รัฐกำหนด “รถยนต์ไฟฟ้า” เป็นสินค้าควบคุมฉลาก ต้องให้ข้อมูลประชาชนครบถ้วน ผู้ประกอบธุรกิจต้องแสดงฉลากเป็นภาษาไทย หรือมีภาษาไทยกำกับ มีผลบังคับใช้แล้ว
น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภค โดยกำหนดให้รถยนต์ไฟฟ้า เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา เป็นต้นไป
โดยมาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเปรียบเทียบสินค้าได้อย่างชัดเจน ก่อนตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะในช่วงที่รถยนต์ไฟฟ้าได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
น.ส.ลลิดา กล่าวว่า ผู้ประกอบธุรกิจต้องแสดงฉลากเป็นภาษาไทย หรือมีภาษาไทยกำกับ โดยระบุข้อมูลสำคัญให้ชัดเจน ได้แก่ ยี่ห้อ รุ่น ระบบขับเคลื่อน ราคา วันเดือนปีที่ผลิต วิธีใช้ ข้อแนะนำในการใช้งาน และข้อควรระวังด้านความปลอดภัย โดยต้องมีข้อความเตือนที่เห็นได้ชัด
สำหรับข้อมูลเฉพาะของรถยนต์ไฟฟ้า ที่ต้องระบุเพิ่มเติมอย่างน้อย อาทิ
ประเภทรถยนต์ไฟฟ้า เช่น HEV, PHEV, BEV หรือ FCEV
กำลังของมอเตอร์ไฟฟ้า และกำลังต่อเนื่อง
ประเภทและความจุแบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง
เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่ (หากไม่มีต้องระบุชัดเจน)
อัตราการใช้ไฟฟ้า และมาตรฐานความปลอดภัยระบบไฟฟ้า
หากเป็นรถยนต์ไฟฟ้านำเข้า ต้องระบุประเทศผู้ผลิต และข้อมูลผู้นำเข้าอย่างครบถ้วน เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้
“มาตรการนี้จะช่วยให้ประชาชนมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่ครบถ้วน เข้าใจคุณสมบัติของรถยนต์ไฟฟ้าได้มากขึ้น ลดความเสี่ยงจากการเข้าใจผิด และเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน” น.ส.ลลิดา กล่าว...
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ :
https://www.prachachat.net/general/news-1982651
บังคับใช้แล้ว! รัฐกำหนด “รถยนต์ไฟฟ้า” เป็นสินค้าควบคุมฉลาก
น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภค โดยกำหนดให้รถยนต์ไฟฟ้า เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา เป็นต้นไป
โดยมาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเปรียบเทียบสินค้าได้อย่างชัดเจน ก่อนตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะในช่วงที่รถยนต์ไฟฟ้าได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
น.ส.ลลิดา กล่าวว่า ผู้ประกอบธุรกิจต้องแสดงฉลากเป็นภาษาไทย หรือมีภาษาไทยกำกับ โดยระบุข้อมูลสำคัญให้ชัดเจน ได้แก่ ยี่ห้อ รุ่น ระบบขับเคลื่อน ราคา วันเดือนปีที่ผลิต วิธีใช้ ข้อแนะนำในการใช้งาน และข้อควรระวังด้านความปลอดภัย โดยต้องมีข้อความเตือนที่เห็นได้ชัด
สำหรับข้อมูลเฉพาะของรถยนต์ไฟฟ้า ที่ต้องระบุเพิ่มเติมอย่างน้อย อาทิ
ประเภทรถยนต์ไฟฟ้า เช่น HEV, PHEV, BEV หรือ FCEV
กำลังของมอเตอร์ไฟฟ้า และกำลังต่อเนื่อง
ประเภทและความจุแบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง
เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่ (หากไม่มีต้องระบุชัดเจน)
อัตราการใช้ไฟฟ้า และมาตรฐานความปลอดภัยระบบไฟฟ้า
หากเป็นรถยนต์ไฟฟ้านำเข้า ต้องระบุประเทศผู้ผลิต และข้อมูลผู้นำเข้าอย่างครบถ้วน เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้
“มาตรการนี้จะช่วยให้ประชาชนมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่ครบถ้วน เข้าใจคุณสมบัติของรถยนต์ไฟฟ้าได้มากขึ้น ลดความเสี่ยงจากการเข้าใจผิด และเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน” น.ส.ลลิดา กล่าว...
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.prachachat.net/general/news-1982651