แชร์การออมหุ้น DCA 20 เดือน ในช่วงวิกฤติโควิด 19 ผลเป็นอย่างไร มาดูกันครับ




การลงทุนหุ้นแนวการออมหุ้น ปัจจุบันน่าจะไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนัก เพราะนักลงทุนที่มีประสบการณ์บางกลุ่ม จะนิยมใช้กร๊าฟท์เลือกซื้อลงทุนเป็นคราวๆ แทนที่จะซื้อต่อเนื่องรายเดือน เพราะอาจจะมองว่าการซื้อต่อเนื่องน่าจะมีต้นทุนที่สูงกว่าการเลือกจังหวะเข้าซื้อเป็นคราวๆ... ก็แล้วแต่ความชอบ ความถนัด ความรู้ ความสามารถของแต่ละท่านครับ

แต่สำหรับผมๆมองว่าการซื้อต่อเนื่องรายเดือน และออมระยะยาวก็ให้ผลตอบแทนที่ดีพอสมควร และผมไม่เก่งที่จะไปเลือกจังหวะซื้อ ก็เลยใช้วิธีออมรายเดือนต่อเนื่อง ซึ่งก็ไม่ได้คาดหวังผลตอบแทนสูงๆ แค่ปีละ 10% ก็พอใจแล้ว

นอกจากการออมหุ้นรายเดือนแล้ว ก็มีพอร์ตลงทุนซื้อขายเองด้วย ซึ่งจะมีการซื้อๆขายๆ เมื่อราคาน่าซื้อก็จะทยอยซื้อ และจะขายเพื่อล็อคกำไรในจังหวะที่หุ้นขึ้นมาสูง ก็คือเล่นรอบบ้าง ทยอยซื้อทยอยขายอีกส่วนหนึ่ง จะพูดว่าเล่นแบบผสมมวยวัดก็ได้ครับ (ผมสรุปเองครับ) แต่ถ้าหุ้นไม่ขึ้นก็ถือยาวไปเรื่อยๆเพราะหากถือยาวหลายๆปีโดยไม่แบ่งขายทำกำไรออกไปบาง  เในช่วงที่ราคาหุ้นขยับขึ้นมาสูงมากๆ หากไม่แบ่งขายทำกำไรออกบ้าง เวลาหุ้นปรับตัวลงก็เสียโอกาสทำกำไรไปอย่างน่าเสียดาย    จึงแบ่งขายทำกำไรออกไปบ้างในพอร์ตที่ซื้อขายเอง ทำให้ไม่เสียโอกาสในการล็อคกำไรครับ จึงปรับแนวทางเล่นรอบบ้างเมื่อหุ้นในพอร์ตได้กำไรพอสมควร

การลงทุนในหุ้นนั้น มีความเสี่ยง การเลือกลงทุนหุ้นมีทั้งกำไร และขาดทุนได้เสมอ   สำหรับการลงทุนของผมในช่วง 16 ปีที่ผ่านมา ก็มีกำไรทั้งกำไรและขาดทุน แต่ส่วนใหญ่จะมีกำไรมากกว่าขาดทุนอยู่พอสมควรครับ เพราะจะเลือกหุ้นพื้นฐานนดี เติบโตได้ต่อเนื่องในระยะยาวครับ
 
สำหรับพอร์ตรวมที่ซื้อขายเอง และ พอร์ตออมหุ้นรายเดือน DCA มีทั้งสิ้นมีประมาณ 20 ตัว โดยให้น้ำหนักการลงทุนใน 8 -9 หุ้นหลัก คิดเป็นประม่ณ 75 % ของพอร์ต และหุ้นที่คิดว่าน่าจะมีโอกาสเติบโตได้ในอนาคตอีก 7-8 ตัว ช่วงนี้ผมชอบ Jmart มองว่าอนาคตน่าจะเติบโตได้ดี ก็เลยเก็บไว้เยอะหน่อย โดยปรับลดหุ้นปันผลลงครับ

 ส่วนหุ้นในพอร์ตออมรายเดือนมีหุ้น DCA  12 หุ้น ซึ่งก็มีการปรับเงินออมรายเดือนมากขึ้น เมื่อเห็นว่าแนวโน้มของหุ้นตัวใดมีแนวโน้มเติบโตได้ดีในอนาคต หุ้นตัวไหนแนวโน้มชลอตัวในอนาคต ก็ลดจำนวนเงินออมลงบ้าง หรือหากมีมากพอในพอร์ตแล้ว ก็จะหยุดออมหุ้นตัวนั้นไปบ้าง เช่น CPALL ADVANC




 
 
การออมหุ้นช่วง 20 เดือนที่ผ่านมา  ซึ่งเป็นช่วงวิกฤติไวรัสโควิด 19 ระบาด ผมก็ได้เริ่มจัดพอร์ตการลงทุนออมหุ้นใหม่ เพราะพอร์ตก่อนหน้าได้ตัดสินใจขายทำกำไรไปก่อนที่หุ้นไทยจะตกมากกว่าขณะนั้น 
 
สำหรับช่วงนี้เกิดวิกฤติไวรัส โควิด 19 หลายคนก็ถอยห่าง กลัวซื้อแล้วลงต่ออีก...กลัวซื้อแพง?  มองไม่เห็นอนาคตของหุ้นถ้าซื้อตอนนี้?  กว่าตลาดหุ้นจะฟื้นอีกนาน?....???  
  
แต่สำหรับผม ...ผมคิดว่าในวิกฤติแบบนี้ก็เป็นโอกาสที่เหมาะกับการออมหุ้นมากที่สุด... เพราะอะไร??? 
 
1. หุ้นในตลาดลงมามากเกินกว่าพื้นฐานปรกติ 30-40 % หลายๆตัวราคานี้หาซื้อไม่ได้ในช่วงปรกติ ราคากลับไปย้อนหลัง2-3 ปีก่อน??  หากทุกอย่างเริ่มดีขึ้น ราคาหุ้นจะต้องค่อยๆกลับมาอยู่ที่ราคาก่อนเกิดวิกฤติ??  
 
หุ้นหลายๆตัวได้มีการลงทุนเพิ่ม ขยายกิจการไปแล้ว รอเก็บเกี่ยวผลกำไรด้วยซ้ำไป  แต่ราคากลับลดลงอย่างมาก หรือได้เพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ  ขยายสาขา...??? รายได้กำลังจะเติบโต กำไรกำลังจะเพิ่มขึ้น??  
 
จึงเป็นโอกาสดีที่จะออมหุ้นในช่วงที่หุ้นราคาถูกๆ  และยิ่ง COVID ยืดเยื้อ เราก็สามารถออมหุ้นถูกๆ ดีๆ ได้นานมากขึ้น  แต่มองว่า การออมหุ้นราคาถูกได้นาน ก็ได้หุ้นราคาถูกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รอวันที่ทุกอย่างฟื้นตัว สุดท้ายวิกฤตินี้ก็ต้องจบอย่างแน่นอน   หุ้นที่เรา DCA ก็จะเริ่มกลับมาสร้างผลตอบแทนที่ดีให้เราได้ (ผมมองว่าวิกฤติเป็นโอกาสในการออมหุ้นครับ?)
  
2 . การออมหุ้นรายเดือน DCA เป้นการลงทุนระยะยาวว มิได้หวังผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นในช่วงสั้นๆ แค่ปี หรือ สองปี แต่ควรหวังผลตอบแทนในระยะยาว 5 ปีขึ้นไป วิกฤตินี้จึงมิได้ส่งผลกับผลตอบแทนในระยะยาวของเราแต่อย่างใด แค่ทนรอทุกอย่างให้กลับมาดำเนินกิจการได้ตามปรกติ หุ้นก็จะกลับมาเติบโตได้อย่างแน่นอน และบางบริษัทอาจจะเติบโตแบบก้าวกระโดด้วยซ้ำ
   
3. สิ่งสำคัญคือต้องเลือกหุ้นที่จะออมให้ถูกตัว  บางกิจการ อาจจะถดถอยลงไปเลย (ไม่ฟื้น หรือฟื้นช้า)  แต่บางกิจการจะฟื้นกลับมาได้เร็ว  แต่ต้องเลือกหุ้นที่มีพื้นฐานดี มั่นคง เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง มีการจ่ายเงินปันผลทุกปี มีรายได้สม่ำเสมอ ไม่ผันผวนขึ้นๆลงๆ ตามภาวะเศรษฐกิจมากนัก  หรือรายได้ผันผวนขึ้นๆลงๆไม่แน่นอน 
 
สำหรับการออมหุ้นช่วง 20  เดือนที่ผ่านมาของผม ก็มีทั้งช่วงพอร์ตรวมบางไตรมาสก็มีกำไร และขาดทุนคละกันไป บางไตรมาส หุ้นขึ้น กำไรในพอร์ตก็เพิ่มมาก แต่บางไตรมาสโควิดระบาดหรัก หุ้นตก กำไรหายเกือบหมด ดูผิวเผินเหมือนกับว่า การ DCA ไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควร แต่หากมองว่า เราลงทุนที่ผ่านมาก็ไม่ได้ต้องการลงทุนเพื่อขายในปีสองปีนี้ เราจะขายใน 4-5 ปีข้างหน้า ซึ่งคิดว่า ราคาหุ้นจะเพิ่มขึ้นมากหรือไม่ขึ้นในช่วงโควิดระบาดมาก เราก็ทำใจเย็นๆ รอไปเรื่อยๆ ออมต่อไป เพราะเราตั้งใจลงทุนระยะยาวอยู่แล้ว อดเปรี้ยวไว้รอกินหวาน ( ปลอบใจตัวเอง ฮ่า ฮ่า)
 
สำหรับพอร์ตหุ้น DCA  ก็มีหุ้น และสัดส่วนการลงทุนดังนี้
 
 
 
หุ้นที่ DCA ทุกวันที่ 5
 





 
 
หุ้นที่ DCA ทุกวันที่ 15
 
 

 
 
หุ้นที่ DCA ทุกวันที่ 25
 
 

 
พอร์ตรวม 3 พอร์ต รวม 20 เดือน
 
 
 
แต่หลังจากเจอโควิดระบาดรอบที่ 3  ระบาดหนักกว่าทุกรอบ หุ้นหลายตัวรูดกลับ แล้วค่อยๆฟื้นกลับมา ทำให้กำไรที่เห็นแสง
สว่างปลายอุโมง กลับมืดมัวลงอีกรอบ แต่ก็เริ่มทรงๆ ก็คงต้องรอท้องฟ้าใส ธุรกิจกลับมาเดินไปข้างหน้าต่อได้อีกทีครับที่จะมาเยือนอีกรอบครับ
  
 
ถ้าอ่านแล้วชอบ ...อยากให้เพื่อนๆคนอื่นได้อ่านด้วย ...ช่วยกด "  +  " หน้ากระทู้ให้ด้วยนะครับ 
เพื่อไม่ให้กระทู้ไหลลงไปเร็วจนเกินไป ท่านที่มาทีหลังจะได้มองเห็นกระทู้ครับ 
หลายปีที่ผ่านๆมา กระทู้ในสินธร ไหลลงเร็วมาก เพราะมีผู้โพสมาคุยกันเยอะ เพิ่มมากขึ้นครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่