ทำไมผมถึงจนจังครับ ผมทำอะไรผิดไป ผมควรเดินทางไหน

สวัสดีครับ กระทู้นี้อาจจะเป็นเชิงระบายนิดหน่อย ใครเคยรู้สึกเหมือนกันมั้ยครับ ทำไมรู้สึกเรามัน จ๊น จน เหมือนอยู่คนละโลกกับคนอื่น เพราะผมกำลังคิดไม่ตกว่า ณ จุดจุดนี้ ควรเดินเส้นทางชีวิตต่อไปยังไงดี โดยเฉพาะเรื่องเงิน คิดหัวตลบ แปดด้านสิบด้าน คิดมาหลายปี ตอนนี้ผมอาจจะต้องถามความเห็นโลกภายนอกบ้างละครับ คิดคนเดียวท่าจะไม่เวิร์คเลย เข้าเรื่องดีกว่าครับ
================================================
คือผมรู้สึกว่าตัวเองจนมากๆ ทั้งๆ ที่ไม่ได้อยากจะจน ไม่ได้พอใจในความจน และพยายามหาลู่ทางอยู่ตลอด แต่ไม่สำเร็จ ไม่แม้แต่จะเทียบกับคนอื่นๆ ที่เค้าบอกว่าเงินไม่พอกิน ผมดูไปแล้ว ยังเทียบเค้าไม่ได้เลย
================================================
สื่งที่เกิดกับตัวเองตอนนี้ ที่ทำให้ผมรู้สึกว่า กำลังเดินทางผิดแน่ๆ

#เรื่องกิน
ทุกวันนี้ ผมใช้ชีวิตได้เกินคำว่า "สมถะ" มาก แค่เรื่องกินข้าวแต่ละมื้อผมยังคิดมาก เวลาไปทำงาน บางวันข้าวเที่ยงก็ไม่กิน กินเป็นขนมปังกับนม ก็แบบถูกๆ อาศัยฝากท้องกับเซเว่น ขนมปังก้อนละ 15-20 บาท นมกล่อง 10 บาท อาจมีขนม ก็ซื้อเอาที่ถูกที่สุด ราคาไม่เกิน 15 บาท กินอยู่แบบนี้มา 10 กว่าปีของการทำงาน ถ้ากินข้าว ก็สั่งข้าวที่ถูกที่สุด คือ กับสองอย่างพอ จานพิเศษไม่ต้อง ไก่พิเศษ อะไรพิเศษไม่มี กินอาศัยประทังชีวิตเอา มื้อละ 40-50 บาทในบางวัน
ข้าวเช้าฝากท้องที่บ้าน
ข้าวเย็นก็กินที่บ้าน อาศัยว่ายังมีบ้านพ่อแม่ให้อยู่
ตลาดนัดกลางคืน ซุ้มขายของกิน นิทรรศการ ไม่เข้าครับ ถ้าไม่ถูกจริง เกินหลัก 50 บาท ไม่เข้า ก็แทบจะไม่เหลืออะไรให้กิน ก็ฝากท้องเซเว่นตามเคย

#เรื่องเที่ยว
ผมเข้าใจว่า ห้างสรรพสินค้า มีไว้ให้คนมีเงิน ผมก็เดินห้างนะ แต่อาศัยว่าเดิน แทบจะแบบไม่กล้าย่างกรายเข้าร้านไหนเลย ไม่ว่าจะร้านเสื้อผ้า โรงหนัง เฟอร์นิเจอร์ กระเป๋า รองเท้า ร้านอาหาร เอาเป็นว่า ถ้าผมเดินคนเดียว ผมจะแค่เดินตากแอร์โซนรอบห้าง และซื้อของกินราคาถูกเท่านั้น เช่น ขนมปัง 20 บาท ไอศกรีม 10 บาท น้ำชานม 19-25 บาท วนเวียนกันไป ร้านที่แพงกว่านี้ ถ้าไม่มีส่วนลด หรือไม่มีเหตุการณ์พิเศษ ผมไม่เคยคิดจะกล้าเดินเข้าไปเลย
เที่ยวต่างจังหวัด - ไม่มี
เที่ยวต่างประเทศ - ไม่มี
ล่องเรือ ล่องแก่ง ปีนเขา - ไม่เคยทำ
ตีกอล์ฟ ยิงปืน ปีนเขา วิ่งมาราธอน พักตากอากาศ เที่ยวคาเฟ่ - ไม่เคยทำ เพราะทุกอย่างต้องใช้เงิน ในระดับที่ผมรู้สึกไม่ดี

#เรื่องการเดินทาง
ทุกวันนี้ ผมมีรถมือสองตกทอดของที่บ้านเก่าๆ คันนึง อายุ 12 ปี ไม่เคยตกแต่ง ไม่มีล้อแม็ก รถเป็นรุ่นราคาถูกมากๆ มอเตอร์ไซค์ไม่มี ล้างรถล้างเอง ขัดเอง ขับให้น้อยๆ กิโล แต่ขับบ่อย จอดแช่เดี๋ยวรถพัง แต่ถ้าไปไกลหน่อยที่ไม่ค่อยสำคัญมาก จะอาศัยนั่งรถเมล์เอา ซึ่งผมก็นั่งดูแต่รอบข้าง เขาขับรถแต่ง รถยุโรป รถ BMW กันเป็นว่าเล่น จนรู้สึกเหมือนผมอยู่คนละโลกกับคนอื่นๆ

#เรื่องเรียน
ผมเรียนจบขั้นพื้นฐาน ป ตรี ด้วยทุนเรียนฟรี เกียรตินิยมอันดับ 1 มีแต่ชื่อ แต่ไม่มีผลลัพธ์ความเป็นจริง เคยคิดอยากเรียนต่อโท เคยสมัครสัมภาษณ์ได้จุฬาการเงิน แต่เจอเรียกค่าใช้จ่าย รวมๆ ทั้งคอร์ส 7 แสน ถึงกับต้องถอดใจ ไม่ส่งหนังสือสมัครลงทะเบียนเข้าไป เอาจริงๆ หลักสูตรอะไรที่เกินแสน ทำผมคิดหนักหมด แต่ ป โท ก็ไม่มีหลักสูตรไหนต่ำกว่าแสนบาทนะ ผมก็เลยตัดใจ ไม่เรียนตามหลักการ หาเรียนตามคอร์สระยะสั้นๆ แทนดีกว่า

#เรื่องแฟน
อย่าพูดถึงเลยครับ กลัวไปหมด เคยเจอทั้งๆ ที่เค้าก็รวยกว่าผม แต่เค้าก็จะให้ผมเลื้ยงเค้าให้ได้เท่าที่เค้าเคยมี ไม่ได้สนใจเลยว่าผมคิดมากเรื่องเงิน และมีปัญหาเรื่องเงิน แค่ตัวเองยังเลี้ยงเหมือนยาจก สุดท้ายก็เลยต้องแยกจากกัน แล้วก็กลายเป็นกลัวการหาแฟนมาตลอด

#เรื่องไลฟ์สไตล์
อย่างตอนนี้เค้ามีอะไรฟีเวอร์นะ อ๋อ อย่างพวก เล่นเซิร์ฟสเก็ต แต่งตัวแฟชั่น ถ่ายลง Tik Tok กันใช่มั้ยครับ ผมทุกวันนี้ เสื้อผ้า เท่าที่เปิดตู้ดูมา อื้ม เสื้อแจกฟรีเมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว เสื้อที่ซื้อมาแล้วกว่า 10 ปี กางเกงขาสั้น 2-3 ตัว ขายาว 2-3 ตัว ที่เหลือชุดทำงาน อายุการใช้งาน ก็ 5-6 ปีขั้นต่ำ ไม่มีตัวใหม่ๆ หรืออินเทรนด์เลย มีสูทตัวเดียวที่ดูใหม่สุด เอาไว้ใส่ออกงานสำคัญยิ่งชีพ กิจกรรมนอกบ้านก็ได้แก่ วิ่งสวนสาธารณะ ขี่จักรยาน เท่านั้น เสื้อวิ่งก็ซื้อจากโลตัส รองเท้าวิ่งก็คู่เดียวกับรองเท้าทำงาน ลองสังเกตคนรอบข้าง แทบจะไม่มีใครวิ่งหรือขี่จักรยานออกกำลังกายแล้วดูโลโซแบบเราเลย ฟิตนง ฟิตเนสก็ไม่เข้า ไม่สมัครอะไรทั้งนั้น
เครื่องประดับ นาฬิกา - มีเรือนเดียว ใช้มา 3 ปีแล้ว
รองเท้า - มี 2 คู่ คลัทชูทำงาน กับผ้าใบเก่าๆ
โทรศัพท์ - เครื่อง 6000 บาท 3 ปีมาแล้ว

มุมปัญหาพอแล้วครับ ยาวเกินไป ใครจะทนอ่านเนี่ย
เดี๋ยวมาต่อมุมที่ผมทำอะไรไปแล้วเพื่อให้หลุดพ้นจากจุดนี้บ้าง แต่มันยังไม่สำเร็จเท่าไหร่

สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 4
ถ้ารวยมันยากนัก ก็เลิกอยากรวยครับ
แล้วใช้ชีวิตให้มีความสุขดีกว่า
แต่ถ้ามันเป็นเป้าหมายในชีวิตที่ต้องทำ
ก็ต้องเสี่ยงลงทุนต่อไปครับ
ไม่รู้สิผมคนนอกเมือง ทำไรแบบคุณไม่เป็นเลย
ความคิดเห็นที่ 9
จบปริญญาตรี เกีตรนิยม ผ่อนคอนโดได้ เงินเดือนบอกว่าไม่ถึงครึ่งแสน สมมุติได้ 3หมื่น-4 หมื่น มันจนตรงไหน
ค่าใช้จ่ายเยอะแค่ไหน ต้องส่งเสียใครแค่ไหนทำให้เงินหายไปจขกท.ก็ไม่ได้บอกนอกจากต้องให้เดาว่าคงผ่อนคอนโด ?

คือดูจากที่เล่าเรียกว่าประหยัดมาก กินใช้จ่ายน้อยมาก  เที่ยว บันเทิง สังสรรไม่มี แถมไม่ต้องเสียค่าบ้าน ค่ากินมื้อเช้า เย็น
อายุ 30ไม่เคยไปไหนแม้แค่ ตจว. เงินมันต้องเหลือมหาศาลมากกว่านะ  
เหมือนเขียนเรื่องเล่าที่พอคนอ่านมาคิดจริงมันเป้นไปไม่ได้  ประหยัดเกินแต่เงินหาย ไม่สมดุลกับเรื่องราว  

หรือถ้าเป้นเรื่องจริงแสดงว่าเงินเก้บพอได้สัก แสน สองแสน ก้หมดสุญสลายไปกับกิจกรรมลงทุนต่างๆที่เล่ามาหมดอย่างนั้นหรือ

ถ้าเป็นเรื่องจริงผมขอบอกว่าสาเหตุเป้นเพราะคุณไม่มีเพื่อนเพราะนิสัยประหยัดมากไปนี่แหระ ชีวิตไม่มีเพื่อนหรือใครปรึกษาดีๆ
เพื่อนที่ทำงานเห้นแบบนี้คงไม่กล้าชวนกินข้าวกลางวันทำให้เกิดจุดอ่อนคือบุคลิกและสื่อสารการเข้าสังคมกับคนรอบข้างน้อย
ที่มาจากการประหยัดเว่อเกินเหตุ  จนบุคลิกเป้นคนไม่มั่นใจในที่สุด แถมยังทำให้เชื่อคนง่ายใครชวนทำอะไรก้ทำทันที แต่เพราะยังเป้นคนประหยัดมากแบบนี้จะไปลงทุนไปทำอะไรกับเค้าได้สะดวกใจกัน เพราะยากที่จะพูดคุยอะไรกับเขารู้เรื่อง ตจวไปไหนไม่เคยไป โรงหนังไม่เข้า แถมยังกลัวการมีแฟนเพราะกลัวต้องเลี้ยง ผญ  ประหยัดสุดๆ
( ผมว่าต่อให้คุณเจอแฟนที่ หาร2 กินข้าวได้ ได้คุยกัน แต่พอไปใช้ชีวิตคบไป ก็คงมีปัญหาตามมาเพราะคุณไม่มีกิจกรรมบันเทิงอะไรเลย )

การที่ไปลงทุนกับคนอื่นแล้วเจ๊งพอคุณออกมาแล้วรุ่งเพราะมายเซทการประหยัดอะไรแบบนี้มันทำให้คนลงทุนด้วยรุ้สึกไม่สบายใจหรือเปล่า
คุณประหยัดทุกอย่างในธุรกิจมาก พอเลิกทำแล้วออกไปคนอื่นเขาทำตรงข้ามมันก้ประสบความสำเร้จ (เขาไม่ต้องเกรงใจคุณแล้ว)
อย่างการลงทุนประกัน ขายตรง ผมเป้นลุกค้าเจอเซลล์บุคลิกเขียมๆไม่มั่นใจ แต่งตัวโทรมๆ  เสื้อผ้าไม่มีสไตล์ จะหาดาวไลน์หรือขายใครได้  ใช้ชีวิตประหยัดแบบไปขายประกันนอกสถานที่แล้วนั่งสั่งแต่น้ำเปล่าขวดเดียวไรงี้ให้ลูกค้าเห็นหรือเปล่า

ส่วนลงทุนส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับสมาคมพบปะกับผุ้คนอื่นๆอย่างเทรดหุ้น อนุพันธ์ อันนั้นที่คุณกล้าลงทุนจ่ายไปแพงๆกับการเรียน
เพราะคิดว่าเหมือนเรียนปริญญาตรีที่ขยันก็เกียรตินิยม ซึ่งดูแล้วคุณกล้าจ่ายกับการเรียนพอสมควร แต่การลงทุนในหุ้นไม่ใช่แบบนั้นคนเก่งใครเค้าจะมาสอนละ เค้าเล่นรวยเองก้ได้ สรุปคุณก้แค่เหยื่อของค่าคอสแพงๆ แถมด้วยนิสัยเดิมที่มากจากการเป้นคนประหยัดเป้นคนไม่อยากเสียไม่อยากขาดทุน แบบไม่อยากถือยาว ลบหน่อยกลัวเจ๊ง
หรือถือยาวจนแดงมากๆนานๆสุดท้ายขายที่ก้นเหวกลายเป็นที่เรียนอะไรมาพวกนี้ก็ใช้จริงไม่ได้เลย แม้ค่าเรียนแพงๆมันก้ยังมีส่วนที่พอจะเก้บนำมาใช้เป้นความรู้ได้แต่ก้ต้องสูญหมดเพราะอารมณ์นิสัยการเทรดจากมายเซทของคุณที่แก้ไม่ได้
ความคิดเห็นที่ 5
          เบื่องต้นจากที่อ่าน เหมือนว่าคุณจะ สนใจที่ผลลัพธ์ มากกว่า  ตรงนี้ทำให้ การลงทุนคุณผิดพลาดได้ง่าย  เคยได้ยินแนวคิดประมาณนี้ไหม  "ขายของให้คนอยากรวย จะกำไรดี"  เช่น มะนาว ทุเรียน ราคาแพง เค้าก็ไม่ได้รวยด้วยการขายผลผลิต แต่รวยด้วยการขายกึ่งตอน ต้นพันธุ์  เพราะ คนซื้อบางทีโดนความโลภครอบงำ แล้วคิดว่าปลูกๆไป เดี่ญวค่อยมาคืนทุนทีหลัง  ตอนจบกลายเป็นว่า หลายๆคนคิดเหมือนกัน  ราคาไม่เป็นตามที่หวัง   คนขายกึ่งพันธุ์ ขายได้กำไรหลายเท่า รวยไปแล้ว

          ขายครอสการลงทุนต่างๆก็เช่นกัน หลายที่ก็อาจจะรวยด้วยการขายครอส มีประโยคหนึ่งถ้าผ่านตาใน pantipบ่อยๆ จะเป็นเกราะป้องกันพวกแชร์คือ  "ถ้าดีจริงเค้าคงทำเองลงทุนเองจะมาสอนเราทำไม?"   สิ่งอยากแนะนำคือ การปรับมุมมอง  อย่ามองกำไร ผลลัพธ์ แบบ ต้องเยอะไว้ก่อน รวยไวไว้ก่อน หาการลงทุนที่ ผลตอบแทนช้า แต่โอกาสเสียน้อย หรือเสียไม่มากพอรับได้  ในตลาดหุ้น ก็หุ้น set 50 set 100 ในอสังหา ก็ อาคารพาณิชย์ทำเลดี  คุณควรหลีกให้ห่าง การลงทุนที่ ความเสี่ยงสูงผลตอบแทนสูง หรือ งานขายที่แค่เอ่ยขึ้น เพื่อน ญาติพี่น้องก็ส่ายหน้า  ควรขายของที่จำเป็น ที่เค้าอยากซื้อและอยากอุดหนุน  ธุรกิจวงการประกัน และ ขายตรงบ้านเรา  ยังภาพลักษณ์ไม่ดีเท่าไร  บ้านเราไม่ค่อยให้ความสำคัญกับประกัน  เพราะแค่ใช้จ่ายวันต่อวัน หลายๆคนยังเหนื่อย    สิ่งที่คุณผ่านมา แล้วไม่ประสบความสำเร็จก็ไม่ได้เสียเปล่า เพราะเป็นประสบการณ์ ที่ทำให้คุณรู้ว่า เดินทางมานี้มันไม่ใช่
        
             หลักธรรมที่จะช่วยให้คุณดำเนินชีวิตต่อไปที่อยากจะแนะนำคือ กาลามสูตร 10  ลองศึกษาเพิ่มเติมดูจ้า สุดท้ายก็เหมือนกับหลักธรรม อย่าเพิ่งเชื่อคำแนะนำใดๆ จนกว่าจะได้คิด ไตร่ตรอง และลงมือทำพิสูจน์ผล แล้วจึงเชื่อ และ  สุดท้ายก็สู้ๆจ้า
ความคิดเห็นที่ 21




ดัดแปลงจาก
https://thestandard.co/happiness-behavior-survivorship-bias/
ความคิดเห็นที่ 2
ทำหลายอย่างจับฉ่ายไปหรือป่าวฮะ พอลงทุนลงแรงทำครั้งแรกแล้วไม่สำเร็จ ก็หันไปทำอย่างอื่นเลย ทั้งๆที่ถ้ามุ่งมั่นทำสิ่งเดิมด้วยวิธีใหม่ๆ อาจจะสำเร็จก็ได้นะครับ
จริงๆชีวิตคุณก็โอเคกว่าคนอื่นมากมายมหาศาลแล้วครับ
แค่อย่าติดกับดักความเป็น loser ด้วยการดูถูกตัวเองเลยฮะ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่