ขอจองได้ไหมหัวใจดวงนี้…..บทที่ 7

กระทู้สนทนา

.

             “คุณพิธาวันนี้ลีมีประชุมอีกแล้ว ลีวานฝากอคิณไว้กับคุณครูก่อนนะคะ ประชุมเสร็จลีจะรีบไปรับลูกทันทีเลยค่ะ” อัญชลีฝากข้อความถึงเขา เปิดอ่านด้วยรอยยิ้ม ปรายตามองลูกศิษย์ตัวน้อยด้วยความเอ็นดู คนเป็นแม่คงสอนกันมาดีมาก ๆ ไม่ร้องงอแงเลยสักนิด

                นับว่าเป็นความโชคดีของอัญชลีไม่น้อยที่มีลูกชายวัยเด็กไม่ซนแบบนี้ ถึงจะเป็นเด็กทว่าดูความคิดของเด็กชายจะเป็นผู้ใหญ่เกินตัว อาจเพราะคนเป็นพ่อไม่อยู่ด้วยก็อีกผลหนึ่งนั่นเอง

               “คุณลีไม่ต้องห่วงอคิณนะครับ และ ไม่ต้องขับรถรีบด้วย ดูแลรักษาตนเองให้ดีนะครับ ส่วนทางนี้ผมดูแลอคิณรอเอง” ฝากข้อความกลับไป

              วันเวลาผ่านไปทั้งเขา และ เธอเริ่มคุ้นเคยกันมากขึ้น เพียงเจอกันพูดคุยกันวันละสองเวลาเช้ากับเย็นช่วงเลิกเรียนแบบนี้ ที่เธอต้องมารับลูกชายก็สร้างความคุ้นเคยให้เขาสองคนอย่างมากมาย อีกทั้งออกไปข้างนอกด้วยกันตามแต่โอกาสที่เอื้ออำนวยให้อยู่บ่อย ๆ ทำให้ได้พูดคุยกันมากขึ้น นับว่าสนิทกันมากขึ้นจากเมื่อก่อน ไม่รู้เลยสาวเจ้าคิดเช่นไร ทว่าเขานั้นมันคิดไปไกลเกินกว่าครูที่ปรึกษากับผู้ปกครองแล้ว

               “อคิณขยับมานี่ครับ” เรียกลูกศิษย์ตัวน้อยที่นั่งเล่นรถของเล่นอยู่คนเดียวตามประสา ให้ขยับมาหาตนเอง

                “ครับ ! “ เด็กชายเงยหน้าตอบ “คุณแม่งานยุ่งแหง ๆ เลย มารับอคิณช้า” พูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เด็กชายถือรถของเล่นขยับมานั่งใกล้ ๆ ครูประจำชั้นของตนตามคำสั่ง

              พิธาเอื้อมมือไปลูบศีรษะของลูกศิษย์เบา ๆ “ใช่แล้วครับ คุณแม่งานยุ่งแต่เดี๋ยวก็มารับแล้วเนี่ย อือ… อคิณพรุ่งนี้วันเสาร์เราไปขับรถเล่นกันอีกมั้ย ครูพาไปเอง” ชวนลูกศิษย์ แต่ แอบแฝงไปด้วยอะไรบางอย่าง ก็อยากเจอแม่ของลูกศิษย์นั่นแหละ ยอมเห็นแก่ตัวเข้าทางลูกชายดีกว่า

             เด็กชายทำตาโตดีใจ “ครูพิธาจะพาอคิณไปเหรอ “ เด็กชายถามด้วยความตื่นเต้น เขายักคิ้วเป็นคำตอบพร้อมเผยยิ้มให้ ก่อนที่เด็กชายจะหุบยิ้ม “ต้องขอคุณแม่ก่อนครับ ขอพ่อ ๆ ด้วย”

              “คุณแม่มาถึงอคิณก็ชวนคุณแม่สิครับ ถ้าคุณแม่อนุญาตคุณพ่อก็อนุญาต” เขาตอบ มองเห็นโอกาสที่จะได้ใกล้ชิดแม่ของลูกศิษย์อยู่ร่ำไร

                “ครูพิธาต้องสัญญากับอคิณว่าจะช่วยอคิณขอคุณแม่นะ” เด็กชายพูดด้วยท่าทางจริงจัง

                  “แน่นอนครับ แต่มีข้อแม้ว่าอคิณห้ามงอแงเข้าใจมั้ยถ้าคุณแม่ไม่อนุญาตอ่ะ ต้องเชื่อฟังคุณแม่นะครับคุณแม่จะได้ไม่เหนื่อย คุณพ่อจะได้หายห่วงด้วยเข้าใจมั้ย” มองหน้าลูกศิษย์ เพราะรักแม่ของลูกศิษย์จึงค่อนข้างเอ็นดูเป็นพิเศษ

                “คร๊าบ “ เด็กชายตอบด้วยท่าทางร่าเริง ดีใจที่จะได้ไปเล่นเครื่องเล่นอีกแล้ว เขาชูกำปั้นชนกับกำปั้นของเด็กชาย เป็นการให้คำมั่นสัญญาต่อกัน ยิ้มให้กันอย่างสนิทสนม “เย้ ! คุณแม่มาแล้ว” เมื่อมองเห็นรถที่กำลังแล่นเข้ามาจอด ก็จำได้ทันทีว่าเป็นรถของแม่ตนเอง

                “อคิณอย่าลืมอ้อนคุณแม่นะครับ” เขาย้ำ เด็กชายพยักหน้าก่อนจะทำตัวปกติ เมื่อรถของอัญชลีจอดสนิทตรงหน้า

                “อคิณแม่ ๆ มาแล้ว” เมื่อลงมาจากรถได้ก็โผลเข้ากอดลูกชายทันทีด้วยความรู้สึกผิด ทว่าก็รู้สึกอุ่นใจเมื่อมีพิธาคอยดูแลรอ “แม่ ๆ ขอโทษนะที่ให้รอนาน ไม่โกรธแม่ ๆ นะครับ รอแม่นานมั้ย” กอดลูกชายพูดปลอบใจ พร้อมดมศีรษะด้วยความรักปนรู้สึกผิดที่สุด พิธายืนมองสองแม่ลูกด้วยรอยยิ้ม

               “รอไม่นานเลยครับ เล่นกับครูพิธา” เด็กชายพูด คนเป็นแม่หันมามองพร้อมยิ้มให้ ขอบคุณ ๆ ครูยิ่งนัก

                “ขอบคุณ ๆ ครู อุ้ย คุณพิธาค่ะ ฮา…” ยิ้มกลั้วหัวเราะเมื่อเผลอพูดตำแหน่งของเขาทุกที รู้สึกคุ้นเคยกับผู้ชายคนนี้มากขึ้นทุกวัน รู้สึกอุ่นใจทุกคราเวลาฝากลูกไว้กับเขา ดูเหมือนอคิณจะติดครูประจำชั้นคนนี้มากเหลือเกินด้วย ก็แหงอยู่แล้วตามใจกันขนาดนั้น  ยังแอบคิดว่าถ้าหากปวินสามียังอยู่จะตามใจลูกชายเท่าพิธาคนนี้หรือเปล่า

               “ลีขอบคุณ ๆ พิธาด้วยนะคะ ที่ช่วยดูอคิณรอ” พูดปนยิ้มให้ครูหนุ่ม “ตั้งแต่เปิดเทอมมาก็เรื่อย ๆ เลย ลีนี่เป็นแม่ที่แย่จริง ๆ ” ตัดพ้อตนเอง รู้สึกผิดต่อลูกชายจริง ๆ

               “คุณลีอย่าโทษตัวเองอย่างนั้นสิครับ ผมเต็มใจ ผมเป็นครูประจำชั้นของอคิณนะอย่าลืมสิ เมื่อครู่ผู้ปกครองของเอริน ก็พึ่งมารับไปก่อนหน้าคุณลีไม่นานนี่เองครับ” พูดให้อัญชลีสบายใจ ไม่อยากให้สาวเจ้าคิดว่าตนเองเป็นภาระหรืออะไร “โห่… รู้มั้ยคุณลีเป็นซุปเปอร์แม่ ๆ ของอคิณเลยนะครับ ฮา เชื่อว่าคุณปวินรู้ก็คงสบายใจครับ” พูดพร้อมเผยยิ้มให้กับสองแม่ลูก

             “อือ… คุณพิธาว่างมั้ยคะพรุ่งนี้ ลีว่าจะชวนไปทำบุญที่วัดกับหลวงตาพุ่มด้วยกันค่ะ” อัญชลีเอ่ยชวน

             “อ้าวไหนครูพิธาบอกจะพาอคิณไปขับรถไงครับพรุ่งนี้อ่ะ” เด็กชายพูดแทรก ทั้งเขา และ เธอหันมามองเป็นสายตาเดียวกัน เขาเลิ่กลั่กนิดหน่อย

              “อคิณ ! “อัญชลีขมวดคิ้วเอ็ดลูกชายพร้อมมองหน้าครูหนุ่ม “รบกวนคุณครูเค้านะครับ”

              “อุ้ย ! ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่ ! อคิณไม่ได้รบกวนผมเลย ผมชวนเองต่างหากครับ เอ่อ ผมขออนุญาตเลยแล้วกันนะครับ ผมว่าจะชวนคุณลีพาอคิณไปเล่นเกมขับรถอีกครับ คือ ผมได้ยินอคิณเค้าพูดว่าอยากไปอีกน่ะครับก็เลยอยากชวน” พูดจบยิ้มแหย ๆ แก้เขินให้สาวเจ้า แอบชำเลืองมองลูกศิษย์ตัวแสบให้ช่วยกันอ้อน “แต่ว่าไปทำบุญก็ดีครับ ไม่ต้องไปเล่นเกมก็ได้ ได้มั้ยครับอคิณ” หันมาถามลูกศิษย์อีกรอบ

              “อคิณอยากขับรถอีกครับคุณแม่ คุณแม่พาอคิณไปนะครับ ไปวันเดียวแล้วไม่ไปอีกเลย” เด็กชายอ้อนผู้เป็นแม่ตามประสา ไม่ได้จะช่วยครูของตนสักนิดหากแต่เข้าทางของเขาพอดี

              “ผมว่าคุณลีน่าจะพาแกไปบ้างนะครับ สัปดาห์ละวันก็ยังดี ถ้าเกิดคุณลีไม่ว่างโทรเรียกให้ผมมารับพาไปก็ได้ครับ” พูดจบสาวเจ้ามองหน้าของเขาด้วยความไม่เข้าใจ “อ้อ คือผมว่างน่ะครับ วันหยุดก็ไม่ได้ไปไหนหรอกนอกจากไปหาหลวงลุงที่วัด หากคุณลีจะกรุณาลองเชื่อใจผม ผมว่างเสมอครับ” เขารีบอธิบาย

              ทำไมอัญชลีจะไม่เข้าใจการกระทำของครูหนุ่มคนนี้ ว่าคิดเช่นไรกับตนเอง แววตาคู่นั้นที่มองมา อีกทั้งความเอ็นดูที่มีให้แก่อคิณลูกชายของตนเองอีก หากแต่ว่าตนเองยังไม่ต้องการใครในตอนนี้ ยังไม่ต้องการให้ใครมาแทนที่ปวิน ทราบดีว่าพิธาเป็นคนดีคนหนึ่งหากจะเลือกมาเป็นคู่ชีวิตอีกครั้ง แต่ ก็นั่นแหละ ทั้งหมดของหัวใจมันยังคงเป็นปวิน

              “ลีเข้าใจค่ะคุณพิธา ลีเข้าใจความหวังดีของคุณพิธา เข้าใจความเอ็นดูของคุณที่มีให้อคิณ แต่มันยังไม่ถึงเวลาของลีค่ะ ลีอยากอยู่แบบนี้” พูดเบา ๆ เงยหน้ายิ้มให้ผู้ชายตรงหน้า นี่ก็ยืนคุยกันนานแล้ว ถึงเวลาต้องขอตัวกลับสักที “คุณพิธาเข้าใจลีใช่มั้ยคะ ! “

              “ครับ” พิธาตอบเพียงสั้น ๆ เข้าใจในสิ่งที่เธอกำลังจะสื่อ

              “แต่ว่าพรุ่งนี้ลียังอยากชวนคุณพิธาไปทำบุญกับหลวงตาพุ่มที่วัดด้วยกันนะคะ เพื่อตอบแทนที่คุณครูคอยดูแลอคิณรอลีไง ไปทำบุญด้วยกันนะ” สาวเจ้าชวนด้วยรอยยิ้ม ใบหน้าเปื้อนยิ้มที่มีแต่ความจริงใจ และ ใสสื่อ

                 “ตกลงครับคุณลี “ เขารีบตกลงโดยเร็ว ไม่มีข้อแม้อะไรอยู่แล้ว “ผมขอแวะไปรับที่บ้านได้มั้ยครับ คุณลีกับอคิณไม่ต้องขับรถไปกันเองหรอก อีกอย่างผมอยากทำตามสัญญาที่ให้อคิณไว้ด้วย ที่บอกแกเอาไว้ว่าจะพาไปขับรถครับ คุณอัญชลีอนุญาตพวกผมสองคนเถอะครับ เนอะอคิณ” หันไปหาตัวช่วย

              “ใช่ ! คุณแม่นะครับ อคิณอยากเล่นเกมขับรถมอเตอร์ไซค์ “ อัญชลีหันมองลูกชายที่ออดอ้อน อีกทั้งหันมามองครูประจำชั้นที่ทำหน้าอ้อนด้วยอีกคน

               “แสบกันจังเลยนะคะสองคน ทั้งครูทั้งนักเรียนเลย เดี๋ยวเหอะ ! ก็ได้ค่ะ เราทำบุญกันเสร็จแล้ว เราค่อยไปเที่ยวกันเนอะ”

               “เย้ !” ทั้งเขาและอคิณร้องีใจพร้อมกัน หัวเราะให้กันอย่างลืมตัว ก่อนจะแตะมือกันด้วยความดีใจ จากนั้นอัญชลีกับลูกชายจึงขอตัวกลับบ้าน ส่วนเขายืนมองรถของสองแม่ลูกขับออกไปจากโรงเรียนจนสุดสายตา

              “ผมเข้าใจคุณลีครับ ! แต่ผมก็ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ หรอก เพราะผมจองแล้วหัวใจของคุณลี ผมจะทำให้คุณลียอมรับหัวใจของผมอีกคนให้ได้ แม้จะนานแค่ไหนก็ตาม” พูดลอย ๆ กลั้วยิ้ม พรุ่งนี้จะเป็นวันหยุดที่แสนพิเศษอีกสัปดาห์แล้วสินะ แค่นึกก็มีความสุข ก่อนจะเดินมายังรถของตนเพื่อกลับบ้านเช่นกัน

             หารู้ไม่ว่าการกระทำของเขาได้อยู่ในสายตาของถวิลภารโรงตลอด ถวิลส่ายหัวให้กับครูหนุ่ม และ คุณแม่ลูกติด “คุณครูนะคุณครู จะปากแข็งไปไหน บอกรักเธอแล้วก็จบ พอเราถามก็ปฏิเสธ หลักฐานวันนี้ก็เห็นอยู่ทนโท่ เฮ้อ  “ พูดกลั้วยิ้มเช่นกันก่อนจะทำงานในหน้าที่ของตนเองต่อไป….

จบบท…
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่