 โดยโรงแรมในภาคกลางมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นในจังหวัดใกล้เคียงกรุงเทพฯ ที่มีอัตราการเข้าพักสูงขึ้นจากเดือนก่อนเป็นสำคัญ รวมถึงพนักงานโรงแรมได้รับวัคซีนแล้วเฉลี่ยอยู่ที่ 82% เพิ่มขึ้นจากเดือน ส.ค. 64 ที่ 74% โดยภาคใต้ยังคงมีสัดส่วนพนักงานที่ฉีดวัคซีนแล้วสูงสุดที่ 94%
 
สำหรับการบริหารจัดการพนักงาน ส่วนใหญ่ยังมีการให้ใช้วันลาประจำปี leave without pay สลับกันมาทำงาน ลดเงินเดือน และลดชั่วโมงการทำงาน สำหรับโรงแรมที่มีการเพิ่มจำนวนพนักงาน และเพิ่มชั่วโมงการทำงานนั้น ส่วนใหญ่เป็นโรงแรมในภาคกลางและภาคใต้ที่มีอัตราการเข้าพักค่อนข้างสูงกว่าค่าเฉลี่ย โดยมีการบริหารจัดการพนักงานด้วยวิธีอื่นควบคู่ไปด้วย เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านแรงงานโดยรวม อาทิ การลดเงินเดือน และให้สลับกันมาทำงาน
 
มาตรการช่วยเหลือที่ต้องการจากภาครัฐ ไม่ต่างจากการสำรวจรอบก่อน โดยโรงแรมส่วนใหญ่ต้องการให้สนับสนุนค่าจ้างพนักงานเดิม (Co-payment) และพักชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ย มาเป็นอันดับแรก รองลงมา คือ การจัดหาและกระจายวัคซีนให้เร็วกว่าแผน  ด้านโครงการพักทรัพย์ พักหนี้ มีปัญหาเรื่องความชัดเจนของสถาบันการเงินในการให้เข้าร่วมโครงการมากที่สุด  ขณะที่สินเชื่อฟื้นฟูฯ ส่วนใหญ่มีอุปสรรคเรื่องวงเงินสินเชื่อที่ได้รับไม่เพียงพอ อีกทั้งมองว่าสถาบันการเงินระมัดระวังการให้สินเชื่อค่อนข้างมาก โดยเฉพาะลูกหนี้ใหม่ 
 
ในด้านการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ภายใต้โครงการแซนด์บ็อกซ์นั้นโรงแรมกว่า 71% มองว่าผลของการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติต่ออัตราการเข้าพักในเดือน ก.ย. 64  แย่กว่าที่คาด เนื่องจากหลายปัจจัย ทั้งค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่สูง การเดินทางในประเทศที่ไม่สะดวก การปิดแหล่งท่องเที่ยว/สถานบันเทิง การแพร่ระบาดในพื้นที่ที่รุนแรงขึ้น รวมถึงการที่ประเทศต้นทางปรับสถานะประเทศไทยเป็นประเทศเสี่ยงสูง (สีแดง)
 
ทั้งยังได้คาดการณ์การกลับมาใช้ชีวิตนอกบ้านและท่องเที่ยวตามปกติว่าส่วนใหญ่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 65 นอกจากนี้ยังได้มีการสำรวจถึงโอกาสในการขายกิจการ ซึ่งพบว่าโรงแรม 48% ยังไม่พิจารณาขายกิจการ อย่างไรก็ตาม กว่า 43% ยังไม่ตัดสินใจว่าจะขายหรือไม่ และ 10% ได้ตัดสินใจขายกิจการแล้ว โดยโรงแรมที่ประกาศขายแล้วหรืออยู่ระหว่างเจรจากับผู้ซื้อส่วนใหญ่เป็นโรงแรมในจังหวัดท่องเที่ยวหลักของแต่ละภาค และเป็นโรงแรม midscale ขนาดกลางที่มีจำนวนห้องพัก 51-249 ห้อง
  
สำหรับมาตรการที่ภาครัฐประกาศผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์บางส่วน และประกาศแผนทยอยเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ  เพื่อต่อลมหายใจให้ผู้ประกอบการเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงเดือน ตุลาคม-พฤศจิกายนนี้ รวมถึงโรดแมปฟื้นฟูการท่องเที่ยวไทย ที่จะเปิด 2 โครงการ ได้แก่ “เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3” และ “ทัวร์เที่ยวไทย”  ทำให้ภาคธุรกิจโรงแรมและภาคการท่องเที่ยวเริ่มมีความหวังกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง   
 
นางมาริสา สุโกศล หนุนภักดี นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่ามาตรการทางการเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19  ยังเป็นส่วนสำคัญของการแก้ปัญหาเพื่อฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจ ซึ่งสถาบันการเงินแต่ละแห่งควรจะจัดทำทางเลือกการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการแต่ละกลุ่มให้สอดคล้องกับปัญหาและได้รับความช่วยเหลือในรูปแบบที่แตกต่างกันไป โดยสามารถให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบสถาบันการเงินที่ง่ายมากขึ้น สมาคมฯ ยังมุ่งหวังขอให้ภาครัฐ  ดำเนินนโยบายที่มีการผ่อนคลายกิจกรรมทางธุรกิจมากขึ้นและบังคับใช้มาตรการควบคุมโรคเท่าที่จำเป็น  เพื่อให้เศรษฐกิจการท่องเที่ยวไทย พลิกฟื้นโค้งสุดท้ายของปีนี้เดินต่อไปได้
 

 
โคราชอ่วม คมปาซุแผลงฤทธิ์ ฝนถล่ม น้ำท่วม ถนนจม คนเดือดร้อนหนัก
https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_6680950

นครราชสีมาเจอพายุคมปาซุถล่ม ฝนตกต่อเนื่อง น้ำป่าไหลหลาก เอ่อล้มท่วมบ้านเรือนประชาชน จำนวนมาก เร่งขนของอพยพ ถนนจม  ต้องโบกรถช่วยเหลือกันเอง
 
วันที่ 17 ต.ค.2564 จ.นครราชสีมาหลายพื้นที่เจอน้ำท่วมอย่างหนัก หลังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ตามการเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งของพายุโซนร้อนคมปาซุ  โดยช่วง 2-3 วันนี้มีฝนถล่มลงมาอย่างต่อเนื่องจนเกิดน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่ บ้านเรือนประชาชนจมกว่า 50 หลังคาเรือนแล้วตอนนี้
 
ทั้งนี้ฝนกที่ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้ชาวบ้านต้องเร่งอพยพออกจากพื้นที่มาอยู่ที่ปลอดภัยแทน โดยตอนนี้มวลน้ำได้ไหลเข้าท่วมถนนทางหลวงหมายเลข 2369 พระทองคำ-บ้านเหลื่อม รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ชาวบ้านต้องออกมาช่วยกันโบกรถให้สัญญาณผ่านในเส้นทางดังกล่าว โดยมีรถยนต์และจยย.หลายคันถูกน้ำท่วมสูงจนเครื่องยนต์ดับเป็นจำนวนมาก
 
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้เข้าช่วยเหลือประชาชนขนข้าวของมีค่า ออกไปไว้ที่ปลอดภัยแล้ว พร้อมประสานผู้นำชุมชนเข้าสำรวจความเสียหาย เพื่อจะได้รายงานไปให้กับทางจังหวัด ตระเตรียมหาเครื่องมือและแนวทางช่วยเหลือต่อไป
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่