มีเรื่องใด เหตุการณ์ในชีวิตบ้างคะ ที่อยากจะขอบคุณตัวเอง ที่ก้าวข้ามผ่านมันมาได้ ทำให้เข็มแข็งขึ้น มีมุมมองชีวิตเปลี่ยนไป

ในชีวิตคนเราคงมีจุดเปลี่ยนของชีวิต หรือเรื่องราว เหตุการณ์ ที่เราต้องเผชิญต่อสู้แล้วรับมือกับมันมากมาย

ไม่ว่าเรื่องราวเหล่านั้นจะ สุข ทุกข์ เศร้า การอดทน การรอคอย อกหัก ความเจ็บปวด ผิดหวัง เสียใจ ท้อแท้ สิ้นหวัง ตกงาน  ธุรกิจ กิจการเจ๊ง การเจ็บป่วย การสูญเสีย พลัดพราก  เลิกลา จนก้าวข้ามผ่านมันจากวันนั้นถึงวันนี้ โดยที่ไม่ได้คิดสั้นจบชีวิตตัวเอง นับว่าเก่งมากๆ

เพราะยิ่งด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า หลายคน หลายชีวิตเจอวิกฤตที่ย่ำแย่มากมายให้รู้สึกอย่างที่ จขกท กล่าว และก้าวผ่านมันไม่ได้จนต้องจบชีวิตตัวเอง ส่วนหนึ่งเราคิดว่ามากจากความคิดของตัวเองด้วย เพราะความคิดส่งผลถึงการกระทำ

( เพราะบางทียามที่เราไม่มีใคร ไม่เหลือใคร ก็เหลือตัวเราเอง  ส่องกระจกยิ้ม ให้กำลังใจตัวเอง แล้วขอบคุณตัวเอง) ที่เก่งมากผ่านมันมาชีวิตถึงทุกวันนี้ได้

ท้ายสุด แล้วเรื่องราวใดบ้าง ทำให้เพื่อนๆก้าวข้ามผ่านมันมาได้ มีอะไรเป็นพลังใจ หรือฉุดคิด ทำให้ก้าวข้ามมาได้คะ จนทำให้ทุกวันนี้มีความคิด มุมมอง การใช้ชีวิตเปลี่ยนไปจากเดิม เป็นคนที่เข้มแข็ง และเข้าใจอะไรมากขึ้น
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 13
แม่ตายตอนเรียน ปวส.ปี 2 น้องสาวเรียนอยู่ ม.4 ผ่านไปไม่ถึง 2 เดือน พ่อไปได้เมียใหม่แล้วย้ายออกไปอยู่บ้านเมียใหม่ ทิ้งผมไว้กับน้อง 2 คน กลายเป็นครอบครัวแตกแยกทันที น้องต้องไปอยู่กับน้าให้น้าส่งเรียนแทน ผมต้องดิ้นรนพยายามเรียนให้จบเพื่อจะได้ทำงานส่งน้องเรียนต่อ บ้านทั้งหลังจากอยู่กัน 4 คน พ่อ,แม่ ลูก 2 คน กลายเป็นทั้งบ้านเหลือผมคนเดียว ผ่านชีวิตช่วงนั้นมาได้อะไรก็ไม่กลัวทั้งนั้นครับ
ความคิดเห็นที่ 5
ตอนเดือน มีค. ปี 48 ตอนประมาณตี 5 ครึ่ง พ่อผมถูกรถแท็กซี่เฉี่ยวล้มหัวฟาดพื้น หน้าหมู่บ้านขณะรอรถเมล์ เพื่อไปทำงาน ผมกับแม่วิ่งออกไปเห็นพ่อนอนสลบไม่ได้สติบนฟุตบาท หลังการเข้าตรวจที่ รพ. ผลคือมีเลือดออกในสมองฝั่งซ้าย ต้องผ่าตัดหลังผ่ากลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง สื่อสารอะไรไม่ได้ ไม่รับรู้ ลืมตาได้ข้างเดียว นอนทรมาน 4 ปีเต็ม เสียตอนปี 52 เดือน มีค. เหมือนกัน ไม่นับรวมคดีแพ่งที่ผมต้องเป็นผู้อนุบาลพ่อฟ้องคู่กรณีแทนพ่อ สู้กัน 4 ปี ประนอมกันที่ศาลอุทธรณ์ หลังพ่อเสีย ส่วนแม่ก็ต้องไปดูแลพ่อที่ศูนย์พักฟื้นที่พ่ออยู่ทุกวัน เว้นแต่วันที่ต้องไปหาหมอ

ในชีวิตไม่มีเรื่องอะไรที่เหนื่อยเท่านี้ วันพักร้อนหลัก ๆ คือไปตามศาลนัด กับไปเตรียมข้อมูลกับทนาย ไหนต้องไปสืบทรัพย์คู่กรณี ไปกรมบังคับคดีเพื่อแต่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี เพราะศาลชั้นต้นตัดสินให้ผมชนะ แต่คู่กรณีไม่เอาเงินมาวางตามคำสั่งศาล เรื่องนี้อย่างน้อยที่ผมคิดได้คือผมได้ทำหน้าที่ของลูกเต็มความสามารถแล้ว ในวันงานฌาปณกิจพ่อผมก็สามารถมองที่ร่างพ่อได้เต็มที่ว่าลูกคนนี้ทำดีที่สุดแล้ว

ตอนหลังวันผ่าตัดและพ่อต้องนอนพักฟื้นที่ รพ. 2 เดือนกว่า ระหว่างผมนั่งรถเมล์ไปหาพ่อที่ รพ. ความรู้สึกเหมือนคนที่เรือแตก ลอยคออยู่ในมหาสมุทรไม่รู้เรื่องนี้จะจบตอนไหน จบยังไง พ่อต้องนอนทรมานกี่ปี ชีวิตเรากับแม่และน้องชายจะไปต่อยังไง ผมเคยคิดแม้กระทั้งอยากจะฆ่าตัวตายหนีปัญหาที่ผมเจอเพราะมันหนักเกินกว่าผมจะรับได้แต่ก็คิดว่าถ้าผมไปแล้วใครจะดูแลแม่ ไหนจะคดีของพ่ออีก สุดท้ายต้องสู้กับมันต่อไป

วันงานศพของพ่อผมไม่ร้องไห้เลย แต่มาเสียน้ำตาตอนที่จะเผาสัปเหร่อกดกริ่งสัญญาณและรูดม่าน เท่านั้นแหละน้ำตามันไหลออกมาแบบไม่รู้ตัว คิดในใจว่านี้เราจะต้องจากกันจริง ๆ แล้วใช่ไหม รู้สึกใจหาย ยังมีเรื่องอีกมากมายที่เรายังไม่ได้คุยกันตลอด 4 ปีที่พ่อนอนติดเตียง และที่ผมเสียใจมาถึงทุกวันนี้คือ ถ่ายรูปคู่ตอนรับปริญญากับเค้าน้อยไป พ่อดีใจมากที่ผมจบ ป.ตรี อันดับ 2 พ่อเป็นคนต่างด้าวอพยพมาจากเมืองจีนจบแค่ ป.4 แกอยากได้รูปไปอวดคนที่ทำงาน หลังจากงานรับปริญญาได้ไม่ถึง 2 วันแกก็มาถูกรถชน
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่